24 Shopping! เปิดให้สั่งจองเสื้อเรื่องเล่าเช้านี้ ปีที่ 17

โครงการเรื่องเล่าเช้านี้เพื่อเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาค โครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาทุกปีตั้งแต่ปี 2555 ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน โดยจุดเริ่มต้นมาจากการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจมอบให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลน จนกระทั่งขยายโครงการมาจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และในปีที่ผ่านมา รายได้จากการขายเสื้อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มอบให้โรงพยาบาลทั้งหมด 18 แห่ง โดยเครื่องมือแพทย์ที่จัดซื้อ จะพิจารณาตามความต้องการโรงพยาบาลที่ขาดแคลนในทุกระดับ ตั้งแต่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลประจำจังหวัด จนถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ ซึ่งช่วยให้การทำงานของแพทย์และพยาบาลในการรักษาคนไข้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังถือเป็นกำลังใจในการทำงานให้บุคคลากรทางการแพทย์อีกด้วย โดยในปีนี้  ก้าวเข้าสู่ปีที่ 17  ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณโน้ส อุดม มาช่วยออกแบบเสื้อให้ เป็นลายเลข 17 และสีสันสดใสอีกเช่นเคย

 

 

 

 

ช่องทางการสั่งจอง  :  สั่งจองผ่านระบบ 24Shopping ได้ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขา หรือเว็บไซต์ www.24Catalog.com   / www.Shopat24.com สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-780-7600

 

ช่วงเวลาการสั่งจอง : เปิดรับสั่งจองตั้งแต่วันที่  17 มิ.ย. – 10 ก.ค. 62

รับสินค้า : 30 ก.ค. 62 เป็นต้นไป โดยจะมีSMSแจ้ง “วันรับสินค้า”ให้ลูกค้าที่สั่งจองเสื้อทราบอีกครั้ง

รับสินค้า ณ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่ทำการสั่งจองได้เลยยยยยย

จิตสาธารณะซีพี ออลล์ ร่วมพายคายัคเก็บขยะเกาะเสม็ด ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก!

จิตสาธารณะซีพี ออลล์  จัดกิจกรรมดีๆ ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก​!! โดยมีนายประยูร พงศ์พันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เป็นประธานจัดโครงการ “ทำดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม” กิจกรรมพายคายัคเก็บขยะเกาะเสม็ดในวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อรักษาความสะอาดและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี นายธวัช ตันนะรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารทั่วไปปฎิบัติการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย นำทีมชมรมจิตสาธารณะ ซีพี ออลล์และพนักงานเซเว่น อีเลฟเว่น เข้าร่วมกิจกรรม

 

 

 

จิตอาสาเกาะเสม็ด

 

 

โดยโครงการนี้เป็นการต่อยอด นโยบาย 7 go green ในการดูแลสิ่งแวดล้อมของ ซีพี ออลล์ ที่ได้ขับเคลื่อนรณรงค์ต่อเนื่องมากว่า 10 ปี รวมทั้งพื้นที่เกาะ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ เกาะลันตา เกาะยาวน้อย เกาะเสม็ด เกาะหลีเป๊ะ และเกาะพีพี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซีพี ออลล์ จับมือ 7 องค์กรรณรงค์ “รักษ์เกาะพีพี ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก”

ซีพี ออลล์ จับมือ 7 องค์กรรณรงค์ “รักษ์เกาะพีพี ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก” โดยร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มูลนิธิโลกสีเขียว กลุ่มพิทักษ์ พีพี และ ชมรมท่องเที่ยวเกาะพีพีฯ จัดกิจกรรม “รักษ์เกาะพีพี ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน นักท่องเที่ยว นักเรียน เข้าร่วมอย่างอบอุ่น

 

 

 

ซีพี ออลล์ มีนโยบายในการรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับ เยาวชน ชุมชน ประชาชน พนักงานร้านสาขา ตลอดจนลูกค้า ให้มีส่วนร่วมในการลดใช้ถุงพลาสติก ผ่านแนวคิด “ซื้อของชิ้นเล็กไม่รับถุงพลาสติก” “ซื้อของหลายชิ้นใส่รวมถุง” และล่าสุดได้ขับเคลื่อนโครงการ “ลดวันละถุง คุณทำได้”

 

ซึ่งนับตั้งแต่วันเริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน สามารถลดการใช้ถุงไปได้มากกว่า 424 ล้านใบ และคิดเป็นยอดบริจาคกว่า 84 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2562) โดยได้ส่งมอบเงินจำนวน 57 ล้านบาท จากแคมเปญ “ลดวันละถุง…คุณทำได้” เฟส 1 สมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์มอบให้กับอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา โรงพยาบาลศิริราชเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในเฟส 2 จะสมทบทุนให้แก่ โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลในชุมชน และโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร รวม 77 โรงพยาบาลใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ อีกทั้งยังเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ทั้งถุงกระดาษ และแก้วแบบย่อยสลายได้ นำร่อง 300 สาขา ตามมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และแหล่งท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ และจะขยายผลไปยังสาขาอื่น ๆ ต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ “รักษ์เกาะพีพี ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก” เป็นหนึ่งในโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามปณิธานของ บมจ .ซีพี ออลล์ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้กับทุกคน” จัดโครงการรณรงค์ลดและเลิกใช้ถุงพลาสติกตามหมู่เกาะต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ โดยเชิญชวนให้พนักงาน ลูกค้า ชุมชน ประชาชนทั่วไป ร่วมมือร่วมใจปฏิเสธถุงพลาสติกแล้วหันมาใช้ถุงผ้าแทน ซึ่งจะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วยนักเรียนโรงเรียนพระราชทานบ้านเกาะพีพี ครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ภาคประชาสังคม และประชาชนในท้องถิ่น ร่วมทำกิจกรรม Big Cleaning และประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเลิกใช้หรือลดการนำถุงพลาสติกขึ้นมาบนเกาะ เพื่อเตรียมรับฤดูกาลการท่องเที่ยว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้าน นายประเสริฐ วงศ์นา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง กล่าวว่า ตอนนี้ อบต.อ่าวนาง ร่วมกับกลุ่มพิทักษ์ พีพี และผู้ประกอบการใน พีพี เรามีการพูดคุยกันในเรื่องของการลดใช้ถุงพลาสติกบนเกาะให้หันมาใช้ถุงผ้าแทน ซึ่งเรามีการประชาสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง เราไม่อยากเห็นสถานที่ท่องเที่ยวของเราเต็มไปด้วยถุงพลาสติกหรือสิ่งที่มันไม่ย่อยสลายและกำจัดยาก สำหรับวันนี้ที่ ซีพี ออลล์ เข้ามาผมว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เป็น Case Study ของกลุ่มอื่นๆ และเกาะอื่น ๆ ที่ต้องร่วมกันลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง เพื่อสถานที่ท่องเที่ยวของเรา ท้องทะเลของเรา สัตว์น้ำต่าง ๆ ที่อยู่ในทะเล ก็อยากให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะ พีพี นะครับ ช่วยกันงดรับถุงพลาสติกเวลาที่เราซื้อสินค้าบนเกาะ เพื่อให้เกะพีพี นั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสะอาดปราศจากการใช้ถุงพลาสติก และมีความสวยงามอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปัจจุบันเกาะพีพี จ. กระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง น้ำทะเลใส ฝูงปลา และแนวปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและจากทั่วโลกให้มาท่องเที่ยว เพื่อรักษาความงดงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นให้คงอยู่อย่างยั่งยืน การร่วมกัน ลด ละ เลิกใช้ถุงพลาสติกจึงต้องเริ่มจากการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความตระหนักในการอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ร่วมกัน

 

ซีพี ออลล์ เปิดตัวโครงการ “เชิดชูชาวนาผู้ปลูกข้าว ผู้ปลูกความเป็นไทย”

ซีพี ออลล์ เปิดตัวโครงการ “เชิดชูชาวนาผู้ปลูกข้าว ผู้ปลูกความเป็นไทย” ส่งเสริมบทบาทของชาวนาเพื่อการพัฒนารอบด้านอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของซีพี ออลล์ โดยจับมือ 2 องค์กร โรงเรียนชาวนาพุทธเศรษฐศาสตร์ ไร่เชิญตะวัน และ สมาคมไทบ้าน สนับสนุนและเสริมสร้างทักษะองค์ความรู้ให้กับชาวนาในรูปแบบต่างๆเพื่อการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

 

 

 

 ซีพี-ออลล์เชิดชูชาวนาผู้ปลูกข้าว

 

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์  ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า ซีพี ออลล์ ได้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์สู่ความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2560 โดยดำเนินงานภายใต้กรอบการทำงาน 3 เสาหลัก คือ มุ่งมั่นทำธุรกิจด้วยใจที่เป็นธรรม โปร่งใสตรวจสอบได้ (Heart) มุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตที่ดี (Health) และมุ่งมั่นเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน (Home) โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ ได้จัดงาน “วันแห่งโอกาสดีที่ซีพี ออลล์” ขึ้น เพื่อมอบโอกาสสำคัญด้าน “ธุรกิจ-อาชีพ-ทุนการศึกษา” ร่วมสร้างคุณค่าชีวิตให้กับคนในสังคม ด้วยกิจกรรมหลากหลาย พร้อมเดินหน้านโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรด้วยการจัดจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีและผลิตผลทางการเกษตรผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่นและ 24 ช้อปปิ้ง อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการสนับสนุนภาคการศึกษา พัฒนาเยาวชน โดยมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาของปัญญาภิวัฒน์ฯและเครือข่าย ไปแล้วกว่า 47,000 ทุน เป็นเงินรวมกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามปณิธานของบริษัทคือ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”

 

และล่าสุด ซีพี ออลล์ เตรียมจัดโครงการสนับสนุนและส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับชาวนาเพื่อพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคมได้อย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อโครงการ “ ซีพี ออลล์ เชิดชูชาวนาผู้ปลูกข้าว ผู้ปลูกความเป็นไทย” เนื่องใน “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ”  ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกๆ ปี

 

 

 

 

 

 

นายสุวิทย์ กล่าวเสริมว่า โครงการ ซีพี ออลล์ เชิดชูชาวนาผู้ปลูกข้าว ผู้ปลูกความเป็นไทย” จัดขึ้นเพื่อเชิดชูและยกย่องชาวนาผู้ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนของสังคมในทุกด้าน โดยโครงการฯนี้ ซีพี ออลล์ ได้รับความร่วมมือจาก 2 องค์กร ได้แก่  โรงเรียนชาวนาพุทธเศรษฐศาสตร์ ไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย ที่จะร่วมกันพัฒนาทักษะและองค์ความรู้เพื่อส่งเสริมให้ชาวนามีความเชื่อมั่น และทัศนคติที่ดีสามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ รวมถึงการแปรรูปและกระจายผลผลิตอย่างสอดคล้องกับความต้องการตรงตามวิถีของผู้คนในสังคมและเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวนาคนอื่นๆในอนาคต  และร่วมกับ สมาคมไทบ้าน จังหวัดมหาสารคาม  เตรียมจัดการอบรมให้ความรู้ด้านการผลิตข้าวอินทรีย์,  การบริหารจัดการทรัพยากรด้านการตลาด, การสร้าง    แบรนด์, การส่งเสริมชุมชนต้นแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและองค์รวมโดยมีชาวนาเป็นศูนย์กลางและส่งเสริมเครือข่ายชาวนาอื่นๆในจังหวัด เพื่อให้สังคมมีความรู้และเห็นคุณค่าของการผลิตและความหลากหลายของข้าวไทย

 

“หากข้าวเป็นมากกว่าอาหาร ชาวนาก็เป็นมากกว่าแค่อาชีพคนปลูกข้าว  เพราะชาวนาคืออาชีพที่ปลูกความเป็นไทยให้เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้  เราเชื่อว่าชาวนามีศักยภาพที่ควรได้รับโอกาสในการพัฒนาเป็นผู้ควบคุมและบริหารระบบการผลิต รวมถึงการกระจายผลผลิตข้าวและอื่นๆอย่างมีคุณธรรมและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและทางสังคม  ซีพี ออลล์ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการยกย่องชาวนาผู้ปลูกข้าว ปลูกความเป็นไทย”  นายสุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย

 

ในโอกาสนี้ ซีพี ออลล์ ยังได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา “ชาวนา” (Farmer) ผ่านโซเชียลมีเดีย บอกเล่าถึงเรื่องราวของ “ข้าว” ที่สร้างความเป็นไทยในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ สำนวนไทย วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ในครอบครัว แม้กระทั่งคำทักทายที่สื่อถึงความเป็นไทยเช่นคำว่า “ไปไหนมา กินข้าวหรือยัง” ซึ่งไม่มีชาติใดจะเหมือน การเล่าเรื่องโดยใช้ “ข้าว” สิ่งที่สร้างความเป็นไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและชาวนาผู้ปลูกข้าวก็เปรียบได้กับเป็นผู้ปลูกความเป็นไทย

 

โดยสามารถเข้าชมภาพยนตร์โฆษณา “ชาวนา” ได้ทาง https://www.facebook.com/cpall7   และทุกๆ 1แชร์ จะมีค่าเท่ากับ 1 บาท นำไปมอบให้กับโรงเรียนชาวนาพุทธเศรษฐศาสตร์ ไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย เพื่อสนับสนุนกิจกรรมและสนับสนุนแหล่งเรียนรู้สำหรับชาวไร่ชาวนาในการทำเกษตรแบบบริสุทธิ์ ปลอดสารเคมี และเน้นใช้เกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อสังคมและชุมชนต่อไป

ปิดศึกหมากล้อม “ไทยแลนด์ โกะ ลีก 2019” ทีม เคพีเอส คว้าแชมป์ ด้านทีม โกะ มาสเตอร์ คว้าแชมป์หมากล้อม “ลีกหญิง” ไปครอง

ปิดศึกหมากล้อม “ไทยแลนด์ โกะ ลีก 2019”  ทีม “เคพีเอส” คว้าตำแหน่งแชมป์หมากล้อม “ลีก” พร้อมครองถ้วยและรับเงินรางวัลมูลค่า 180,000 บาท ด้านนักหมากล้อมสาวจากทีม โกะ มาสเตอร์ คว้าแชมป์หมากล้อมลีกหญิงไปครอง

 

ปิดศึกหมากล้อมไทยแลนด์

 

 

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ นายกสมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทยและประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์  ผู้ก่อตั้งเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าว สมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด, บริษัท ซีโน แปซิฟิคเทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด, สถาบันหมากล้อมและศิลปะจินโป๋ และ บมจ.ซีพี ออลล์ พร้อมพันธมิตร 13 องค์กร จัดการแข่งขันกีฬาหมากล้อมไทยแลนด์ โกะ ลีก 2019”  และ “การแข่งขันกีฬาหมากล้อมลีกหญิง 2019” ระหว่างวันที่ 9 มีนาคม–1 มิถุนายน 2562 ณ อาคารซีพี ทาวเวอร์ ถ.สีลม

 

 

ปิดศึกหมากล้อมไทยแลนด์

 

 

ปิดศึกหมากล้อมไทยแลนด์

 

 

ปิดศึกหมากล้อมไทยแลนด์

 

 

ปิดศึกหมากล้อมไทยแลนด์

 

 

โดยการแข่งขันครั้งนี้จัดในรูปแบบ “ลีก” ที่มีความเข้มข้นและสำคัญที่สุดของวงการหมากล้อมไทยเพราะเป็นการรวมตัวของนักหมากล้อมที่มีฝีมือระดับดั้งรวมทีมกันทั้งหมด 10 ทีม แต่ละทีมประกอบด้วยนักกีฬาหมากล้อมระดับดั้ง 5-11 คน รวมทั้งสิ้น 87 คน แต่ละทีมจะแข่งแบบพบกันหมดและทำการแข่งขันรอบละ 4 คนในตำแหน่งแม่ทัพ, รองแม่ทัพ, เสนาธิการ และ ทัพหลัง ซึ่งทำให้นักกีฬาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการวางแผนและพัฒนากลยุทธ์ให้กับทีมตั้งแต่กระดานแรกจนถึงกระดานสุดท้ายตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือน รวม 18 กระดาน

 

 

ปิดศึกหมากล้อมไทยแลนด์

 

 

สำหรับผลการแข่งขันปรากฎว่าในประเภททีม  รางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยพร้อมเงินรางวัล 180,000 บาท ได้แก่ ทีมเคพีเอส, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัล 140,000 บาท ได้แก่ ทีมไอ คิว อัพ  และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับรางวัล 110,000 บาท ได้แก่ ทีมโกะ สแควร์

 

 

ปิดศึกหมากล้อมไทยแลนด์

 

 

ปิดศึกหมากล้อมไทยแลนด์

 

 

และการแข่งขันหมากล้อมลีกหญิง 2019 มีทีมส่งเข้าแข่งขันรวม 10 ทีม โดยในแต่ละทีมประกอบด้วยนักหมากล้อมหญิง 1-2 คน รวมมีนักกีฬาหมากล้อมหญิงเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 18 คน จัดแข่งแบบพบกันหมดเช่นเดียวกันกับการแข่งขันในประเภทลีก

 

 

ปิดศึกหมากล้อมไทยแลนด์

 

 

สำหรับผลการแข่งขันหมากล้อมลีกหญิง 2019 รางวัลชนะเลิศรับถ้วยพร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท ได้แก่ ทีม โกะ มาสเตอร์  ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ปรากฎว่านักกีฬาหมากล้อมหญิงจาก 3 ทีม มีผลการแข่งขันเท่ากัน ส่งผลให้รับรางวัลร่วมกัน ได้แก่ ทีม โกะ เซนเซ, โกะ ไวส์ และ โกะ โกะ

 

 

นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษประเภทบุคคล มอบให้กับผู้เล่นในตำแหน่งต่างๆดังนี้ รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ย ได้แก่ นายคณิต คำหงษา จากทีม เค พี เอส ,รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม หรือ MVP ได้แก่ นาย กฤษฎิ์ แจ่มขจรเกียรติ จากทีม เค พี เอส, รางวัลแม่ทัพยอดเยี่ยม ได้แก่นายกฤษฎิ์ แจ่มขจรเกียรติ จากทีมเค พี เอส , รางวัลรองแม่ทัพยอดเยี่ยม ได้แก่ นายฤทธิ์ เบญจฤทธิ์ จากทีมที แอล, รางวัลเสนาธิการยอดเยี่ยม ได้แก่นายภูริพัฒน์ สันติสิริกุล จากทีมไอคิว อัพ, รางวัลทัพหลังยอดเยี่ยม ได้แก่นายวรเศรษฐ์ กมลกิจจาลักษณ์ จากทีม โกะ สแควร์, รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ได้แก่ นายยุทธนา บางม่วง จากทีมโกะ แสควร์ ,  รางวัลเปิดเกมยอดเยี่ยม ได้แก่ นายธราวุฒิ ปราณีโชติรส จากทีมโกะ เซนเซ , รางวัลกลางกระดานยอดเยี่ยม ได้แก่ นายธีรธรรศ ศิริธีรากุล จากทีมโกะ เซนเซ , รางวัลปิดเกมยอดเยี่ยม ได้แก่ นายกมล สันติพจนา จากทีม เคพีเอส , รางวัลชนะอย่างหมดจด ได้แก่ นายเกียรติยศ เลาหสุรโยธิน  จากทีมแฮปปี้ จีเนียส และรางวัลสุดยอดพลิกเกม ได้แก่ นายธนวัต เตชะถาวร จากทีมแฮปปี้ จีเนียส

 

 

 

 

“สมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย พร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนไทยได้รู้จักและเล่นกีฬาหมากล้อมให้กว้างขวางมากขึ้น เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นผู้ที่มีเชาวน์ปัญญาความคิดสร้างสรรค์ทักษะการเผชิญปัญหาและความคิดเชิงระบบ โดยจัดให้มีการแข่งขันอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อให้นักกีฬาหมากล้อมได้มีเวทีแสดงความสามารถและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นที่น่าภาคภูมิใจว่านักกีฬาหมากล้อมไทยมีผลงานที่ดีขึ้นทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ” นายก่อศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

สั่งเครื่องดื่มด้วยภาษามือง่ายๆ ที่กาแฟมวลชน

รู้ยัง! เราสามารถสั่งเครื่องดื่มด้วยภาษามือง่ายๆ ที่กาแฟมวลชน!! บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ บริษัทในกลุ่มซีพี ออลล์ ต่อยอด โครงการผู้นำเพื่อพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน หรือ CONNEXT ED มอบร้านกาแฟสร้างอาชีพให้โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี ปั้นโมเดลสร้างอาชีพยั่งยืนให้นักเรียนที่บกพร่องทางการได้ยิน ตั้งเป้าฝึกทักษะให้นักเรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ประกอบอาชีพจริงในอนาคต ทั้งในฐานะเจ้าของกิจการ และพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ

 

 

 

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่าโครงการ CONNEXT ED ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคมและภาคเอกชนชั้นนำ 12 องค์กร รวมทั้งซีพี ออลล์ได้ส่งบุคลากรที่มีจิตสาธารณะเข้าร่วมทำหน้าที่ผู้นำรุ่นใหม่ หรือ School Partner (SP) เข้าไปศึกษาปัญหาความต้องการของโรงเรียน วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน พร้อมคิดค้นและจัดทำแผนพัฒนาร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ อย่างเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน

 

 

“ซีพี ออลล์ ได้ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้กับเยาวชนไทยผ่านโครงการ CONNEXT ED ไปแล้วกว่า71,400 คน ในโรงเรียนประชารัฐกว่า 327 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี ถือได้ว่าเป็น 1 ในความสำเร็จที่ซีพี ออลล์ภาคภูมิใจ ด้วยการร่วมกันจัดตั้งโครงการร้านกาแฟสร้างอาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าประสงค์หลักเพื่อสร้างทักษะอาชีพให้แก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน อีกทั้งเพื่อให้นักเรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ได้จริงในอนาคต” นายสุวิทย์กล่าว

 

 

 

โดย ซีพี ออลล์ ร่วมกับ ซีพี รีเทลลิงค์ ผู้ให้บริการร้านกาแฟมวลชน จัดอบรมเตรียมความพร้อมให้กับตัวแทนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และคุณครูซึ่งทำหน้าที่ล่าม ตั้งแต่กระบวนการคัดสรรวัตถุดิบ การชงเครื่องดื่มให้ได้มาตรฐาน การจัดทำบัญชี การขาย การบริการ พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการออกแบบ ปรับปรุงต่อเติมอาคารที่อยู่ริมรั้วของโรงเรียนจนเกิดเป็นร้านกาแฟสร้างอาชีพขึ้น รวมงบประมาณในการดำเนินโครงการทั้งสิ้นกว่า 620,000 บาท รายได้จากการขายทางบริษัทมอบให้โรงเรียน โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในกองทุน ให้สามารถดำเนินกิจการ และเป็นแหล่งการเรียนรู้แก่นักเรียนจากรุ่นสู่รุ่น

 

 

 

ด้าน นายสมชาย บ้านไร่ ผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี เผยว่า นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนได้เริ่มทดลองเปิดร้านกาแฟสร้างอาชีพอย่างครบวงจร เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา และมีแผนพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิชาชีพ พร้อมจัดทำเป็นหลักสูตรสถานศึกษา มีหน่วยกิตสำหรับนักเรียน เป็นอีกหนึ่งรายวิชาที่เปิดสอนควบคู่การปฏิบัติงานจริงในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6

 

 

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นทั้งภาครัฐ และเอกชนในเขตพื้นที่อำเภอบางบัวทอง เพื่อใช้เป็นร้านค้าต้อนรับนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมายังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญบริเวณใกล้เคียงอาทิ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 ซึ่งตนเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนโสตศึกษา และโรงเรียนในสังกัดสพฐ.อื่นๆ ในการเป็นแหล่งพัฒนาการเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ให้นักเรียนที่จบการศึกษาออกไปเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า สร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างเงิน สร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากให้กับชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป

 

 

ซีพี ออลล์ คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน ตามปณิธานขององค์กรคือ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” จึงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาการศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการเท่านั้น ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ในการร่วมมือกันสานต่อโครงการให้คงอยู่ตลอดไป เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย พัฒนาคน เพื่อพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ซีพี ออลล์ จัดโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ (นัดพิเศษ)” เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นนัดพิเศษ

 

ซีพี ออลล์ จัดโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ (นัดพิเศษ)” เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  โดยมีพระวิเชียรโมลี เจ้าอาวาสวัดหนังราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  พร้อมพระมหาฤทธิเดช เจ้าอาวาส วัดสนมหมากหญ้า จ.อุบลราชธานี และพระมหาณัฐ จากวัดสามพระยา บรรยายธรรมนำฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน  นั่งสมาธิ และเดินจงกลม ขั้นพื้นฐาน   โดยมีคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร ซีพี ออลล์ เป็นประธานนำจุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัย ณ ชั้น 11  อาคารซี.พี. ทาวเวอร์ ถนนสีลม

 

เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นนัดพิเศษ

 

 

เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นนัดพิเศษ

 

 

เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นนัดพิเศษ

 

 

เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นนัดพิเศษ

 

 

เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นนัดพิเศษ

 

โดยโครงการ  “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ (นัดพิเศษ)”  เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในครั้งนี้มีประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งหากท่านใดที่สนใจ สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ Facebook CP ALL  และหากท่านใด สนใจมาฟังและปฎิบัติธรรมร่วมกัน เรียนเชิญทุกวันศุกร์ เวลา12.00 -13.30น. ณ ชั้น 11  อาคารซี.พี. ทาวเวอร์ ถนนสีลม ได้เลยค่ะ

พีไอเอ็ม ร่วมกับ ม.พะเยา พัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่สู่การเป็นนักจัดการเกษตรมืออาชีพ

 

 

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ร่วมกับ คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.มนตรี คงตระกูลเทียน คณบดีคณะนวัตกรรมการจัดการเกษตร พีไอเอ็ม (ที่ 3 จากซ้าย) และ รศ.รัตนา อัตตปัญโญ คณบดีคณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา (ที่ 2 จากซ้าย) ร่วมเป็นประธานในพิธี โดยการจับมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการในด้านการศึกษา พัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่สู่การเป็นนักจัดการเกษตรมืออาชีพ ที่มองเห็นความสำคัญของภาคการเกษตร สามารถนำความรู้ด้านนวัตกรรม ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการเกษตรมาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคมในยุคดิจิทัล รวมถึงพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านงานวิจัย ให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างมีประสิทธิผล ณ ชั้น 16 อาคาร CP ALL Academy สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถ.แจ้งวัฒนะ