ซีพี ออลล์ มอบ 77 ล้านบาท สมทบทุนให้ 77 โรงพยาบาล ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย มอบเงินจำนวน 77 ล้านบาท จากแคมเปญ ลดวันละถุง…คุณทำได้ เฟส 2”เพื่อนำไปสมทบทุนให้ 77 โรงพยาบาล ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศที่ร่วมกันปฏิเสธรับถุงพลาสติกรวมกว่า 670 ล้านใบ

 

มอบเงินลดวันละถุง

 

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า ซีพี ออลล์ ได้เริ่มดำเนินโครงการรณรงค์ลดและเลิกการใช้ถุงพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ 7 Go Green (เซเว่น โก กรีน) ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน สังคม และประเทศชาติ  ผ่านโครงการต่างๆตามปณิธานของบริษัท ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”

 

 

“จากความมุ่งมั่นเป็นองค์กรที่มีจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน ซีพี ออลล์ จึงได้จัดงานประกาศเจตนารมณ์ลดใช้ถุงพลาสติกเพื่อลดปริมาณขยะถุงพลาสติก ภายใต้โครงการ ลด และ เลิก ใช้ถุงพลาสติก ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวแคมแปญ ลดวันละถุง…คุณทำได้โดยมี ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย เป็นพรีเซนเตอร์รณรงค์ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติก รวมทั้งรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก เพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน 20 สตางค์ต่อถุง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 ซึ่งได้รับการตอบรับและความร่วมมือจากลูกค้าทั่วประเทศเป็นอย่างดียิ่ง ทำให้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562  ลูกค้าที่มาใช้บริการร้านเซเว่น อีเลฟเว่นปฎิเสธรับถุงพลาสติกรวมเป็นจำนวน 285,515,923 ใบ เปลี่ยนเป็นเงินรวมกว่า 57 ล้านบาท เพื่อนำไปสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ มอบให้กับอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา โรงพยาบาลศิริราช โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ อภิชาติ อัศวมงคลกุล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบ

 

“บริษัทฯ ได้สานต่อแคมเปญด้วยการเปิดตัว ลดวันละถุง…คุณทำได้ เฟส 2ซึ่งในครั้งนี้ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสมทบทุนให้แก่ โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลในชุมชน และโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร รวม 77 โรงพยาบาลใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขยายผลความตั้งใจให้กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่และส่งมอบโอกาสให้กับผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดารได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดี  โดยทุกครั้งที่ลูกค้าไม่รับถุงพลาสติก พนักงานจะบันทึกไว้ในระบบและนำเงินไปสมทบทุนโครงการนี้ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปดูจำนวนถุงที่ลดลงและยอดเงินบริจาคได้ทางหน้าจอเครื่องรับชำระเงิน, 7APP และแฟนเพจ 7-Eleven Thailand”

 

 

 

 

 

 

ล่าสุด “โครงการลดวันละถุง คุณทำได้ เฟส 2 สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกไปได้มากกว่า670 ล้านใบ และคิดเป็นยอดบริจาคกว่า 77 ล้านบาท หากรวมจำนวนถุงพลาสติกที่ลดไปตั้งแต่วันเริ่มโครงการ ในวันที่ 7 เดือน 11 ปี2561 จนถึงปัจจุบัน และคิดเป็นยอดสมทบทุนรวมกว่า 134 ล้านบาท  

 

“ซีพี ออลล์  ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านพร้อมด้วยพันธมิตรทุกองค์กรที่รวมพลังผลักดันให้เกิดการปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติกในแคมเปญ “ลดวันละถุง…คุณทำได้”  เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินรวมกว่า 134 ล้านบาท ร่วมสมทบทุนมอบให้กับ โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลในชุมชน และโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร รวม 77 โรงพยาบาลใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งประเทศ และขอเชิญชวนให้คนไทยลดใช้ถุงพลาสติกอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” นายสุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย

ชมรมจิตสาธารณะ ซีพี ออลล์ ร่วมกับพนักงานเซเว่นฯ Sub Area มอบน้ำดื่มบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย

เพราะอุทกภัยครั้งใหญ่ที่จังหวัดอุบลราชธานี มีผู้ประสบภัยจำนวนกว่า 2,000 ครัวเรือน หรือ กว่า 5,000 คน ที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆมากมาย โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด ชมรมจิตสาธารณะ ซีพี ออลล์ ร่วมกับ ผู้บริหารและพนักงานเซเว่นฯ Sub Area บริษัท ยิ่งยงมินิมาร์ท จำกัด ไม่รอช้า รีบระดมคนเดินทางไปมอบน้ำดื่มบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย จ. อุบลราชธานี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายสดุดี อัศวินะกุล รองผู้จัดการทั่วไป ตัวแทนชมรมจิตสาธารณะ ซีพี ออลล์ พร้อมด้วยพนักงานเซเว่น อีเลฟเว่น จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ยิ่งยงมินิมาร์ท จำกัด หนึ่งในบริษัท Sub Area ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในเขตภาคอีสาน ระดมทีมงานและพนักงานเซเว่น อีเลฟเว่น นำน้ำดื่มจำนวน 48,000 ขวด ปลากระป๋องจำนวนกว่า 15,000 กระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวนกว่า 5,400 แพ็ค ไปมอบให้กับชุมชน กระจายไปตามพื้นที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดอุบลราชธานีและอำนาจเจริญ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ เพราะสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานีขณะนี้ยังคงวิกฤตและความต้องการน้ำดื่มสะอาดยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ ได้แก่ ชุมชนบ้านดู่, ชุมชนห้วยวังนอง, ชุมชนบูรพา, ชุมชนวัดหลวง ชุมชนวัดโรมันคาทอลิก, ชุมชนเยาวเรศ, ชุมชนวัดกุดคูณ, ชุมชนบ้านท่าบ่อ, ชุมชนแจระแม, ชุมชนสวนสัตว์อุบล, ชุมชนทัพไท, ชุมชนหนองกินเพล โรงเรียนวารินชำราบ และสภ.วารินชำราบ ซึ่งมีผู้ประสบอุทกภัยกว่า 2,000 ครัวเรือน (ประชากรกว่า 5,000 คน) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสำนักปฏิบัติการ ซีพี ออลล์ ในพื้นที่ต่างๆ ภาคอีสาน ได้นำน้ำดื่มไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยแล้ว จำนวนกว่า 8,000 ขวด พร้อมมอบไข่ไก่อีกจำนวนกว่า 8,000 ฟอง ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร เพื่อบรรเทาทุกข์แก่พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยตามปณิธานองค์กร “ร่วมสร้างสรรค์ และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”

“กาแฟมวลชน” ร่วมรักษ์โลก ชวน “อาเล็ก” ผ่านแคมเปญ “กาแฟมวลชน…ใส่ใจลูกค้าและห่วงใยสิ่งแวดล้อม

วันที่ 9 เดือน 9 ปี 2019 “กาแฟมวลชน” ร่วมรักษ์โลกชวน “อาเล็ก” ผ่านแคมเปญ “กาแฟมวลชน…ใส่ใจลูกค้าและห่วงใยสิ่งแวดล้อม SAVE THE EARTH GO GREEN”

 

 

 

ร้านกาแฟมวลชน อยู่ภายใต้ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด บริหารงานโดย “ดร.นริศ ธรรมเกื้อกูล” ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล เครือเจริญโภคภัณฑ์, รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิด กาแฟสร้างอาชีพเพื่อสังคมและชุมชน ที่ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพ ตั้งแต่ต้นปี 2553 โดยมีโครงการอบรมกาแฟสร้างอาชีพเพื่อสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน พร้อมยังมีโครงการเพื่อตอบแทนสังคมและชุมชน หักรายได้จากการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มส่วนหนึ่ง ส่งต่อเพื่อบำรุงแก่สาธารณะประโยชน์ พร้อมยังสนับสนุนผลผลิตกาแฟและสินค้าจากเกษตรกรไทย รวมถึงเป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการธุรกิจ SME ท้องถิ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และครั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์กาแฟที่ใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงได้เปิดตัวแคมเปญ “กาแฟมวลชน…ใส่ใจลูกค้าและห่วงใยสิ่งแวดล้อม SAVE THE EARTH GO GREEN” พร้อมกระนั้นยังเปิดตัว แก้วฟางข้าว (WHEAT STRAW CUP) ที่ผลิตจากฟางข้าวสาลีธรรมชาติผสมผสานกับ BIO PLASTIC ใช้ประโยชน์ได้ทั้งการใส่ได้ทั้งเครื่องดื่มร้อนและเย็น เพื่อเป็นการตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และลดการใช้พลาสติก ส่งต่อเป็นที่แรกเป็นรางวัลแก่ผู้โชคดี ณ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

 

 

นอกจากนี้ทางกาแฟมวลชนยังได้จัดกิจกรรมพิเศษมากมาย พร้อมส่งตรงความเอ็กซ์คลูซีฟ โดยมี อาเล็ก ธีรเดช มาร่วมพูดคุยและทำกิจกรรม D.I.Y ตกแต่งลวดลายบนกระเป๋าสานสไตล์วินเทจ ทำจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบของรางวัลแก่ผู้โชคดีอย่างใกล้ชิด รวมถึงเสิร์ฟเครื่องดื่ม และ
ร่วมกิจกรรมถึงห้องเรียนของนักศึกษา สร้างความสนุกและเสียง หัวเราะแก่น้องๆ เป็นอย่างมาก

 

 

 

ทั้งนี้สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดโลกร้อนได้ง่ายๆ พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไปเพียงซื้อสินค้าประเภทเครื่องดื่มที่ร้านกาแฟมวลชน ครบ 99 บาท สามารถแลกซื้อแก้วฟางข้าวในราคาเพียง 9 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ที่ร้านกาแฟมวลชนทุกสาขาทั่วประเทศ

สมาคมกีฬาหมากล้อมฯ ร่วมกับ โค้ก – ซีพี ออลล์ เปิดฉากค้นหาแชมป์หมากล้อม “โค้ก โกะ แชมป์เปี้ยนชิพ 2019”

บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด,  บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด  ร่วมกับ สมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย, สถาบันหมากล้อมและศิลปะจินโป๋ และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน กีฬาหมากล้อม “โค้ก โกะ แชมป์เปี้ยนชิพ 2019” (Coke GO Championship 2019)  เพื่อค้นหานักกีฬาหมากล้อมหน้าใหม่สู่มืออาชีพชิงถ้วยและเงินรางวัลรวมกว่า 1.5 แสนบาท เริ่มแข่งขันตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน – 12 ตุลาคม 2562

  

พิธีเปิด-CokeGO-2019

 

 

 

 

          

 

นายโตมร จันทรา เลขาธิการสมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาหมากล้อม “โค้ก โกะ แชมป์เปี้ยนชิพ” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2557 และจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง สำหรับในปี 2562 นี้ บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด ร่วมกับ สมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย, สถาบันหมากล้อมและศิลปะจินโป๋ และบมจ.ซีพี ออลล์ ได้จัดการแข่งขันกีฬาหมากล้อม “โค้ก โกะ แชมป์เปี้ยนชิพ 2019” (Coke GO Championship 2019) เพื่อเฟ้นหานักหมากล้อมสุดยอดฝีมือชิงถ้วยรางวัล “โค้ก โกะ แชมป์เปี้ยนชิพ 2019” โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลสูงสุด 100,000 บาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมเงินรางวัลกว่า 150,000 บาท  

 

 

 

 

สำหรับคุณสมบัติของนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้จะต้องมีฝีมือระดับ 1 ดั้งขึ้นไป แข่งขันในรอบแรกเพื่อคัดเลือกเหลือ 16 คน หลังจากนั้นนักกีฬาทั้ง 16 คน จะจับคู่แข่งรวมทั้งหมด 8 กระดานสำหรับผู้ที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดจะเป็นตัวแทนของปีนี้เข้าไปแข่งขันรอบสุดท้ายเพื่อชิงชนะเลิศกับ “พงศกานต์ ศรอารา”  นักหมากล้อมฝีมือระดับ 4 ดั้ง แชมป์การแข่งขันหมากล้อม โค้ก โกะ แชมป์เปี้ยนชิพ ปี 2018 เพื่อค้นหาสุดยอดแชมป์หมากล้อมประจำปี 2019 ในวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562 ณ ชั้น 11 ซีพี ทาวเวอร์ ถนนสีลม

 

 

 

 

ด้าน ดร.ศราวุธ ดิษยวรรธนะ  ผู้จัดการกิจกรรมพิเศษ และกีฬา บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด กล่าวว่า “บริษัทได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในอนาคต ทราบว่า“หมากล้อม” เป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เล่นได้พัฒนาทั้งด้านทัศนคติ สัญชาติญาณในการวางแผน และการตัดสินใจ รวมถึงได้รับ 4Q ที่เป็นประโยชน์  ได้แก่ IQ :Intelligent Quotient (ความฉลาดทางปัญญา ), EQ : Emotion Quotient (ความฉลาดทางอารมณ์), MQ : Moral Quotient (คุณธรรม) และ AQ : Adversity Quotient (ความอดทนต่อสถานการณ์อันไม่พึ่งประสงค์ )  ดังนั้น กลุ่มธุรกิจ โคคา-โคลา  มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการแข่งขันกีฬาหมากล้อม “Coke Go Championship 2019” ร่วมกับสมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทยและ บริษัท ซีพี ออลล์ ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 และเชื่อว่า การแข่งขันครั้งนี้จะมีความสนุกยิ่งขึ้น เนื่องจากมีนักหมากล้อมที่เก่งๆ จากภูมิภาคของประเทศไทยมาร่วมกันจำนวนมาก

 

ชมรมจิตสาธารณะ ซีพี ออลล์ เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสาน

 

 

จากอิทธิพลของพายุ “โพดุล” ที่ทำให้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ในภาคอีสาน ชมรมจิตสาธารณะ ซีพี ออลล์ ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัย โดยในวันที่ 4 ก.ย.62 ได้มอบน้ำดื่ม จำนวน 2,000 ขวด และไข่ไก่ จำนวน 2,000 ฟองให้กับ ที่ว่าการอำเภอเนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นศูนย์อพยพช่วยเหลือน้ำท่วมสำหรับประชาชน โดยมี นายทวีศักดิ์ ล่อกา ปลัดอำเภอเนินมะปราง เป็นผู้รับมอบ

 

 

 

 

ในวันเดียวกันได้มอบน้ำดื่ม จำนวน 2,000 ขวด และไข่ไก่ จำนวน 2,000 ฟองให้กับศูนย์ช่วยเหลือประชาชน วัดสว่างคงคา จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นศูนย์อพยพช่วยเหลือน้ำท่วมสำหรับประชาชนที่เดือดร้อน โดยมีคุณศรสวรรค์ บรรจง ผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นผู้รับมอบ

 

 

 

 

และในวันที่ 5 ก.ย.62  ได้มอบน้ำดื่ม จำนวน 2,000 ขวด และไข่ไก่ จำนวน 2,000 ฟองให้กับหอประชุมวิถีอีสาน จ.ยโสธร ซึ่งเป็นศูนย์อพยพช่วยเหลือประชาชน โดยมี นางพิทยาภรณ์ เวชกามา เสมียนตราจังหวัดเหรัญญิกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร เป็นผู้รับมอบ

 

 

 

 

และในวันเดียวกันได้มอบน้ำดื่ม จำนวน 2,000 ขวด และไข่ไก่ จำนวน 2,000 ฟองให้กับศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ณ ที่ว่าการอำเภอเสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นศูนย์อพยพช่วยเหลือน้ำท่วมสำหรับประชาชนที่เดือดร้อน  โดยมีคุณอรัญญา นาเมืองรักษ์ ปลัดอำเภอเสลภูมิเป็นผู้รับมอบ

ซีพี ออลล์ จัดงานมอบรางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” ครั้งที่ 16

 

 

ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลหนังสือดีเด่น “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด”ครั้งที่ 16 ประจำปี 2562  โดยนายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ. ซีพี ออลล์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีของการดำเนินโครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัล เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ได้คัดสรรหนังสือดีมีคุณภาพทั้ง 7 ประเภทสู่สังคม ประกอบด้วย กวีนิพนธ์, นวนิยาย, การ์ตูน, รวมเรื่องสั้น, วรรณกรรมสำหรับเยาวชน, สารคดี (ทั่วไป) และผลงานของนักเขียนรุ่นเยาว์ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือเพื่อยกย่องเชิดชูนักเขียนคุณภาพ และสนับสนุนผลงานที่มีเนื้อหาจรรโลงสังคม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รวมถึงเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาตนเองด้านการอ่านการเขียนให้มากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

“โครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด เป็นโครงการที่บริษัทมุ่งหวังให้เป็นเวทีเชิดชูและเป็นกำลังใจให้นักเขียนไทยได้พัฒนาฝีมือหรือผลิตผลงานที่มีคุณภาพ ที่ดำเนินการต่อเนื่องก้าวสู่ปีที่ 16 และเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะมุ่งมั่นส่งเสริมการอ่าน การเขียน และการเรียนรู้เป็นหนทางของการพัฒนาคนนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของซีพี ออลล์ ในด้านการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชนที่ดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม และยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมหนังสือดีมีคุณภาพให้สังคมไทย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนวัฒนธรรมการอ่าน การเขียนให้เติบโตต่อไป”

 

 

 

 

นอกจากนี้ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย กรรมการกิตติมศักดิ์โครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดเป็นประธานมอบรางวัลและกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องการอ่าน

 

 

 

 

โดยผลการประกวด ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภทคือ  “อรสม สุทธิสาคร” จากเรื่อง ดอกไม้ใต้ภูเขาน้ำแข็ง (สารคดี), “มุนินฺ” จากเรื่อง “ประโยคสัญลักษณ์” (การ์ตูน), “โกลาบ จัน” จากเรื่อง “ใต้ฝุ่น” (นวนิยาย), “รินศรัทธา กาญจนวตี” จากผลงาน “ทุกขณะ กระจ่างชัด สัมผัสใจ” (กวีนิพนธ์), “ตินกานต์” จากเรื่อง “ดอก รัก” (รวมเรื่องสั้น) และ “โชติ ศรีสุวรรณ” จากเรื่อง “พ่อมหา แม่หางเครื่อง ลูก(สาว) นักร้อง” (วรรณกรรมสำหรับเยาวชน)

 

อรสม สุทธิสาคร กล่าวว่า ในฐานะที่อยู่ในวงการนักเขียน การจัดประกวดเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการอ่าน และยังช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้นักเขียนด้วย

 

 

 

 

“ดิฉันเขียนหนังสือมา 32 ปีแล้ว ฉะนั้นสิ่งที่อยากบอก คืออยากขอบคุณกรรมการที่เห็นความหมายของงานสารคดีที่บอกถึงความทุกข์ยากของผู้หญิงที่เป็นฝ่ายถูกกระทำความรุนแรง มองเห็นคุณค่าของงานแบบนี้ งานชิ้นนี้ไม่ใช่ประเภทโลกสวย เป็นงานของเรื่องจริงเรื่องหนักเรื่องที่เครียด แต่สะท้อนความเป็นจริง เพื่อที่สังคมจะได้หันมามองเรื่องราวตรงนี้ ผู้อ่านก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนมุนินฺ เปิดเผยความรู้สึกว่า ดีใจมากที่ได้รับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด เป็นรางวัลที่รอคอยมานานแล้ว และเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับการทำหนังสือ

 

“นี่เป็นครั้งแรกที่ลองส่งไปในเวทีรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดแล้วก็ได้เลย ดีใจจริงๆ คณะกรรมการอธิบายสาเหตุที่หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลอย่างลงลึกไปถึงเนื้อหา แสดงถึงความใส่ใจในการคัดเลือกอย่างยิ่ง เห็นมิติที่เราไม่เคยจำกัดความมาก่อน เป็นรางวัลที่มีเป็นเกียรติมากๆ”

 

 

 

 

ขณะที่โกลาบ จัน กล่าวว่าเวทีเซเว่นบุ๊คอวอร์ด เป็นประโยชน์ต่อการอ่าน และสามารถสร้างคุณค่าให้กับวงการหนังสือได้อย่างดี

 

 

 

 

รินศรัทธา กาญจนวตี บอกว่า รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดทำให้คนทำหนังสือได้เห็นว่า หนังสือยังมีความสำคัญและมีที่ทางของตัวเองจากการคัดสรรหนังสือดีๆ และในฐานะคนเขียนก็รู้สึกอยากพัฒนาฝีมือให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

 

“เราเป็นคนตาบอด พิการทางสายตา การที่ทำเราได้รับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดจะทำให้เรารู้สึกว่าสังคมมีพื้นที่ให้เราได้ยืน ทำให้เห็นว่าคนพิการสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น เป็นที่ยอมรับทางสังคม อยู่ร่วมกับสังคมทำให้เรามั่นใจว่าเป็นคนปกติที่มองไม่เห็นแต่ไม่ได้แตกต่าง หนังสือเล่มนี้ใช้เวลาสร้างมา 5 ปีและก็ได้ความช่วยเหลือจากครูบาอาจารย์ และพี่ๆ ในสำนักพิมพ์ เซเว่นบุ๊คอวอร์ดจึงเป็นสัญลักษณ์ของคำขอบคุณอย่างเป็นรูปธรรมให้กับผู้ที่ร่วมสร้างหนังสือนี้ให้สำเร็จ”

 

 

 

 

 

 

ด้าน ตินกานต์ เผยว่า ดอก รัก เป็นรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของเธอ จึงรู้สึกดีใจระคนตื่นเต้น และเป็นกำลังใจให้เขียนหนังสือต่อไปเมื่อได้รับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ 16 ในครั้งนี้

 

“การเขียนหนังสืออย่างเดียวในประเทศนี้เป็นเรื่องยากที่จะยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัว ไม่ใช่นักเขียนทุกคนสามารถทำได้ โดยเฉพาะนักเขียนหน้าใหม่ การประกวดจึงเหมือนสปอตไลท์ หนังสือที่ได้รางวัลเหมือนมีแสงไฟฉายส่องลงมา ถูกมองเห็นมากขึ้น อาจจำหน่ายได้มากขึ้น นั่นหมายถึงการอยู่รอดของนักเขียนด้วย และรางวัลก็เป็นการสนับสนุนอาชีพนักเขียนในทางหนึ่งค่ะ”

 

 

 

 

“เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” เป็นหนึ่งในโครงการ “ส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชน” ของซีพี ออลล์ ที่ดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 16 ปี ตามปณิธานของบริษัทคือ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ซึ่งช่วยส่งเสริมการอ่าน ต่อยอดความคิดให้กับคนในสังคม อีกทั้งสร้างนักเขียนคุณภาพให้มีมากขึ้น และสนับสนุนงานเขียนที่มีความสร้างสรรค์ต่อสังคม

 

 

 

 

สำหรับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ประกอบด้วย 7 ประเภทรางวัล คือ กวีนิพนธ์, การ์ตูน, นวนิยาย, รวมเรื่องสั้น วรรณกรรมสำหรับเยาวชน, สารคดี(ทั่วไป) และรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ ผู้สนใจสามารถสมัครเพื่อส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้หนังสือดีเด่น รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ 17 ได้ที่สำนักกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บมจ.ซีพี ออลล์ อาคารปัญจภูมิ 1 ชั้น 6 ถนนสาทรใต้ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ 02-071-2902-3 หรือติดตามรายละเอียดที่ https://csrcpall.com

ซีพี ออลล์เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ขอนแก่น

จากอิทธิพลของพายุ “โพดุล” ที่ทำให้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ใน จ.ขอนแก่น  บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ขอเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัย โดยศูนย์กระจายสินค้า จ.ขอนแก่น  ได้นำน้ำดื่มมาร่วมบริจาคให้พี่น้องชาวบ้านไผ่ จำนวน 2,000 ขวด ซีพี ออลล์ ขอส่งแรงใจให้พี่น้องชาวขอนแก่นผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ไปได้โดยเร็ววันนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

DC หาดใหญ่ ร่วมสนับสนุนน้ำดื่มในกิจกรรมกีฬาของชุมชนสังคม

ศูนย์กระจายสินค้า DC หาดใหญ่ ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “แข่งขันกีฬาสีภายใน ครั้งที่ 12 วิทยาลัยรัตภูมิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย” โดยมอบน้ำดื่มจำนวน 900 ขวดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม  และเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา มอบน้ำดื่มในกิจกรรม “ท่าช้าง เดิน-วิ่ง ท้องถิ่นรักษ์โลก ครั้งที่ 1” เทศบาลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา จำนวน 1,200 ขวด เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสุขภาพคนไทย

 

 

 DC-หาดใหญ่มอบน้ำดื่ม