ประวัติความเป็นมา

เราคือ ซีพี ออลล์

 

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2531 เป็นบริษัทหลักในกลุ่มธุรกิจการตลาดและการจัดจำหน่ายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกอบธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจค้าปลีกประเภทร้านค้าสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังประกอบธุรกิจต่างๆ ที่เป็นการสนับสนุนธุรกิจหลัก เช่น ธุรกิจเป็นตัวแทนรับชำระค่าสินค้าและบริการ (บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแช่แข็งและเบเกอรี่ (บริษัท ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด จำกัด) ธุรกิจจำหน่ายและซ่อมแซมอุปกรณ์ค้าปลีก (บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด) ธุรกิจให้บริการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรสมาร์ทการ์ด (บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด) ธุรกิจให้บริการด้านระบบสารสนเทศ (บริษัท โกซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด) ธุรกิจบริการขนส่งและกระจายสินค้า (บริษัท ไดนามิค แมนเนจเม้นท์ จำกัด) ธุรกิจให้บริการด้านการตลาด (บริษัท เอ็ม เอ เอ็ม ฮาร์ท จำกัด) ธุรกิจโรงเรียนอาชีวะศึกษาด้านค้าปลีก (บริษัท ศึกษาภิวัฒน์ จำกัด) และธุรกิจการจัดฝึกอบรมการจัดการสัมมนาทางวิชาการทางธุรกิจ (บริษัท ปัญญธารา จำกัด และบริษัทออลล์ เทรนนิ่ง จำกัด) เป็นต้น


ที่ตั้ง สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 283 อาคาร สีบุญเรือง 1 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์ 0 2677 9000 โทรสาร 0 2679 0050
เลขทะเบียนบริษัท 0107542000011
เว็บไซต์ คือ www.cpall.co.th

 
 

ซีพี ออลล์ ผู้ประกอบกิจการค้าปลีก 7-Eleven ในประเทศไทยกว่า 25 ปี ด้วยสินค้าและบริการที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคโดยมี วิสัยทัศน์ว่า

cp all come together


“ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ด้วยสินค้าและบริการอันหลากหลาย”

 

พ.ศ. 2531

รับสิทธิการใช้เครื่องหมายการค้า “7-Eleven” มาจาก 7-Eleven, Inc. สหรัฐอเมริกา

เริ่มก่อตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อภายใต้ชื่อ “7-Eleven”

พ.ศ. 2533

เปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท ซี.พี. คอนวีเนียนสโตร์ จำกัด” เป็น “บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด”

เปิดร้านสาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์

พ.ศ. 2537 จัดตั้งบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด (“CS”) ซึ่งประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ
พ.ศ. 2539 จัดตั้งบริษัท ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด จำกัด (“CPRAM”) ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแช่แข็งและเบเกอรี่
พ.ศ.2540 เริ่มเปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้า บางบัวทอง (DC4) อย่างเป็นทางการ
พ.ศ.2541

จัดตั้ง Lotus Distribution Investment Limited (“LDI”)

จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 1,000 สาขา

พ.ศ.2542 จัดตั้งบริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด (“RTL”) ซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายและซ่อมแซมอุปกรณ์สำหรับธุรกิจค้าปลีก
พ.ศ.2543

ร่วมกับ The China Retail Fund, LDC ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้การบริหารของ American International Group (AIG) จัดตั้ง Yangtze Supermarket Investment Co., Ltd. (“YSI”) เพื่อลงทุนใน ”ธุรกิจซูเปอร์เซ็นเตอร์” ในสาธารณรัฐประชาชนจีน 

จัดตั้ง Shanghai Lotus Supermarket Chain Store Co., Ltd. (“SLS”)

พ.ศ.2544 จัดตั้งบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด (“TSC”) ร่วมกับพันธมิตร 8 แห่ง
พ.ศ.2545

เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 2,000 สาขา

ร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการเปิดให้บริการร้านสะดวกซื้อ “7-Eleven” ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.

พ.ศ.2546

จัดตั้งบริษัท เอ็ม เอ เอ็ม ฮาร์ท จำกัด

จัดตั้งบริษัท ไดนามิค แมนเนจเม้นท์ จำกัด

จัดตั้งบริษัท โกซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

กระจายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

พ.ศ.2547

จัดตั้งบริษัท ศึกษาภิวัฒน์ จำกัด

ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class: TQC) จากคณะกรรมการรางวัลคุณภาพแห่งชาติ

พ.ศ.2548

เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 3,000 สาขา

เปิดดำเนินการโรงเรียนปัญญภิวัฒน์เทคโนธุรกิจ อย่างเป็นทางการ

พ.ศ.2549

เปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าสุวรรณภูมิ (DC5) อย่างเป็นทางการ

เปิดตัว บัตรเงินสดดิจิตอล ในชื่อ บัตร Smart Purse อย่างเป็นทางการและเป็นร้านสะดวกซื้อรายแรกของประเทศไทยที่รับชำระเงินค่า สินค้าและบริการต่างๆ ด้วยบัตรเงินสดดิจิตอล

จัดตั้งบริษัท ปัญญธารา จำกัด

พ.ศ.2550

จัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์

จำหน่ายสินทรัพย์และเงินลงทุนในธุรกิจซูเปอร์เซ็นเตอร์ ประเทศจีน

เปลี่ยนชื่อบริษัท เดิมชื่อ “บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน)” เป็น “บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)” และเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์ในระบบการซื้อขาย จาก “CP7-11” เป็น “CPALL”

พ.ศ.2551

ได้รับการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001: 2000 โดยสถาบันรับรองมาตรฐาน ไอ เอส โอ (MASCI) ในส่วนของศูนย์กระจายสินค้าลาดกระบัง (DC5) ศูนย์กระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิสุราษฎร์ธานี (CDC) และ ศูนย์กระจายสินค้าเบเกอรี่โชคชัยร่วมมิตร (BDC)

เพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด เป็น 1,600 ล้านบาทในวันที่ 28 มีนาคม 2551

เสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างธุรกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ในประเทศจีน ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2551

ได้รับคะแนนโหวตรวมสูงสุดในประเทศไทย สำหรับ “Asia’s 200 Most-Admired Companies”จากผลการสำรวจโดย หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal Asia “สิ้นปี 2551 บริษัทมีร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศรวม 4,778 สาขา (ถือเป็นประเทศที่มีร้าน 7-Eleven มากเป็นอันดับที่ 4 ของโลกรองจากประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐไต้หวัน) โดยเป็นร้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล”

พ.ศ.2552

เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 5,000 สาขา

เป็นบริษัทจดทะเบียนแห่งแรกของประเทศไทยในการจัดทำโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน (Employee Joint Investment Program - EJIP) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2555 รวมระยะเวลา 3 ปี

ฉลองการดำเนินงานครบรอบ 20 ปี นับตั้งแต่การเปิด 7-Eleven สาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์ มุ่งสู่การเป็นคอนวีเนี่ยนฟู้ดสโตร์ หรือ ร้านอิ่มสะดวก

เปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคสุราษฎร์ธานี

รับ รางวัล 1 ใน 10 องค์กรแห่งนวัตกรรมยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทยประจำปี 2552 ของโครงการ Thailand’s Most Innovative Companies 2552 ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

พ.ศ.2553 เปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (CDC) แห่งที่ 2 ที่สุวรรณภูมิ

รับรางวัล “รัษฎากรพิพัฒน์” (รางวัลผู้เสียภาษีที่มีคุณภาพ) ซึ่งจัดโดยกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง โดยบริษัทเป็น 1 ใน 3 รายของนิติบุคคลขนาดใหญ่ของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกของเมืองไทย จากการประเมินจัดอันดับร่วมกันของยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เคพีเอ็มจี และนิตยสาร รีเทลล์ เอเชีย ในงาน “Retail Asia-Pacific Top 500 Ranking 2010 Awards”

รับรางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม (Best CEO Awards) ของบริษัทจดทะเบียนในตลท. ประจำปี 2010 ซึ่งจัดโดยตลท. ร่วมกับ วารสารการเงินธนาคาร

รับรางวัล “CEO ยอดเยี่ยม” และ “CFO ยอดเยี่ยม” ในประเภทธุรกิจบริการ โครงการ “SAA Awards for Listed Companies” ซึ่งจัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์

เสร็จสิ้นการเข้าทำรายการเกี่ยวโยงกันจากการจำหน่ายเงินลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพของ C.P. Lotus Corporation (C.P. Lotus) ให้แก่ C.P. Holding (BVI) Investment Company Limited (CPH) โดยได้รับชำระค่าหุ้นเป็นเงินสดรวม 966.5 ล้านเหรียญฮ่องกงหรือเทียบเท่า 3,787.7 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน2553

เปลี่ยนชื่อ “สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์” เป็น “สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์” โดยมีผลตั้งแต่วันที่23 พฤศจิกายน 2553

ขยายช่องทางธุรกิจภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทเอง ธุรกิจ 7-Catalog Order เพื่อเป็น
การขยายช่องทางธุรกิจด้านการสั่งซื้อสินค้าผ่านทาง “วารสารแคตตาล็อก”

ธุรกิจ บุ๊คสไมล์ (Book Smile) เพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายหนังสือและวารสาร

ธุรกิจ เอ็กซ์ต้า (eXta) โดยเป็นร้านสุขภาพและความงามดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าประเภทยาและเวชภัณฑ์ สินค้าสุขภาพ และเครื่องสำอาง

ธุรกิจ คัดสรร (Kudsan) เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าที่คัดสรรพิเศษทั้งกาแฟและเบเกอรี่
พ.ศ.2554 เปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคขอนแก่น

ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารฟอร์บส์ เอเชีย ให้เป็น 1 ใน 50 บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia’s Fab 50 Companies)

ได้รับการจัดอันดับให้เป็นองค์กรที่มีมูลค่าของแบรนด์สูงสุดของประเทศไทยในกลุ่มบริการ จากผลการวิจัยการประเมินค่าและจัดอันดับแบรนด์องค์กรในประเทศไทยประจำปี 2554 (Top Corporate Brands 2011) ซึ่งดำเนินการโดยภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกของเมืองไทย จากการประเมินจัดอันดับร่วมกันของยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เคพีเอ็มจี และนิตยสาร รีเทลล์ เอเชีย ในงาน “Retail Asia-Pacific Top 500 Ranking 2011 Awards” เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

พ.ศ.2555 เปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคลำพูน

เปลี่ยนชื่อ “โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ เทคโนธุรกิจ” เป็น “วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์”
โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2555

เปลี่ยนชื่อ “บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจจำหน่ายและซ่อมแซมอุปกรณ์สำหรับธุรกิจค้าปลีกเป็น “บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด”

ได้มีมติอนุมัติโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน (Employee Joint Investment Program - EJIP) ครั้งที่ 2ซึ่งมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2560 รวมระยะเวลา 5 ปี

ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารฟอร์บส์ เอเชีย ให้เป็น 1 ใน 50 บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia’s Fab 50 Companies) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ได้รับการจัดอันดับให้เป็นองค์กรที่มีมูลค่าของแบรนด์สูงสุดของประเทศไทยในกลุ่มบริการ จากผลการวิจัยการประเมินค่าและจัดอันดับแบรนด์องค์กรในประเทศไทยประจำปี 2555 (Top Corporate Brands 2012)ซึ่งดำเนินการโดยภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกของเมืองไทย จากการประเมินจัดอันดับร่วมกันของยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เคพีเอ็มจี และนิตยสาร รีเทลล์ เอเชีย ในงาน “Retail Asia-Pacific Top 500 Ranking 2012 Awards” เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

รับรางวัล “CEO ยอดเยี่ยม” และ “CFO ยอดเยี่ยม” ในประเภทธุรกิจบริการ โครงการ “SAA Awards for Listed Companies” ซึ่งจัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์

 




Link to Neighbors