สมาคมกีฬาหมากล้อมฯ จัดแข่งหมากล้อม สมาร์ทฮาร์ท แอนด์ มีโอ แชมป์เปี้ยน คัพ 2020

 

สมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง อาหารสุนัขสมาร์ทฮาร์ทและอาหารแมวมีโอ, สถาบันหมากล้อมและศิลปะจินโป๋ และบมจ.ซีพี ออลล์ จัดการแข่งขันกีฬาหมากล้อม สมาร์ทฮาร์ท แอนด์ มีโอ แชมป์เปี้ยน คัพ 2020”(SmartHeart & Me-O Champions Cup 2020) ระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม – 28 พฤศจิกายน 2563 เพื่อค้นหาสุดยอดนักหมากล้อมชิงถ้วยและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท

 

นายวิเชียร จึงวิโรจน์ อุปนายกสมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย และ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า สมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง อาหารสุนัขสมาร์ทฮาร์ทและอาหารแมวมีโอ, สถาบันหมากล้อมและศิลปะจินโป๋ และ บมจ.ซีพี ออลล์ เปิดการแข่งขันกีฬาหมากล้อม “สมาร์ทฮาร์ท แอนด์ มีโอ แชมป์เปี้ยน คัพ 2020” (SmartHeart & Me-O Champions Cup 2020)  ระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม – 28 พฤศจิกายน 2563 ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ วันละ 2 รอบ และสามารถรับชมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดและย้อนหลังได้ทางเพจ https://www.facebook.com/ThailandGOTournament 

 

 

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่มีนักหมากล้อมอันดับฝีมือดีที่สุดในประเทศไทย 18 คน รวมตัวกัน แบ่งออกเป็น 2 ทีม ซึ่งแต่ละทีมจะต้องมีนักกีฬาหญิงร่วมทีม ทีมละ 1 คน รวมเป็น 9 คน ซึ่งหัวหน้าทีมของทั้ง 2 ทีม จะเป็นผู้ที่มีฝีมืออันดับสูงสุด โดยการแข่งขันจะเริ่มจากแต่ละทีมจะส่งตัวแทนนักกีฬา 1 คน แข่งขัน1กระดาน หากแพ้จะถูกคัดออก และหากทีมใดที่ผู้แข่งขันถูกคัดออกหมดก่อนก็จะเป็นฝ่ายแพ้ ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันรูปแบบใหม่ที่ได้รับการพัฒนามาจากการแข่งขันในประเทศจีนที่ให้ผู้เล่นในทีมมีส่วนร่วมมากที่สุดและทุกคนมีส่วนในการวางแผนร่วมกัน

 

 

 

สำหรับรางวัลแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆดังนี้ รางวัลชนะเลิศการแข่งขันกีฬาหมากล้อม “สมาร์ทฮาร์ท แอนด์ มีโอ แชมป์เปี้ยน คัพ 2020” จะได้รับถ้วยพร้อมเงินรางวัล 70,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ จะได้รับถ้วยพร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท และมีเงินรางวัลสำหรับนักกีฬาที่ชนะการแข่งขันในแต่ละกระดาน นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษอื่นๆ ได้แก่ “รางวัลชนะติดต่อกัน”, “รางวัลชนะนักกีฬาชาย”,“รางวัลชนะรองหัวหน้า”, “รางวัลชนะหัวหน้า” และ “รางวัลพาทีมสู่ชัยชนะ” รวมเงินรางวัลกว่า 2 แสนบาท

 

 

 

“สมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย มุ่งมั่นส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนไทยได้รู้จักและเล่นกีฬาหมากล้อมให้กว้างขวางมากขึ้น เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นผู้ที่มีเชาวน์ปัญญาความคิดสร้างสรรค์ทักษะการเผชิญปัญหาและความคิดเชิงระบบ โดยจัดให้มีการแข่งขันอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อให้นักกีฬาหมากล้อมได้มีเวทีแสดงความสามารถและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน”    นายวิเชียร กล่าวทิ้งท้าย

 

นายสมเกียรติ ด่านกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานขาย บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงการสนับสนุนการจัดการแข่งขันครั้งนี้ว่า กีฬาหมากล้อมเป็นกีฬาที่ใช้ทักษะทางความคิดเชิงยุทธศาสตร์และยังเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง โดยมีส่วนช่วยให้ผู้เล่นมีสมาธิเพิ่มมากขึ้น จดจำดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนทางความคิดซึ่งกันและกัน บริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการแข่งขันกีฬาหมากล้อม “สมาร์ทฮาร์ท แอนด์ มีโอ แชมป์เปี้ยน คัพ 2020” (SmartHeart & Me-O Champions Cup 2020) เพื่อให้กีฬาหมากล้อมเป็นที่รู้จักในวงกว้างเพิ่มมากขึ้น

 

สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมการแข่งขัน ได้ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม – 28 พฤศจิกายน 2563 (แข่งขันวันเสาร์และอาทิตย์ตามตารางกำหนดการแข่งขัน) ติดตามการไลฟ์สดผ่านทางเพจ https://www.facebook.com/ThailandGoTournament/

 

 

 

เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ครบรอบ 24 ปี จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์

พุทธปัญญาชมรม โดย บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น จัดพิธีมงคล ในโอกาสครบรอบ 24 ปี เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ  โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดสุทัศน์เจริญพระพุทธมนต์ เสริมมงคล ให้พนักงานและประชาชน และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมทำบุญทอดกฐิน 4 ภาค 4 วัด ตามนโยบาย มุ่งส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณธรรม – จริยธรรมตามหลักพระพุทธศาสนาสู่ชุมชนและสังคม ตามปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” โดยจัดขึ้น ณ อาคารซี.พี. ทาวเวอร์ ถนนสีลม

 

 

 

 

 

 

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวถึงงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 24 ปี ของโครงการ

 

 

ด้าน นางปรางรัตน์ เกียรติทรงศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ และผู้ก่อตั้งโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” กล่าวว่า โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ จัดขึ้นทุกวันศุกร์ ณ อาคารซีพีทาวเวอร์ และวันนี้เป็นพิธีฉลองครบรอบ 24 ปี ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยปีอื่นๆ จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่าพันคน แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ทำให้การจัดงานครั้งนี้จำเป็นต้องจำกัดผู้เข้าร่วมงานประมาณ 300 คน ผ่านการลงทะเบียนล่วงหน้า

 

 

 

 

 

“นอกจากนี้ในส่วนของกิจกรรมทำบุญทอดกฐิน 4 ภาค 4 วัด ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้ใจบุญทั้งหลาย ซึ่งทางบมจ.ซีพี ออลล์ จะนำเงินกฐินในครั้งนี้ ไปถวายวัดในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ยังไม่มีเจ้าภาพทอดกฐินด้วยเราควรเพิ่มบุญ เพิ่มกุศลให้กับตัวเราเอง ด้วยการสวดมนต์ไหว้พระ เจริญสมาธิ ภาวนา ฟังธรรมะบรรยาย เพิ่มพูนสติปัญญา และเชื่อว่าบุญกุศลจะช่วยเราในโอกาสต่อๆ ไปค่ะ ถ้าท่านใดว่างและสนใจ ทุกเที่ยงวันศุกร์ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายธรรมร่วมกันได้นะคะ ณ อาคารซีพีทาวเวอร์ ชั้น 11 โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้เลยค่ะ”

 

 

 

 

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น มีประชาชนและพนักงาน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ซึ่งจัดในรูปแบบปกติใหม่ หรือ New Normal และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมทำบุญทอดกฐิน 4 ภาค 4 วัด ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสร่วมทำบุญครั้งใหญ่ โดยมีพุทธปัญญาชมรมเป็นสะพานบุญในครั้งนี้

 

ตลอด 24 ปีที่ผ่านมา โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ได้จัดธรรมบรรยายทุกวันศุกร์อย่างต่อเนื่องกว่าพันครั้ง โดยในแต่ละเดือนจะนิมนต์พระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมาเทศนาธรรม บรรยาย 3 – 4 ครั้ง และฆราวาสที่มีชื่อเสียงมาแบ่งปันประสบการณ์ธรรมะ 1 ครั้ง ซึ่งมีประชาชนและพนักงานร่วมงานไม่ต่ำกว่าครั้งละ 300 คน เป็นเสมือนพื้นที่ให้ได้ร่วมกันทำบุญ และสร้างพื้นที่ธรรมะสำหรับคนเมือง ย่านสีลม สาทร และบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนพนักงานได้ร่วมฟังธรรมบรรยาย ศึกษา และน้อมนำหลักธรรมไปปฏิบัติและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

 

นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว ซีพี ออลล์ ยังมีการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณธรรมอีกหลายโครงการ อาทิ โครงการส่งเสริมการสอบธรรมศึกษาให้แก่พนักงาน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาพร้อม โดยได้ดำเนินโครงการมาจนถึง โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ สัญจร “ธรรมสู่เยาวชน” เพื่อนำหลักธรรมทางพุทธศาสนาไปเผยแผ่สู่เยาวชนของชาติ เพื่อเป็นการบ่มเพาะเยาวชนให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดีของสังคมไทยต่อไป

 

 

 

สำหรับผู้สนใจร่วมฟังธรรมบรรยายดี ๆ ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” บุคคลทั่วไปสามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมฟังธรรมบรรยายในรูปแบบ New Normal จำนวน 80 ที่นั่ง ลงทะเบียนผ่าน https://forms.gle/QFeQK7FnZWsnDCmE8 เพื่อสำรองที่นั่ง หรือติดตามรับชมผ่านระบบ live สด ทุกวันศุกร์ เวลา 12:00-13:30 น. ทางช่องทาง facebook fanpage CPALL และสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่ช่องทางเดียวกัน

ชมรมจิตสาธารณะ ซีพี ออลล์ ลงพื้นที่ “มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น” ส่งต่อให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง จ.สุโขทัย

ชมรมจิตสาธารณะ ซีพี ออลล์ เดินหน้าสืบสานปณิธานองค์กรร่วม “สร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้แก่สำนักงานสาธารณะสุข อ.สวรรคโลก เพื่อส่งต่อให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงใน อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองกระจง , กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสาวงดนตรีขุนดัน มาร่วมกันส่งต่อให้กับพี่ๆ ผู้ป่วยติดเดียงในครั้งนี้ด้วย

 

 

 

 

 

 

“ซีพี ออลล์” ผนึก ซีพี รีเทลลิงค์ มอบ “ร้านกาแฟสร้างอาชีพ” โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์

“ซีพี ออลล์” ติดอาวุธ CONNEXT ED จับมือซีพี รีเทลลิงค์ มอบ “ร้านกาแฟสร้างอาชีพ” ให้โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ ด้วยการสนับสนุนแบบครบวงจร งบประมาณ-องค์ความรู้-อุปกรณ์จำเป็น บูรณาการหลักสูตรครู-นักเรียน เปิดขายกาแฟ-สินค้า OTOP พร้อมตกแต่งแบบมีเอกลักษณ์ หวังเป็น “New Landmark” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านรูปแบบสหกรณ์ พร้อมผลักดันเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน” พัฒนาทักษะอาชีพแก่ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้สนใจ ปั้นเป็นโรงเรียนต้นแบบ สร้างโอกาสโรงเรียนสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่งต่อยอดโมเดล

 

 

นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่า การส่งเสริมการสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนชุมชนและสังคมให้เดินหน้าไปได้อย่างแข็งแกร่ง ล่าสุด บริษัทจึงได้ร่วมกับบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด สนับสนุนโครงการ “ร้านกาแฟสร้างอาชีพ” ให้แก่โรงเรียนบ้านนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นโรงเรียน Best Practice ที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก ภายใต้มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) และมีแนวทางการดำเนินการที่สามารถสร้างความยั่งยืนสู่ชุมชน

 

 

 

 

 

 

“รูปแบบของร้านกาแฟสร้างอาชีพ จะต้องผ่านเกณฑ์มิติด้านความยั่งยืน 3 ข้อ ได้แก่ 1.การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ต้องมีแผนสร้างรายได้ด้วยตัวเองและชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง 2.การบูรณาการความรู้มาเป็นหลักสูตร มีการบรรจุเนื้อหาในรูปแบบหลักสูตรท้องถิ่น ให้ครูและนักเรียนในระดับชั้นที่เหมาะสมสามารถฝึกอาชีพ มีทักษะติดตัวตั้งแต่เด็ก 3.การพัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เป็นพื้นที่เปิดแห่งใหม่ให้คนในชุมชนสามารถเข้ามาเรียนรู้การสร้างอาชีพในรูปแบบคอร์สระยะสั้น ซึ่งโรงเรียนบ้านนาคู สามารถผ่านเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อได้อย่างโดดเด่นและมีวิธีการดำเนินการที่สามารถเป็นต้นแบบให้แก่โรงเรียนอื่นๆ ในการช่วยสร้างอาชีพให้แก่ครู ผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชนต่อไปได้” นายธานินทร์ กล่าว

 

 

 

ทั้งนี้ ซีพี ออลล์ และซีพี รีเทลลิงค์ ได้สนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ องค์ความรู้ในการบริหารจัดการร้านกาแฟ องค์ความรู้ในการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์และชงเครื่องดื่ม อุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจร้านกาแฟ ให้แก่โรงเรียน ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา คุณครู และนักเรียนที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการรุ่นแรก ขณะเดียวกัน ทางโรงเรียนได้บูรณาการหลักสูตรการบริหารร้านกาแฟในฐานะหลักสูตรท้องถิ่น ให้นักเรียนได้เรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่เกี่ยวข้องและเหมาะสมกับระดับชั้นของตัวเอง

 

นายธานินทร์ กล่าวอีกว่า ร้านกาแฟสร้างอาชีพ โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ จัดตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ “ร้านกาแฟเสรีไทย” ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางอำเภอนาคู ติดถนนสายหลัก วางคอนเซ็ปต์ของร้านอย่างโดดเด่น ด้วยประวัติศาสตร์ของพื้นที่บ้านนาคูในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามาใช้ในการตกแต่งร้าน ภายในร้านจะมีสินค้าประเภทเครื่องดื่ม ตลอดจนสินค้า OTOP ของอำเภอนาคูและอำเภอข้างเคียงใน จ.กาฬสินธุ์ วางจำหน่าย ตัวร้านยังจัดตั้งเป็นสหกรณ์ให้คุณครู นักเรียน ตลอดจนผู้ปกครองของนักเรียนปัจจุบัน สามารถร่วมเป็นเจ้าของร้านด้วยการถือหุ้นสหกรณ์ในราคาเพียงหุ้นละ 10 บาท และได้รับปันผลหากมีกำไรจากการบริหารจัดการร้าน

 

 

“ด้วยทำเลที่โดดเด่นในการก่อตั้งร้านประกอบกับคอนเซ็ปต์ของร้านที่เป็นเอกลักษณ์ เราเชื่อว่าร้านกาแฟสร้างอาชีพแห่งนี้ จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภอนาคู ขณะเดียวกัน ตัวสินค้าที่นำมาวางจำหน่าย การสร้างหลักสูตรให้นักเรียน การเปิดทางให้คนในชุมชนเข้ามาเรียนรู้ในรูปแบบคอร์สอบรมระยะสั้น จะเป็นส่วนสำคัญให้โครงการเดินหน้าสร้างประโยชน์แก่ทั้งนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน” นายธานินทร์ กล่าว

 

 

 

ทั้งนี้ หากโครงการกาแฟสร้างอาชีพของโรงเรียนบ้านนาคูประสบความสำเร็จ อาจมีการยกระดับโรงเรียนบ้านนาคู จากโรงเรียน Best Practice สู่ โรงเรียนต้นแบบ (School Model) กลายเป็นต้นแบบที่สำคัญที่โรงเรียนอื่นๆ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อีก 30,000 กว่าแห่ง สามารถเข้ามาศึกษาดูงานและขอแนวทางการดำเนินโครงการ ไปปรับใช้กับโรงเรียนของตัวเองได้

 

 

สำหรับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในพันธมิตรก่อตั้งมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) และเป็น 1 ใน 41 องค์กรเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญและตอบรับการมีส่วนร่วมทางการศึกษา โดยปัจจุบัน ซีพี ออลล์ ดูแลโรงเรียนในโครงการ CONNEXT ED จำนวน 392 แห่งทั่วประเทศ ร่วมสนับสนุนโรงเรียนให้สามารถดำเนินโครงการด้านต่างๆ ทั้งโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ โครงการพัฒนาคุณภาพคน โครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โครงการส่งเสริมอาชีพ โครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้นำรุ่นใหม่ หรือ School Partner ซึ่งเป็นอาสาสมัครจากในองค์กรร่วมลงพื้นที่และคอยให้คำแนะนำในการพัฒนาโครงการของโรงเรียนต่างๆ อย่างใกล้ชิด

“ซีพี ออลล์” ติดอันดับหุ้นยั่งยืน ESG100 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น ได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทใน Universe ของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ในกลุ่มบริการ (Services) ประจำปี 2563 จากสถาบันไทยพัฒน์ ซึ่งทำการประเมินบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance) โดยใช้ข้อมูล ESG ในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เป็นสำคัญ ซึ่งซีพี ออลล์ ได้รับการคัดเลือกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2561

 

 

 

นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน เราถือว่าเป็นความรับผิดชอบในการร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยการบริหารจัดการที่ดีตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน เรายึดมั่นในปณิธานองค์กร “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และยิ่งไปกว่านั้น ซีพี ออลล์ ยังดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียม ให้โอกาสบุคลากรในการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานของความยั่งยืน

 

 

การได้รับการยกย่องให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ถือเป็นความภูมิใจของพวกเราทุกคน และเป็นกำลังใจในการมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กับสังคม เพราะความสุขและรอยยิ้มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายคือหัวใจในการดำเนินธุรกิจของซีพี ออลล์” นายธานินทร์กล่าว 

 

 

สำหรับการประเมินในปีนี้ครอบคลุม 803 หลักทรัพย์ (ไม่นับรวมหลักทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู) รวมทั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีเกณฑ์หลักประกอบด้วย การพิจารณาประเด็นด้าน ESG ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรม การพิจารณาวิธีการที่บริษัทใช้ระบุและจัดการกับโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้าน ESG และการพิจาณาประเด็นด้าน ESG ที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการขององค์กร

“ตาวิเศษ” จับมือ “ซีพี ออลล์”และเครือข่าย จัดกิจกรรม “ร่วมใจ ทำบ้านครัวให้สะอาด” ยุค New Normal

สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) ร่วมกับ ซีพี ออลล์, คณะกรรมการชุมชนบ้านครัวเหนือ, สำนักงานเขตราชเทวี, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมภาคีเครือข่าย ร่วมจัดกิจกรรม “ร่วมใจ ทำบ้านครัวให้สะอาด” ภายใต้โครงการ ตาวิเศษ – บ้านครัว :ชุมชนจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อวางระบบการจัดการขยะในชุมชน รวมทั้งจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทิ้งขยะของคนในชุมชนและผู้มาเยือน เพื่อการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เข้าสู่วิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ หรือ New Normal

 

 

 

 

จากแคมเปญ “อ๊ะ อ๊ะ…ตาวิเศษเห็นนะ” เมื่อ 36 ปีที่แล้ว สู่ เรานะ…ตาวิเศษ”ที่ยืนยันเจตนารมณ์ของตาวิเศษ ในการส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนชาวไทยมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม จากการเตือนตัวเองและคนอื่นๆ สู่การลงมือปฏิบัติ ปรับความคิดให้เป็นวิถีที่ใส่ใจดูแลรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบครัวนับเป็นสถาบันพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการพัฒนา ที่ประกอบขึ้นเป็นชุมชนและสังคมที่คุณภาพ ตาวิเศษ จึงมุ่งทำงานร่วมกับเครือข่ายต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการรณรงค์ และส่งเสริมจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน และประชาชนทั่วไปเสมอมา ด้วยเชื่อว่าการพัฒนาจะสำเร็จได้ต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในสังคม  ประกอบกับสมาคมฯ ได้เปิดศูนย์การเรียนรู้ตาวิเศษ ขึ้นที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวันและได้ประสานงานกับชุมชนบ้านครัวเหนือ เขตราชเทวี ซึ่งอยู่ใกล้เคียง วางแผนจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน แต่เมื่อเกิดการระบาดของ “โควิด-19” ทำให้แผนงานหยุดชะงักไป  ระหว่างนั้น

 

 

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย และกลุ่มเพื่อนๆ ได้มีความคิดที่จะสนับสนุนมื้ออาหารให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ตาวิเศษจึงได้ประสานงานกับคณะกรรมการชุมชนบ้านครัวเหนือในการแจกอาหารให้กับคนในชุมชนชนโดยผู้รับจะต้องนำภาชนะมาใส่อาหารเองเพื่อไม่ให้เกิดขยะจากกล่องใส่อาหาร ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความรับรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการขยะให้กับคนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

 

 

 

 

ด้าน นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า ซีพี ออลล์ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อโครงการ 7 GO Green ตั้งแต่ปี 2550 เพื่อ ลด และ เลิก ใช้ถุงพลาสติก”ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ อาทิ โครงการ “รักษ์อันดามัน ร่วมใจลดใช้ถุงพลาสติก”, “คิดถุ๊ง คิดถุง ผ่านการสร้างเครือข่ายเยาวชนไทย ลดใช้ถุงพลาสติก”, “ปฏิเสธถุง…ได้บุญ”, “7 Go Green Recycled Plastic Road” และ “ลดวันละถุง…คุณทำได้” โดยโครงการ “ลดวันละถุง คุณทำได้” สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกและเปลี่ยนเป็นยอดสมทบทุนรวมกว่า 211 ล้านบาท มอบให้กับโรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลในชุมชน และโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร กว่า 160 โรงพยาบาลใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ

 

 

 

 

สำหรับกิจกรรม “ร่วมใจ ทำบ้านครัวให้สะอาด” นับเป็นความตั้งใจที่ซีพี ออลล์ ได้ดำเนินการตามปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”  โดยในวันที่ 26 กันยายน นี้ ชมรมจิตสาธารณะซีพี ออลล์ และพนักงานเซเว่นฯ รวมกว่า 70 คน ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ “ตาวิเศษ” ชุมชนบ้านครัวเหนือ และภาคีเครือข่ายกว่า 15 องค์กร  ทำความสะอาดพื้นลานกีฬาชุมชน, ร่วมเก็บขยะ คัดแยกขยะ ทำความสะอาดพื้นที่ชุมชนบ้านครัวเหนือ และ ริมคลองแสนแสบ โดยชาวชุมชนได้รวบรวมขยะแยกเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ ขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไป และขยะเศษอาหาร นำมาชั่งน้ำหนักและแลกกับผลิตภัณฑ์เครื่องใช้อุปโภคบริโภค ทั้งของซีพี ออลล์ และที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย อาทิ บริษัท ไลอ้อน ประเทศไทย จำกัด, นมไวตามิล, นมมะลิ  ซึ่งขยะที่รวบรวมได้นี้ทางเขตราชเทวีได้จัดรถมารับเพื่อนำไปกำจัด โดยขยะรีไซเคิล ขายให้กับร้านรับซื้อเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนใช้ในชุมชนต่อไป

 

 

 

ส่วนกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ได้จัดให้มีการพัฒนาลานกีฬาชุมชน โดยปลูกต้นไม้ และทำที่นั่งพักผ่อนจากวัสดุเหลือใช้ โดย คุณยุทธนา อโนทัยสินทวี  นักออกแบบผลิตภัณฑ์รีไซเคิล แบรนด์ The Remaker และสร้างสรรค์งานศิลปะบนพื้นลานกีฬาชุมชน ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ให้ใช้พื้นที่ซึ่งเป็นที่ดินของครอบครัวยามาลี  โดยศิลปินอาสาสมัคร และชาวชุมชนจะวาดภาพลงบนพื้นลานกีฬาแสดงเส้นทางและจุดเด่นต่างๆ ของชุมชนบ้านครัวเหนือ อาทิ การทอผ้าไหม บ้านไม้โบราณแบบมลายูปัตตานี รวมทั้งป้ายบอกทางสถานที่ต่างๆ อาทิ ศาลาท่าน้ำ อาหารท้องถิ่น มัสยิด รวมถึงคำสอนในศาสนาต่างๆ ทั้งอิสลาม พุทธ และคริสต์   ซึ่งเป็นการผสมผสานของชาวชุมชนที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ยังคงอัตลักษณ์ของชุมชนเก่าแก่ริมคลองแสนแสบไว้จนปัจจุบัน

 

 

 

 

 

ตาวิเศษ  ซีพี ออลล์  และภาคีเครือข่าย มุ่งหวังว่ากิจกรรม ร่วมใจ ทำบ้านครัวให้สะอาดนี้ จะช่วยพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชนบ้านครัวเหนือ เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการจัดการขยะที่เหมาะสมสอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนในภาพรวมดีขึ้น และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทยที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนอยู่ได้อย่างมั่นคงต่อไป

ซีพี ออลล์ ผนึก 10 องค์กรระดับประเทศ หนุนเอสเอ็มอีไทย มอบรางวัล “เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ 2020”

ซีพี ออลล์ จับมือ 10 หน่วยงานแถวหน้าของไทย เร่งส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) และเหล่าผู้ประกอบการหน้าใหม่ไฟแรงที่เปี่ยมไปด้วยไอเดีย กระตุ้นเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจในยุคโควิด-19 ผ่านการจัดงาน “Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย ประจำปี 2020” ผลักดันสินค้านวัตกรรมคุณภาพสู่เวทีระดับประเทศ พร้อมมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรม “เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ 2020” (7 Innovation Awards 2020) ให้กับบริษัทสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีที่มีผลงานสินค้านวัตกรรมยอดเยี่ยมในแต่ละสาขา

 

 

 

 

โดยมี ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นประธานมอบรางวัล

 

 

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์และเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่า ซีพี ออลล์ พร้อมด้วย 10 หน่วยงานระดับประเทศ ได้แก่ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ(สอวช.) , สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย , สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) , สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย(Thai-BISPA), หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงาน “Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย ประจำปี 2020” และกิจกรรมประกาศผลรางวัลสุดยอดนวัตกรรม “เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์”  เป็นปีที่ 7

โดยมุ่งเฟ้นหาสินค้านวัตกรรมจากบริษัทเอสเอ็มอีหรือสตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพโดดเด่น สามารถต่อยอดให้เป็นสินค้านวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในระดับประเทศหรือระดับโลกได้ อีกทั้งเพื่อเป็นการเปิดทางให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ทดสอบสิ่งใหม่ ๆ กับผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสามารถนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศ  ตอกย้ำแนวคิดการผลักดันผู้ประกอบการ “ให้นวัตกรรมเป็นพลังเปลี่ยนโลก”

 

 

นายก่อศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับรางวัลสุดยอดนวัตกรรม “เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์” ประจำปีนี้ มีผู้ประกอบการส่งผลงานเข้าประกวดรวม 152 ผลงาน และ มีผลงานที่ผ่านการตัดสินให้ได้รับรางวัล จำนวน 39 ผลงาน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ครอบคลุมด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการบริการ หรือ ด้านกระบวนการ จำนวน 24 ผลงาน และ รางวัลนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา รวมถึงด้านโครงการเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) จำนวน 15 ผลงาน โดยผู้ชนะการประกวดจะได้รับโอกาสในการต่อยอดความสำเร็จทางธุรกิจ ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายอันหลากหลาย ได้แก่ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ช่องทาง ออลล์ ออนไลน์ ในแอปพลิเคชั่น 7- Eleven และ ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง รวมถึงบริษัทในเครือข่ายของความร่วมมือ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยขยายศักยภาพทางการแข่งขันของสินค้านวัตกรรมในประเทศอย่างก้าวกระโดด  และยังสะท้อนนโยบายของ ซีพี ออลล์ ที่มุ่งมั่นในการสนับสนุนให้มีการพัฒนาผลงานสินค้านวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงผลักดันทั้งภายในและระหว่างองค์กรในการคิดค้นสินค้านวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะมาพลิกโฉมและก่อประโยชน์ให้กับประเทศทั้งในแง่เศรษฐกิจ และ สังคม ให้เกิดการพัฒนาต่อยอดไปสู่ผลงานนวัตกรรมที่สูงขึ้นในระดับประเทศต่อไป

 

 

 

 

 

 

งาน “Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย ประจำปี 2020” และกิจกรรมประกาศผลรางวัลสุดยอดนวัตกรรม “เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์”   ได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นประธานในการมอบรางวัลทั้งสองสาขา อีกทั้งยังมีบูธแสดงผลงานนวัตกรรมกว่า 40 บูธ พร้อมให้ผู้ที่สนใจเข้ามาชม ชิม ช้อป ในราคาพิเศษโดยมีผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก เมื่อเร็วๆนี้  ณ ภิรัช ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

สอบถามหรือติดตามความเคลื่อนของกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ http://www.7innovationawards.com หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-826-7721 นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ในวันเวลาดังกล่าว สามารถรับชมบรรยากาศงานย้อนหลังได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/7innovationawards

“ซีพี ออลล์” จับมือ “ฮุนได โกลวิส” ประเทศเกาหลีใต้ ก้าวสู่กรีน โลจิสติกส์ นำเข้ารถบรรทุกขนส่งไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม

บริษัท ออลล์ นาว  แมนเนจเม้นท์  จำกัด  หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของซีพี ออลล์ ดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท ฮุนได โกลวิส จำกัด บริษัทในเครือของ ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป (Hyundai Motor Group) ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์ไทย นำเข้ารถบรรทุกขนส่งสินค้าระบบ EV ลดการก่อมลพิษทางอากาศและช่วยอนุรักษ์พลังงาน ประเดิมเริ่มทดลองวิ่งเส้นทางศูนย์กระจายสินค้าชลบุรี ในปี 2563 นี้ เพื่อส่งสินค้าไปยังร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

 

 

 

 

นายอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า ในนามบริษัท  ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ บริษัท ออลล์ นาว แมนเนจเม้นท์ จำกัด และ บริษัท ฮุนได โกลวิส จำกัด จะได้ร่วมมือในการพัฒนาระบบขนส่งในประเทศไทย โดยการทดลองใช้รถบรรทุกขนส่งสินค้าระบบ EV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งให้ความสำคัญในด้านระบบขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Logistics เพื่อผลสำเร็จระยะยาวรักษาสภาพแวดล้อม โดยการลดมลพิษที่เกิดจากควันในระบบการขนส่ง

 

 

 

สำหรับพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง บริษัท ฮุนได โกลวิส จำกัด และ บริษัท ออลล์ นาว  แมนเนจเม้นท์  จำกัด โดยมี มิสเตอร์ เจสัน วู รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าแผนกธุรกิจโลจิสติกส์ทั่วโลก และ นายอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) พร้อมทั้ง นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ มิสเตอร์ จัง ฮุน คิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โกลวิส จำกัด ร่วมเป็นประธานประกาศความร่วมมือ ผ่านระบบวีดีโอคอนฟอเร้นท์

 

 

 

 

“ซีพี ออลล์ มุ่งหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการผสมผสานจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัท 2 ประเทศ เพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับระบบ ขนส่งในประเทศไทย ต่อไปอย่างยั่งยืน” นายอำพา ยงพิศาลภพ กล่าวทิ้งท้าย