“พีไอเอ็ม และ 24 Shopping ดึงนักวิชาการ ผสานพันธมิตรธุรกิจ หนุนมิติใหม่ตลาดนักช้อปออนไลน์”

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ร่วมกับ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด (24 Shopping) ผนึกกำลังคู่ค้าพันธมิตร แบรนด์ชั้นนำในตลาดออนไลน์กว่า 15 ราย จัดงานสัมมนาพิเศษ “O2O : อินไซต์ เจาะตลาดนักช้อป” พร้อมกันนี้ผู้ประกอบการให้ความสนใจร่วมออกบูธนำเสนอสินค้าและเจรจาธุรกิจเพื่อขยายตลาดสู่ยุคดิจิทัลอย่างคับคั่ง นำโดย คุณสยาม โชคสว่างวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร พีไอเอ็ม (แถวล่าง ที่6 จากขวา) ต้อนรับ คุณอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส 24 Shopping (แถวล่าง ที่8 จากซ้าย) ให้เกียรติเป็นวิทยากรพิเศษ เผยข้อมูลที่น่าสนใจของตลาดอีคอมเมิร์ซ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงราว 3.2 ล้านล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 8-10% ต่อปี

 

 

จากปัจจัยสำคัญ คือ ระบบ การซื้อ-ขาย การชำระเงิน การขนส่ง ต้นทุน และสินค้าที่หลากหลาย กลุ่มของสินค้าและแฟชั่นครองแชมป์การเติบโตมากที่สุด โดยพบว่าคนไทยซื้อเสื้อผ้าใหม่ทุกเดือน สูงถึง 30% อย่างเช่นกลุ่มลูกค้าหลักของ 24 Shopping คือผู้หญิงถึง 60% และแชร์ข้อมูลอัพเดทพฤติกรรมลูกค้าปัจจุบันเติบโตสูงสุดคือสินค้าแฟชั่น เปิดมิติใหม่ของตลาดนักช้อปออนไลน์ เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างเครือข่ายคู่ค้าภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) สร้างโอกาสการทำธุรกิจ ย้ำความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ เสริมองค์ความรู้ นวัตกรรม เทรนด์เทคโนโลยีจากนักวิชาการ กระตุ้นเพื่อต่อยอดการลงทุนในยุคดิจิทัล พร้อมแนะนำผู้ประกอบการไทยต้องไม่หยุดการพัฒนาของสินค้าเพื่อรักษามาตรฐานในการแข่งขันกับต่างชาติโดยเฉพาะผู้ประกอบจีนที่ได้เปรียบเรื่องต้นทุนและปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ช่วงท้ายต่อเนื่องกับเสวนาเข้มข้นเกี่ยวกับซื้อขายตลาดยุคดิจิทัลภายใต้หัวข้อ รุกตลาดO2O Non-stop shopping ช้อปสนุกไม่มีสะดุด แลกเปลี่ยนข้อมูล โดย คุณคุณากร ธนสารสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด คุณวีรวัฒน์ หงษ์สิทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ โครงการ B2B e-commerce บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด และคุณสุรัชดา อาจองศักดิ์ Product Manager, Sale department บริษัท แอท แบงค็อก จำกัด ดำเนินรายการโดย ดร.จิรารัตน์ จันทวัชรากร รองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านค้าปลีก พีไอเอ็ม  ร่วมระดมไอเดียแบ่งปันประสบการณ์จริงในธุรกิจเกี่ยวกับผู้บริโภคที่นิยมใช้ตลาดออนไลน์เป็นทางเลือกใหม่ในการซื้อสินค้า Big Data เป็นหัวใจสำคัญที่จะเพิ่มโอกาสในการขายควบคู่กับการต่อยอดพัฒนาระบบแพลตฟอร์มที่ต้องก้าวไปพร้อมๆ กัน เมื่อระบบมีคุณภาพ สินค้ามีมาตรฐาน  ผู้บริโภคจะเกิดความมั่นใจทำให้ส่งเสริมซึ่งกันและกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้เป็นอย่างดี  ภายในงานเพิ่มสีสันการช้อปปิ้งด้วยบูธสินค้าราคาพิเศษจากพันธมิตร อาทิ Xxon, BlackOut, I-Trend, Marco polo, Flynow, Huskies, Moonlight, เครื่องประดับ Avalon, American Tourister, Kyra, Playboy Intimate, ผลิตภัณฑ์ตราห่านคู่, Onono ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 16 อาคาร CP ALL  Academy สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ถนนแจ้งวัฒนะ

 

 

7- Eleven Vending Machine ส่งมอบความสะดวกแก่ชุมชนและนักท่องเที่ยวตลาดร่มหุบ จ.สมุทรสาคร

 

 

 

ซีพี ออลล์ โดย คุณเพียรฑอง เฉิดรัศมี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ร่วมกับผู้บริหารการรถไฟ โดยมีคุณพิเชษฐ์ เนกขัมม์ หัวหน้างานการเช่าและบริหารสัญญา , คุณสรายุทธ ไกรเกรอะ สารวัตรงานเดินรถ จ.สมุทรสาคร และคุณพัฒนา  วงศ์มุจินทร์ หัวหน้านายสถานีรถไฟแม่กลอง  ร่วมเป็นประธานส่งมอบความสะดวกกับชุมชนและนักท่องเที่ยว ณ ตลาดร่มหุบ เปิดให้บริการ 7-Eleven Vending Machine ตู้จำหน่ายสินค้าของเซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อบริการคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาเร่งด่วนและช่วงเวลาที่หาของกินรับประทานยาก เช่น ยามค่ำคืน ณ สถานีรถไฟแม่กลอง (ตลาดร่มหุบ) จ.สมุทรสาคร  ซึ่งตู้นี้จะช่วยในการแก้ปัญหาเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาชื่นชมวัฒนธรรมท้องถิ่น นอกจากนี้แสงสว่างจากตู้ยังช่วยผู้มาใช้บริการสถานีรถไฟรู้สึกปลอดภัย จึงได้รับความสนใจจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

 

ตู้-Vending-Machine-ตลาดร่มหุบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซีพี ออลล์ คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Company ประจำปี 2562 บริษัทในใจคนไทย 2 ปีซ้อน

 

นิตยสารแบรนด์เอจ (BrandAge) เปิดเผยผลการสำรวจ Thailand’s Most Admired Company ประจำปี 2562 ซึ่งเป็นการทำวิจัยร่วมกับคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เรื่องความน่าเชื่อถือขององค์กรหรือบริษัท ในเรื่องการมีภาพลักษณ์ที่ดี การมีความสามารถในการแข่งขันที่โดดเด่น การขับเคลื่อนองค์กรผ่านนวัตกรรมที่สามารถสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่ม White Collar ทำให้เกิดความเชื่อมั่น ศรัทธา และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร โดยในการวิจัยได้แบ่งออกเป็น 17 กลุ่มธุรกิจ ปรากฏว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย ได้คะแนนเป็นอันดับที่ 1 ในกลุ่มประเภทค้าปลีกสมัยใหม่ โดยมีหัวข้อหลักที่ประเมิน ได้แก่ ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) ภาพลักษณ์องค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate CSR) การประกอบธุรกิจ และความสำเร็จ (Business Performance) การบริการ (Service)  ภาพลักษณ์แบรนด์ของกิจการ (Image of  Brand) และผู้บริหาร (Management) ถือเป็นการรักษาตำแหน่งบริษัทในใจคนไทยประเภทค้าปลีกสมัยใหม่ 2 ปีติดต่อกัน (2561-2562) หลังจากขยับจากอันดับ 2 ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 จากการสำรวจเมื่อปีก่อนหน้า

 

 

 

ก่อนหน้านี้ เซเว่น อีเลฟเว่น ก็เพิ่งได้รับรางวัล “Thailand’s Most Admired Brand & Why We Buy 2019”  ประเภทร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ในฐานะแบรนด์ที่น่าเชื่อถืออันดับ 1 ประจำปี 2562 ซึ่งจัดโดยนิตยสารแบรนด์เอจเช่นกัน นับเป็นการได้รางวัลอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 7 (2013-2019)

 

 

เช่นเดียวกับ ผลการประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก ประจำปี 2019 หรือ ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices) หรือ DJSI โดย S&P Dow Jones Indices และ RobecoSAM ซีพี ออลล์ ก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทชั้นนำด้านองค์กรความยั่งยืนอันดับ 1 ของกลุ่ม World Index ประเภท Food & Staples Retailing Industry โดยทั้งนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิก DJSI กลุ่ม World Index ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 (2018-2019) และกลุ่ม Emerging Markets Index ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3 (2017-2019)

ซีพี ออลล์ รับรางวัล “Best Investor Relations Officer (Large Cap) in South East Asia”

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา นิตยสาร  IR Magazine จัดงาน IR MAGAZINE FORUM & AWARDS SOUTH EAST ASIA ที่ Singapore Exchange (SGX) ประเทศสิงคโปร โดย ผู้บริหารระดับสูง และทีมนักลงทุนสัมพันธ์ จากบริษัทจดทะเบียนในประเทศต่างๆ ในภูมิภาค South East Asia รวมถึงประเทศไทยเข้าร่วมงานนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในงานนี้ คุณจิราพรรณ ทองตัน ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สำนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพีออล์ จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกจากนักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั้งไทยและต่างประเทศให้ได้รับตำแหน่ง “Best Investor Relations Officer (Large Cap) in South East Asia” นอกจากนี้แล้ว ซีพี ออลล์ยังได้รับการเสนอชื่อรอบสุดท้ายในรางวัล “Best in Country”

 

 

 

 

 

 

อีกทั้งในงานนี้ คุณจิราพรรณ ทองตัน ได้ขึ้นเวที บรรยาย และเสวนา ในหัวข้อ “ Straight from heads of IR: Doing more with less, investor targeting and measuring performance” ร่วมกับ Head of Investor Relations อีก 2ท่าน จากบริษัทจดทะเบียนในสิงคโปร์ ด้วย

 

อนึ่ง IR Magazine เป็นนิตยสารที่เป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับจากกลุ่มการลงทุนทั่วโลก มาปีกว่า 25ปีแล้ว โดย IR Magazine Forum & Awards เป็นงานที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ และเป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดสำหรับการมอบรางวัลงานด้านลงทุนสัมพันธ์

ซีพี ออลล์ เดินหน้าจัดงาน “วันแห่งโอกาสดีที่ซีพี ออลล์ สัญจร ณ จ.เชียงใหม่” ภายในงานหอการค้าแฟร์ 2019

ซีพี ออลล์ เดินหน้าจัดงาน “วันแห่งโอกาสดีที่ซีพี ออลล์ สัญจร ณ จ.เชียงใหม่” ในงานหอการค้าแฟร์ 2019 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2562 ตามปณิธานขององค์กร ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการศึกษา เตรียมให้ทุนการศึกษาปัญญาภิวัฒน์กว่า 12,000 ทุน  พร้อมกับเปิดรับสมัครงานอีกกว่า 35,000 อัตรา ตลอดจนจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านธุรกิจค้าปลีกและเอสเอ็มอี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

 

 

จากการจัดงาน “วันแห่งโอกาสดีที่ซีพี ออลล์” เมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งและประสบความสำเร็จ  ซีพี ออลล์ จึงเดินหน้าจัดงาน “วันแห่งโอกาสดีที่ซีพี ออลล์” สัญจรสู่ภูมิภาค เพื่อขยายผลของการสร้างโอกาสที่ดีสู่ทั่วประเทศมากขึ้น

 

 

 

 

วันแห่งโอกาสดีเชียงใหม่

 

สำหรับงาน “วันแห่งโอกาสดีที่ซีพี ออลล์ สัญจร ณ จ.เชียงใหม่” ภายในงานหอการค้าแฟร์ 2019 ซีพี ออลล์ได้เตรียมพื้นที่สำหรับจัดงานเพื่อนำเสนอภายใต้ปณิธานของบริษัทนั่นคือ ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน บนพื้นที่ 1,116 ตารางเมตร เพื่อส่งมอบโอกาสดีๆ ในหลากหลายมิติให้กับพี่น้องชาวเชียงใหม่และผู้ที่มาร่วมงาน อาทิ

 

 

 

 

โอกาสทางการศึกษา โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ และ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ให้คำแนะนำหลักสูตร พร้อมรับสมัครรับทุนการศึกษาภายในงาน จำนวน 12,000 ทุน

โอกาสทางอาชีพ จัดให้มีบูธรับสมัครงานของซีพี ออลล์ และบริษัทในกลุ่ม และพนักงานประจำร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ เป็นต้น กว่า 35,000 อัตรา

โอกาสทางธุรกิจ จัดให้มีบูธให้คำปรึกษาสำหรับผู้ประกอบการ SME และเกษตรกร ที่สนใจจะนำสินค้ามาจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง (24 shopping)

 

 

 

 

นอกจากนี้ สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และ ซีพี ออลล์ ยังได้จัดสัมมนาพิเศษถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อยและเอสเอ็มอี ในหัวข้อ “ถอดรหัสความสำเร็จ SME ยุค 4.0” โดยมีวิทยากรที่ประสบความสำเร็จ มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประสบความสำเร็จพร้อมกับแนะนำวิธีการนำสินค้ามาจำหน่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง (24 shopping) เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและไอเดียในการพัฒนาธุรกิจของตัวเองต่อไป

 

 

 

 

วันแห่งโอกาสดีเชียงใหม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทั้งนี้ ในส่วนพื้นที่การจัดงาน ซีพี ออลล์ ยังได้เชิญผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสินค้าจากเกษตรกร มาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้ารวมกว่า 40 บูธ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ประกอบการมีช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นแล้ว ผู้บริโภคยังได้เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพในราคาพิเศษถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ อีกด้วย” นายธานินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลัง ซีพี ออลล์ – ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ดันสินค้า GI ไทยสู่ตลาดออนไลน์ พร้อมวางแนวทางเตรียมรุกตลาดจีนในอนาคต

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือกับ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ช้อปปิ้ง จำกัด ช้อปปิ้ง ออนไลน์ ในเครือบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขยายช่องทางการตลาดสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (GI) เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี พร้อมเปิดตัว6 สินค้า GI นำร่อง ที่เปิดให้สั่งซื้อได้ทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ShopAt24 และเลือกรับสินค้าที่เซเว่น อีเลฟเว่นสาขาใกล้บ้าน เผยอนาคตเตรียมวางแนวทางขยายตลาดสินค้า GI ไทยไปสู่ประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีน

 

 

 

 

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “การส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) ในเชิงพาณิชย์ เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลมุ่งผลักดันเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มอบนโยบายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการคุ้มครองและขึ้นทะเบียน GI ให้ส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยขยายช่องทางการตลาดเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่สินค้า GI ไทยเพิ่มยิ่งขึ้น และขยายความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งบริษัท ห้างร้าน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานท้องถิ่น”

 

 

นายวีรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความร่วมมือกับบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการขยายช่องทางการตลาดให้กับสินค้า GI ไทย โดยนำสินค้า GI มาขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีศักยภาพ ผ่านทางเว็บไซต์ในเครือซีพี ออลล์ www.shopat24.com ทำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นและผู้บริโภคเองก็สามารถเลือกซื้อสินค้า GI โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงแหล่งผลิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการสั่งซื้อแบบ Pre-order และสามารถเลือกรับสินค้าได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่นสาขาใกล้บ้าน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเพิ่มความสะดวกรวดเร็วและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า GI อันเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน”

 

 

ด้าน นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ขณะนี้มีสินค้า GI ไทยที่เปิดให้สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ ShopAt24 แล้ว 6 รายการ คือ ศิลาดลเชียงใหม่ ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน กาแฟดอยตุง ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง และผ้าครามธรรมชาติสกลนคร ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเฟ้นหาสินค้า GI อื่นๆ ที่มีศักยภาพหรือมีผลผลิตตามฤดูกาลเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากสินค้า GI รายการใดได้รับการตอบรับดีจากการซื้อขายผ่านช่องทางดังกล่าว จะมีการวางแผนขยายตลาดไปสู่จีนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญที่มีกำลังซื้อสูงในอนาคตต่อไป”

 

นายทศพล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 133 รายการ แบ่งเป็น GI ไทย 116 รายการ และ GI ของต่างประเทศ 17 รายการ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้จะช่วยผลักดันให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า GI ของไทย รวมทั้งภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการได้รับความคุ้มครองควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพมาตรฐาน อันจะนำไปสู่การเติบโตของสินค้า GI อย่างมีคุณภาพและยืนหยัดแข่งขันได้ในตลาดและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคอย่างยั่งยืนต่อไป”

 

 

 

 

ด้าน นายอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด บริษัทในกลุ่มซีพี ออลล์ กล่าวว่า “บริษัทมีนโยบายร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน โดยการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าเอสเอ็มอีและสินค้าที่มีนวัตกรรม จากผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กหรือเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่นิยมจากประชาชน โดยบริษัททำหน้าที่เป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการเหล่านี้ เพื่อส่งตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านช่องทางที่หลากหลายของทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง”

 

 

 

 

“ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ในครั้งนี้ นับว่าเป็นมิติใหม่ของการนำสินค้า GI ซึ่งเป็นสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่มีอัตลักษณ์ของจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย จึงเป็นเหมือนแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า โดยนำเข้ามาขายผ่านช่องทางออนไลน์ www.ShopAt24.com เป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้กระจายสินค้าท้องถิ่นไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง ช่วยตอบสนองความต้องการและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกรและกลุ่มชุมชน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย” นายอำพากล่าว

ซีพี ออลล์ รับรางวัล SET Awards 2019 ด้านความยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ วารสารการเงินธนาคาร ประกาศผลและมอบรางวัล SET Awards 2019 เพื่อมุ่งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ รางวัล Business Excellence ด้านความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และรางวัล Sustainability Excellence การสร้างธุรกิจให้เติบโตด้วยการมีส่วนร่วมสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 

CP-ALL-SET-AWARD

 

โดย ซีพี ออลล์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 100,000 ล้านบาท ได้รับรางวัล SET Awards 2019 ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ประเภท Highly Commended in Sustainability Awards ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน เพื่อให้ธุรกิจมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

 

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ มิติด้านสังคม บริษัทมีนโยบายสนับสนุนด้านการศึกษา ส่งเสริมอาชีพ และรายได้ด้วยการเป็นช่องทางจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย(SME) ตามปณิธานองค์กร “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” และมิติด้านสิ่งแวดล้อม ที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการ “7 Go Green” ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ “ลด และ เลิก ใช้ถุงพลาสติก” ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศมาตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี

 

“ซีพี ออลล์ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมพัฒนาชุมชน และสังคมควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้แคมเปญ ลดวันละถุง คุณทำได้ พร้อมส่งต่อโอกาส. กว่า 134 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลในชุมชน และโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดารใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ จากความร่วมมือของลูกค้าที่ปฏิเสธรับถุงพลาสติก ล่าสุด เพื่อขานรับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการงดใช้ถุงพลาสติก เราได้ประกาศเจตนารมณ์ รวมพลังคนไทย เลิกใช้ถุงพลาสติก โดยร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศจะงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้ว พร้อมทั้งเชิญชวนลูกค้านำถุงผ้า หรือวัสดุทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้แทนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป” นายสุวิทย์ กล่าว

“หนูเล็ก เบญจรงค์” แห่งชุมชนดอนไก่ดี ภูมิปัญญาเลอค่าที่เลือกหาได้ใน “ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง”

ซีพี ออลล์ เดินหน้าสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสสู่สังคม พัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น พาไปรู้จัก “หนูเล็ก เบญจรงค์” แห่งชุมชนดอนไก่ดี จ.สมุทรสาคร ต้นแบบชุมชนเข้มแข็ง สู่การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยี ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง สร้างงาน สร้างอาชีพ มอบคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น

 

 

 

 

นายอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด บริษัทในกลุ่มซีพี ออลล์ กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน โดยการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าเอสเอ็มอีและสินค้าที่มีนวัตกรรม จากผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กหรือเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่นิยมจากประชาชน โดยบริษัททำหน้าที่เป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการเหล่านี้ เพื่อส่งตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านช่องทางที่หลากหลายของทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง อาทิ นิตยสารทเวนตี้โฟร์แคตตาล็อก, เว็บไซต์ www.24catalog.comwww.ShopAt24.comwww.amulet24.com, แอปพลิเคชัน, ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ เชื่อมโยงการซื้อทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งสามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ช้อปปิ้งสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง

 

“ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายผ่านทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง กว่า 20,000 รายการ โดยบริษัทได้ร่วมกับศูนย์นวัตกรรมของซีพี ออลล์ในการส่งเสริมสินค้าเอสเอ็มอีที่ดีมีนวัตกรรมให้สามารถขายสินค้าได้หลายช่องทางมากขึ้น และมีการพัฒนาระบบ Call Center รองรับการสั่งซื้อและให้ข้อมูลแก่ลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยรูปแบบการสื่อสารที่ครอบคลุมทั้งการรับสาย การใช้ live chat การสั่งซื้อผ่านไลน์ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงขยายคลังสินค้าและเพิ่มจุดกระจายสินค้า เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการส่งสินค้า โดยสามารถส่งผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และส่งตรงถึงบ้านลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมี Store Hub เพื่ออำนวยความสะดวกให้เอสเอ็มอีในการฝากส่งสินค้าที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นใกล้เคียง ไปยังคลังสินค้าใหญ่ของทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ทำให้ช่วยลดค่าขนส่ง และประหยัดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอำพา กล่าว

 

 

ด้าน นางประภาศรี พงษ์เมธา หรือพี่หนูเล็ก เจ้าของผลิตภัณฑ์ “หนูเล็กเบญจรงค์” และเลขานุการกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี กล่าวถึงที่มาที่ได้เริ่มรู้จัก และหัดทำเครื่องเบญจรงค์ไว้ว่า หลังจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก็ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ จึงได้เข้ามาเป็นคนงานในโรงงานเสถียรภาพ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตจานชามที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียในสมัยนั้น ที่นั่นเจ้าของโรงงานเองมีวัตถุดิบอยู่แล้วด้วยวิสัยทัศน์จึงตั้งแผนกเบญจรงค์ขึ้นมา จ้างอาจารย์มาจากเมืองจีน และอาจารย์จากศิลปากรมาสอนเขียนลายทั้งแบบจีน แบบไทย โดยให้พนักงานสองพันกว่าคนมาฝึกทำ ทำให้พี่หนูเล็กได้หัดเขียนลายจนชำนาญ

 

 

“ 20 กว่าปีมาแล้ว ทำงานโรงงานตั้งแต่ค่าแรงวันละ 60 บาท จนวันนึ้ค่าแรงเพิ่มเป็นวันละ 120 บาท ต่อมาโรงงานมีปัญหา คนที่มีความรู้ก็ไปรับจ้างเขาเขียนลาย คนที่มีทุนหน่อยก็ออกไปทำเอง แล้วมีคนลองเอาไปขายในกรุงเทพฯ ปรากฏว่าขายดี ตอนนั้นพ่อพี่อยู่บ้านนอก เขาเห็นว่าเรามีฝีมือก็เลยตามกลับมาทำเบญจรงค์ที่บ้าน เริ่มจากไม่มีอะไรเลย ทำกันแค่สองคน ต่อมาก็ขยายทำกันเองในครอบครัวก่อน ฝึกลูก ฝึกหลานนี่แหละ แล้วก็ขยายออกไปในพื้นที่ เชิญคนตกงานมาทำด้วยกันเป็นร้อยคนเลย ในชุมชนเขาก็ดีใจ ไม่ต้องออกไปทำงานไกล ไม่เสียค่ารถ ค่าน้ำมัน มารับงานไปทำที่บ้านได้ เราก็ให้ค่าตอบแทนเขาตามฝีมือ ตามผลงาน ตามความยากง่าย” พี่หนูเล็ก เล่า

 

 

 

CP-ALL_หนูเล็ก-เบญจรงค์

 

สำหรับเอกลักษณ์ของหนูเล็กเบญจรงค์ก็คือลายหนุมานมัจฉา นางเบญจกาย ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ของพี่หนูเล็กได้ไปอวดโฉมจำหน่ายอยู่บนเครื่องบินของสายการบินไทย นอกจากนี้ยังมีลายดั้งเดิมอย่างลายจากจีน ลายเทพพนม และลายใหม่ๆ ทำให้สินค้ามีความแตกต่างโดดเด่น จนได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้าที่เป็นองค์กร ห้างร้าน และหน่วยงานมาสั่งทำเป็นประจำ

 

 

 

 

 

 

 

 

“นอกจากลายหนุมานมัจฉา ก็มีลายเก่าแก่ดั้งเดิมที่ใครก็มีสิทธิทำได้หมด แต่ที่เรามีเพิ่มเติมคือพยายามดัดแปลงเพื่อให้ได้ลายใหม่ องค์กรส่วนพื้นที่ก็จ้างอาจารย์มาออกแบบให้ ได้เป็นลายปลาทอง ซึ่งช่างของเราเก่งทำได้จึงได้ลายนี้มา แล้วก็ยังมีลายสีสันฤดูร้อน กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ถือเป็นลายประจำจังหวัดสมุทรสาคร งานของเราละเอียด ใช้ทองเต็ม เราซื่อสัตย์ ไม่หลอกลวงลูกค้า ที่สำคัญต้องมีอัธยาศัยดี แล้วเราก็ไม่ได้บอกราคาสูงลิ่ว เอาที่เราอยู่ได้ เขาอยู่ได้ เลยมีลูกค้าประจำเยอะ อย่างสถาบันการศึกษา ห้างร้าน หน่วยงานต่างๆ ก็มาสั่งทุกปี ใส่ตราสัญลักษณ์ของเขา เอาไปเป็นของแจกในงานต่างๆ ลูกค้าเราดีมากๆ ไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากเราเลย” เจ้าของผลิตภัณฑ์หนูเล็ก เบญจรงค์ กล่าวเพิ่มเติม

 

พี่หนูเล็กพยายามจะขยายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านออนไลน์หลายครั้ง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งมีทีมงาน เข้ามาช่วยเหลือนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ของทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง  ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมากนับตั้งแต่นั้นมา

 

 

“ตอนทีมงานทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้งเข้ามาหา ก็เห็นความตั้งใจจริง เขาเอาความหวังดีมาให้ ทีมงานตั้งใจมาก มากันที 5-6 คน ยอมเหนื่อยให้เราเลย เราก็ดีใจ แล้วพอลงภาพสินค้าบนเว็บไซต์ปุ๊บ รุ่งขึ้นมีคนสั่งซื้อเลย มันเหลือเชื่อจริงๆ เดิมเราคิดว่าจะขายได้แต่กับคนในกรุงเทพฯ แต่ปรากฎว่าที่สกลนครก็มี จันทบุรีก็มี มันน่าปลื้มมากว่าเราเป็นชาวบ้านธรรมดา เราได้โอกาสมีตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้ชุมชนก็อยู่ได้ด้วย ปัจจุบันมีสินค้าประมาณ 44 รายการ ที่ขายอยู่ในช่องทางออนไลน์ www.ShopAt24.com ส่วนในอนาคตตั้งใจว่าจะพัฒนาลายใหม่ๆ ขึ้นมาอีก ก็ยังจะทำต่อไปเพื่อรักษาภูมิปัญญาตรงนี้เอาไว้ ให้รุ่นลูก รุ่นหลานมาสืบทอดไปภายภาคหน้าด้วย” นางประภาศรี กล่าวปิดท้าย