เจาะชีวิตแม่สมานเพชรบุรี จากแม่ค้าหาบเร่จบ ป.4 สู่เจ้าของขนมไทยพื้นบ้านขายผ่านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วไทย

“กลุ่มขนมหวานพื้นเมืองแม่สมาน” โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ กลุ่มสตรีขนมหวานพื้นเมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่ ณ ตำบลห้วยโรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 60 คน ก่อตั้งในปี พ.ศ.2544 เป็นแหล่งผลิตขนมหวานหลายชนิด ที่เป็นของฝากพื้นเมืองเพชรบุรีที่อร่อยถูกใจผู้รับ สร้างรายได้หลักให้คนในชุมชนเป็นอย่างดีและได้รับความไว้วางใจเรื่องรสชาติความอร่อยมาช้านาน ได้จดทะเบียนเป็นขนมไทยโอท็อประดับห้าดาวของอำเภอเขาย้อย

 

 

สำหรับอาหารว่างทานเล่น อาทิ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ขนมผิง ลูกอมกะทิภายใต้แบรนด์ “เพชรบ้านแจม” ของ “กลุ่มขนมหวานพื้นเมืองแม่สมาน” สินค้าทั้งสามชนิดนี้ได้วางจำหน่ายภายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น นับเป็นอีกหนึ่งสินค้าคุณภาพที่ผู้บริโภคให้การตอบรับอย่างดีและมียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากความอร่อย สด สะอาดแล้วยังไร้สารกันบูดและเก็บรักษาได้ยาวนานนอกจากนี้ภายใต้แบรนด์ “แม่สมาน” ยังมีขนมไทยอีกมากมายกว่า 20 ชนิด เช่น ขนมหม้อแกง ถั่วตัด ข้าวเหนียวตัด บ้าบิ่น ใส่ไส้ ขนมชั้น กาละแม ฯลฯ ที่เป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว และได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งจากลูกค้าในและต่างประเทศ โดยปลายปี 2558 นี้คาดว่าขนมไทยแม่สมานจะขยายตลาดไปสู่สินค้าฮาลาล ส่งออก ณ ประเทศมาเลเซียอีกด้วย

 

 

   สมาน กลิ่นนาคธนกร ประธานกลุ่มขนมหวานพื้นเมืองแม่สมานและเจ้าของโรงงานทำขนมหวานเมืองเพชร หรือที่เรียกกันว่าป้าสมาน วัย 65 ปีเล่าให้ฟังถึงเส้นทางการเข้าสู่ธุรกิจขนมไทยว่า “เป็นคนห้วยโรงแต่กำเนิด เดิมมีฐานะยากจน เรียนหนังสือจบเพียงชั้น ป.4 ช่วงอายุประมาณ 25 ปีเคยเป็นแม่ค้าขายข้าวมันส้มตำหาบเร่ภายในเมืองเพชรบุรีเลี้ยงดูบุตรสามคน ต่อมาได้มองเห็นช่องทางขายขนมหวาน เพราะเห็นว่าหลายร้านไม่พอจำหน่าย โดยเฉพาะขนมหม้อแกงที่ขึ้นชื่อของเมืองเพชร ซึ่งน่าจะสร้างรายได้ที่ดีกว่า จึงเริ่มต้นหัดทำแบบลองผิดลองถูกเรื่อยมาเริ่มจากขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ข้าวต้มมัด ตะโก้ ข้าวหลาม ขนมหม้อแกง ฯลฯ ในช่วงแรกยังไม่อร่อยนัก แต่ได้รับคำติชมจากลูกค้ามาปรับปรุงจนกระทั่งพบความสำเร็จ กลายเป็นขนมดังเจ้าอร่อยที่ขายดีในเวลาต่อมา เคล็ดลับสำคัญคือการใช้วัตถุดิบที่สดใหม่เสมอ ไม่ใส่สารกันบูดและทำวันต่อวันเท่านั้น”

 

 

 

 

เมื่อกิจการเริ่มดีขึ้น มีลูกค้ามากขึ้น ในปี 2527 มีคนสนใจสั่งขนมไทยไปขายที่สหรัฐอเมริกาญี่ปุ่น ฯลฯ ป้าสมานจึงได้พัฒนาโรงงานให้มีมาตรฐานมากขึ้นได้รับมาตรฐานต่างๆ อาทิ อย. GMP (เบื้องต้น) มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และฮาลาล เป็นต้น ต่อมาในปี 2550 มีคนชวนให้นำขนมไปขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น รู้สึกสนใจมาก เพราะมองว่าร้านเซเว่น อีเลฟเว่นมีสาขาทั่วประเทศ แต่เนื่องจากไม่มีความรู้เลย จึงเข้าไปขอคำปรึกษาจากทีมงานของเซเว่นฯ ซึ่งได้ให้คำแนะนำปรึกษาที่ดีมากและคอยอยู่เคียงข้างมาตลอด จนกระทั่งข้าวแต๋นน้ำแตงโม สินค้าชิ้นแรก ได้วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ในปี 2552 และตามด้วยสินค้าอีกสองชนิดอย่างต่อเนื่องคือ ขนมผิง และลูกอมกะทิซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีทั้งหมดอยู่ภายใต้ผลิตภัณฑ์ชื่อใหม่ว่า “เพชรบ้านแจม”

 

 

       “เซเว่นฯ ให้คำปรึกษาทุกอย่าง ทุกขั้นตอนจริงๆ เพราะป้าไม่มีความรู้เลย ความรู้น้อยก็ได้ทีมงานคอยช่วยเหลือมาตลอด ตั้งแต่เรื่องการนำผลิตภัณฑ์วางจำหน่าย ซึ่งเซเว่นฯ แนะนำให้ป้าทำข้าวแต๋นน้ำแตงโม เนื่องจากเพชรบุรีมีน้ำตาลโตนดที่ขึ้นชื่อและเป็นสินค้าที่สามารถเก็บรักษาได้นาน จึงไปหาที่เรียนและพัฒนากลับมาให้ทางบริษัทฯ ทดลองชิมและทดสอบจนกระทั่งผ่าน จุดเด่นคือมีรสชาติเป็นน้ำแตงโมแท้ไม่หวานจัด มีรสเค็มรสมันบ้างด้านในไม่เป็นไต กรอบ ไม่เหนียวติดฟัน ส่วนขนมผิงครั้งแรกที่เสนอไป ผลตอบรับคือแข็งไปและมีกลิ่นควันไฟ ป้าจึงไปเรียนเคล็ดลับการทำใหม่ ซึ่งสามารถแก้ข้อเสียนี้ได้ และยังได้รสชาติที่อร่อยขึ้น กรอบและละลายในปาก ส่วนลูกอมกะทิ เม็ดขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป รสชาติหวานมันพอดีมะพร้าวทำเอง และใช้น้ำตาลโตนด ไม่ใช้น้ำตาลทราย เป็นต้น”

 

 

 

 

ป้าสมานยังเล่าอีกว่านอกจากนี้ เซเว่นฯ ยังให้คำแนะนำเรื่องหีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่ต้องมีสีสันดึงดูดใจ เรื่องการตั้งราคาจำน่าย ปริมาณสินค้า กำลังการผลิตที่จะมีกำลังทำได้ พร้อมตามไปตรวจโรงงานและแนะนำเรื่องมาตรฐานต่างๆ จะเน้นเรื่องสุขอนามัยและความสะอาดเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องขนมสดที่มีจำหน่ายอยู่แล้ว ทางทีมงานเซเว่นฯ ก็ให้ข้อแนะนำว่าควรต้องมีการชิมทุกครั้งเพื่อป้องกันความผิดพลาด เนื่องจากอาศัยแรงงานเป็นหลัก ซึ่งก็มีการผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริงแม้จะมีการชั่งตวงแล้วก็ตาม เป็นการเตือนและกระตุ้นที่ได้ผลและช่วยป้องกันการสูญเสียอย่างมาก เรียกได้ว่า เซเว่นฯ สอนให้ทุกอย่าง เพราะป้าเรียนน้อยไม่มีความรู้เลย จากที่ไม่เคยรู้เลยก็ได้มีความรู้มากขึ้น และก็ยินดีทำตามคำแนะนำมาตลอด ทำให้พบกับความสำเร็จในทุกวันนี้และเป็นกิจการที่ได้มาตรฐานมากกว่าที่เป็นอยู่เดิม ได้รับการยอมรับมากขึ้น ขอขอบคุณเซเว่นฯ ที่เป็นส่วนสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของป้า

 

 

ปัจจุบัน ภาพรวมยอดทำขนมของ “กลุ่มขนมหวานพื้นเมืองแม่สมาน” มีเป็นหลักแสนชิ้นต่อเดือน ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มสมาชิกประมาณกว่า 60 คนให้มีงานทำอย่างยั่งยืน ป้าสมานได้แนะนำผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่สนใจอยากนำผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายภายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นด้วยว่า ก่อนอื่นควรทำให้โรงงานได้มาตรฐานก่อนในทุกๆ เรื่อง เพราะทางบริษัทฯ จะมีการมาตรวจดูโรงงานและหากรสชาติอร่อยด้วยแล้ว ก็นำอาหารนั้นเข้าไปปรึกษากับเซเว่นฯ ได้เลย ซึ่งทางบริษัทฯ จะให้คำแนะนำที่ดีว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป ทีมงานพูดจาดีทุกคนและยินดีช่วยเหลือเต็มที่ด้วยความจริงใจ ขอเพียงแค่ขยัน อดทน สู้ และอย่ายอมแพ้เท่านั้น

 

ป้าสมานยังทิ้งท้ายด้วยว่า จากชีวิตที่เคยลำบากยากจน ไม่เคยมีกินมีใช้ ต้องต่อสู้เพื่อลูกเพื่อครอบครัวแต่สามารถส่งลูกทั้งสามคนเรียนจบปริญญาตรีได้และกลับมาช่วยสานต่อธุรกิจครอบครัว รู้สึกว่าชีวิตประสบความสำเร็จแล้ว หายเหนื่อยแล้ว แต่สิ่งที่ยึดเป็นหลักอยู่เสมอคือ “ต้องเป็นผู้ให้ก่อนที่จะเป็นผู้รับ ต้องซื่อสัตย์ ทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง และมีคุณธรรมประจำใจ” เพราะมันจะสะท้อนกลับมาให้เจอแต่สิ่งที่ดีงาม แม้ป้าจะไม่มีโอกาสได้เรียนสูง แต่ก็ดีใจที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือคนในชุมชนให้มีงานทำอย่างยั่งยืนได้สร้างกลุ่มอาชีพที่มีความเข้มแข็งเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงอยากเป็นตัวอย่างและกำลังใจให้กับคนที่กำลังท้อแท้ให้กลับมาสู้ใหม่ เพราะวันหนึ่งข้างหน้า อาจพบกับความสำเร็จก็ได้

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ได้ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยเกือบ 500 ราย ในการเป็นช่องทางจัดจำหน่าย และมีสินค้าเอสเอ็มอีที่จำหน่ายผ่านร้านเซเว่น  อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง กว่า 6,300 รายการ สำหรับผู้ที่สนใจนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย สามารถติดต่อสำนักจัดซื้อ โทร. 02-677-9000 หรือ www.cpall.co.th หรือที่ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง โทร 02-711-7666

“เซเว่น อีเลฟเว่น” ส่งเสริม SMEs ไทย หนุนสหกรณ์ฯ ท่ายาง ปลูกกล้วยหอมทอง สร้างรายได้เกษตรกร

ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น พาเปิดบ้านชมแหล่งผลิตกล้วยหอมทองเลื่องชื่อของประเทศไทย จากสวนเกษตรกรสู่สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จ.เพชรบุรี พร้อมสนับสนุนกล้วยสายพันธุ์แท้ดั้งเดิม พัฒนาหน่อกล้วยให้เป็นผลิตผลคุณภาพปลอดสารพิษ เอาใจคนยุคใหม่ นิยมบริโภคผลไม้สด อิ่มสะดวก สุขภาพดี เตรียมพัฒนาแพ็กเกจใหม่ เน้นความทันสมัยยืดอายุการจัดเก็บกล้วยได้นานยิ่งขึ้น ต่อยอดสร้างผลผลิตจากปัจจุบัน 28,000 ลูกต่อวัน

 

 

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ร้านอิ่มสะดวกของคนไทย กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กหรือเอสเอ็มอี ที่สามารถผลิตสินค้าได้คุณภาพมาตรฐานและเป็นที่นิยมจากประชาชนมาโดยตลอด โดยบริษัทจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการเหล่านี้ เพื่อส่งสินค้าตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านสาขาร้านเซเว่นฯ ที่มีอยู่กว่า 8,600 สาขา และบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ที่มีช่องทางการจำหน่ายผ่านนิตยสารเซเว่นแคตตาล็อก ร้านสาขา ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ ซึ่งสามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ช้อปปิ้งสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันทั้งเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จัดจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีรวมทั้งสิ้นประมาณกว่า 6,300 รายการ และมีการเพิ่มสัดส่วนสินค้าเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง

 

 

ล่าสุด บริษัทฯ ได้พาเปิดบ้านเยี่ยมชมสินค้าผลผลิตกล้วยหอมทองของ สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จ.เพชรบุรี โดยสหกรณ์ฯ ท่ายาง เป็นแหล่งผลิตกล้วยหอมขนาดใหญ่สามารถผลิตกล้วยหอมทอง ได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเน้นความสะดวก รับประทานครั้งละ 1 ลูก และชอบกล้วยหอมในลักษณะสุกกำลังพอดี เปลือกมีสีเหลืองมากกว่าเขียว การจำหน่ายกล้วยลูกเดี่ยวจึงกลายเป็นกระแสนิยมของคนไทยสังเกตุได้จากปริมาณกล้วยหอมทองที่จำหน่ายผ่านเซเว่นที่มียอดขายเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยปัจจุบันกล้วยหอมทองที่จำหน่ายผ่านร้านเซเว่น มีปริมาณวันละเกือบ 100,000 ลูก

 

ด้าน นายมานะ บุญสร้าง หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด เล่าถึงจุดเด่นของกล้วยหอมทองประจำท้องถิ่นท่ายาง จ.เพชรบุรี ว่า กล้วยหอมทองที่นี่เป็นพันธุ์แท้ มีกลิ่นหอม รสชาติหวาน และมีเนื้อละเอียดกว่าที่อื่น เพราะมีกรรมวิธีการปลูกที่แตกต่างจากที่อื่นโดยเลือกใช้หน่อพันธุ์แท้เท่านั้น เพราะการปลูกด้วยหน่อกล้วยนั้นจะช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ได้ นอกจากนี้ทำเลในการเพาะปลูกกล้วยยังมีดินที่แร่ธาตุดี น้ำอุมดมสมบูรณ์ กล้วยหอมทองจึงเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ซึ่งน้ำที่นำมาใช้ในการเพาะปลูกนั้นมาจากน้ำเขื่อนแก่งกระจาน น้ำเขื่อนเพชร และน้ำบาดาล ซึ่งแหล่งน้ำที่ได้จากเขื่อนเป็นป่าต้นน้ำธรรมชาติของแม่น้ำเพชรบุรี ประกอบกับอำเภอท่ายางอยู่ใกล้ทะเล ไอของทะเลจะช่วยขับไล่แมลงที่จะมากัดกินทำให้พืชและผลผลิต ซึ่งจากการสำรวจดินในพื้นที่เป็นดินภูเขาในช่วงที่ผ่านมาพบว่าเหมาะกับการปลูกกล้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนหรือช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน สภาพอากาศจะช่วยให้ผลผลิตกล้วยเพิ่มมากขึ้น เพราะโดยธรรมชาติกล้วยจะชอบอากาศร้อนชื้น

 

“สหกรณ์การเกษตรท่ายาง ก่อมาตั้งแต่ปี 2509 เริ่มต้นจดทะเบียนมีสมาชิกราวๆ 360 ครอบครัว ตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปี ที่ธุรกิจของสหกรณ์ฯ ดำเนินงานหลากหลาย อาทิ รับฝากเงินออมทรัพย์ , สินเชื่อในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อการเกษตร , บริการ (ตลาดกลางการเกษตร ผักและผลไม้) และธุรกิจที่ส่งเสริมเกษตรกรท้องถิ่น โดยรวบรวมผลผลิต (กล้วยหอมทอง กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า) ด้วยการส่งเสริมสมาชิกกลุ่มเรียนรู้วิธีการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว และมีการตรวจเยี่ยมสมาชิกต่อเนื่อง ในปี 2556 ที่ผ่านมาเห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปเน้นคุณภาพ สะดวก รวดเร็วและพร้อมรับประทานได้ทันที การขายกล้วยเป็นหวี ทำให้ผู้บริโภคหลายคนรับประทานไม่ทัน จึงได้ลองเสนอขายกล้วยหอมทองในร้านเซเว่นฯ แบบบรรจุใส่ถุงเป็นลูกเดี่ยว โดยช่วงแรกส่งขายเซเว่นฯ วันละ 900 ลูก ล่าสุดปีนี้ปริมาณการส่งจำหน่ายเติบโตวันละ 28,000 ลูก และปีหน้าตั้งเป้าส่งขายในเซเว่นฯ 35,000 ลูกต่อวัน ซึ่งกล้วยหอมทองที่ส่งนี้จะอยู่หน้าร้านได้ประมาณ 2–3 วัน และหากมีนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุกล้วยหอมทองให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้น ก็จะช่วยให้สามารถจัดส่งกล้วยไปขายในร้านเซเว่นฯได้จำนวนมากยิ่งขึ้น” หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์ฯ ท่ายาง กล่าว

 

นายมานะกล่าวเสริมว่า ปัจจัยที่ทำให้ยอดจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางเซเว่นฯ มีทีมงานให้คำแนะนำมีการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ต่อเนื่อง เริ่มแรกที่ส่งขายเซเว่นฯ เป็นถุงธรรมดา เจาะรู ติดสติกเกอร์ให้เห็นโลโก้ และเซเว่นฯยังให้คำแนะนำการพัฒนาแพ็กเกจให้ดูทันสมัย เก็บผลผลิตได้นาน ตอนนี้ปรับเป็นถุงที่เจาะรูเข็ม และกำลังจะพัฒนาถุงให้สามารถเก็บรักษา ยืดอายุได้นานยิ่งขึ้น เพื่อรักษาคุณภาพกล้วยหอมทองจากสวนให้มีสภาพสดใหม่ก่อนถึงมือลูกค้า การได้เป็นคู่ค้ากับเซเว่นฯ จึงทำให้มีความมั่นใจในการประกอบอาชีพที่จะสร้างความมั่นคงและสร้างรายได้ที่แน่นอนให้กับกลุ่มเกษตรกร

 

“สหกรณ์ฯ ท่ายาง ค่อยๆ เติบโตอย่างมั่นคง การปลูกกล้วยหอมทอง คุณภาพดี ที่ส่งจากสวนทุกลูก สู่ผู้บริโภคผ่านร้านเซเว่นฯ นับเป็นการสร้างอาชีพ ส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร ทำให้เกษตรกรในท้องถิ่น มีรายได้ที่มั่นคง ” หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์ฯ ท่ายาง กล่าวทิ้งท้าย

 

สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีที่สนใจนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายที่เซเว่น อีเลฟเว่น สามารถติดต่อบริษัทได้หลายช่องทาง อาทิ เว็บไซต์ www.cpall.co.th หรือ www.7eleven.co.th และติดต่อผ่านทางสำนักจัดซื้อของเซเว่นฯ เบอร์โทรศัพท์ 0-2677-9000 นอกจากนี้ บริษัท 24 Shopping จำกัด ในกลุ่ม ซีพี ออลล์ ยังได้ทำการตลาดผ่านเซเว่นแคตตาล็อก ซึ่งเป็นระบบเมลล์ออร์เดอร์ที่ทันสมัย และผ่านช่องทางร้านสาขา รวมไปถึงเว็บไซต์ www.7catalog.com, www.Shopat7.com และให้บริการลูกค้าผ่าน Call Center 0-2711-7666 ตลอด 24 ชั่วโมง

เผยเคล็ดลับ พลิกชีวิตจากสิ้นเนื้อประดาตัวสู่ “เศรษฐีร้อยล้าน”

รู้จักและคุ้นเคยกันดีกับ “วุ้นน้ำมะพร้าวบรรจุถ้วยแม่ละมาย” อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์แบรนด์คุณภาพที่วางจำหน่ายภายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นมาตั้งแต่ปี 2542 ขนมหวานที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน จากการคัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการผลิตที่ใส่ใจทุกขั้นตอน ทำให้ได้รสชาติอร่อย สะอาด ถูกสุขอนามัย เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพและมองหาสิ่งที่มีประโยชน์

 

ขนมหวานแม่ละมาย

 

 

 

วีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ เจ้าของกิจการห้างหุ้นส่วนจำกัดแม่ละมาย และเลขาธิการหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี เล่าว่า ก่อนเคยทำธุรกิจโรงพิมพ์แต่พบกับวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 ทำให้ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว จึงตัดสินใจหันหลังกลับมาจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งเป็นบ้านเกิดภรรยา เริ่มต้นชีวิตใหม่กับเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่สี่หมื่นบาท   เนื่องจากเป็นคนชอบทำอาหารเป็นทุนเดิม จึงเริ่มต้นทดลองทำธุรกิจเล็กๆ โดยการผลิตวุ้นน้ำมะพร้าวผสมเม็ดแมงลักบรรจุถ้วยออกจำหน่าย โดยมองช่องทางการวางจำหน่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งขณะนั้นร้านเซเว่น อีเลฟเว่น มีอยู่ประมาณ 1,000 สาขา เพราะเห็นว่านอกจากเซเว่น อีเลฟเว่นมีร้านสาขาจำนวนมากแล้ว ก็ยังมีนโยบายสนับสนุนความรู้ในด้านต่างๆเพื่อพัฒนาธุรกิจให้กับเอสเอ็มอีอีกด้วย โดยได้เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกเพียง 20 สาขาในปี 2542 และมีการขยายการผลิตและจัดส่งจนครบทั่วประเทศเป็นเวลากว่า 16 ปี

 

 

ซึ่งตั้งแต่เริ่มวางจำหน่ายสินค้า “แม่ละมาย” ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทางบริษัท ซีพี ออลล์ได้มีการอบรมให้คำปรึกษาในเรื่องการควบคุมการผลิต,การเก็บรักษาตลอดจนถึงการขนส่งให้กับโรงงานแม่ละมาย เพื่อให้ได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพมาตรฐานส่งต่อให้ผู้บริโภค โดยทางบริษัท ซีพี ออลล์ได้จัดให้มีการอบรมซัพพลายเออร์เอสเอ็มอีทุกๆ รายที่ผลิตสินค้าจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในเรื่องต่างๆ มากมาย อาทิ บรรจุภัณฑ์ การตลาด การควบคุมการผลิตสินค้า ระบบขนส่ง ฯลฯ อย่างน้อยปีละสองครั้ง เพื่อผลักดันให้ซัพพลายเออร์ได้พัฒนาตนเอง มีมาตรฐานที่สูงขึ้นในทุกด้าน เพื่อสร้างยอดขายที่เติบโตมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จอย่างหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ “แม่ละมาย” ประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ “แม่ละมาย” ปัจจุบันมีสินค้าทั้งหมด 4 ชนิดวางจำหน่ายเฉพาะในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น โดยมี 3 ชนิดบรรจุถ้วย ได้แก่ วุ้นมะพร้าวรวมมิตรในน้ำลำไย วุ้นมะพร้าวผสมเม็ดแมงลักวุ้นมะพร้าวรวมมิตรในน้ำแดงและชนิดบรรจุขวด คือ เม็ดแมงลักผสมวุ้นมะพร้าวในน้ำแดง โดยโรงงานแม่ละมายได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GMP CODEX และ HACCP

 

 

การที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน นอกเหนือจากการเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพแล้ว สิ่งสำคัญคือคุณภาพของสินค้า ผลิตภัณฑ์ “แม่ละมาย” ได้ทำการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดเพื่อนำเข้ามาในสายการผลิต วุ้นน้ำมะพร้าวซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักเป็นวุ้นซึ่งเกิดจากการเพาะเชื้อ มีใยไฟเบอร์สูง ดีต่อระบบขับถ่ายและสุขภาพ ไม่ใช้สารฟอกสี  สดใหม่ รสชาติอร่อย เม็ดแมงลักมีแปลงเพาะปลูกที่เป็นลูกไร่เอง เพื่อควบคุมตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูกจนถึงกระบวนการกะเทาะเม็ด การทำความสะอาด และก่อนจะบรรจุถ้วยจะผ่านกระบวนการคัดเลือกแบบเม็ดต่อเม็ด ลำไยแห้งจะสั่งผลิตช่วงฤดูกาลโดยควบคุมการเลือกลูกลำไย,อบ,แกะเนื้อและการเก็บรักษาในห้องเย็น  รวมถึงวัตถุดิบอื่นๆทำให้สามารถควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง นอกจากนี้คือเรื่องการใส่ใจในการทำงาน ซึ่งในที่ประชุมจะบอกพนักงานเสมอว่า ให้ภูมิใจว่า ผลิตภัณฑ์“แม่ละมาย”ได้ส่งมอบสิ่งที่ดีๆมีประโยชน์ให้กับผู้บริโภคทุกวัน เพราะฉะนั้นต้องใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้มาก โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมคุณภาพ ที่ต้องมีมาตรฐานเหมือนกันทุกถ้วย

 

 

 

 

 

 

สำหรับโรงงานแม่ละมายปัจจุบัน มีพนักงานทั้งสิ้น 34 คน โดยเป็นการจ้างงานคนในท้องถิ่นทั้งหมด เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่และชุมชนที่โรงงานตั้งอยู่ โดยพนักงานส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเกษตรกร โรงงานแม่ละมายได้สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ลูกไร่ที่ปลูกวัตถุดิบทางการเกษตรในพื้นที่อื่นๆ ตลอดจนลูกจ้างของซัพพลายเออร์ต่างๆในจังหวัดอ่างทอง สุพรรณบุรี และสมุทรสาคร รวมกว่า 200 คน ที่จะได้มีงานทำอย่างต่อเนื่องและมั่นคง เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งโรงงานแม่ละมายก็มีการช่วยเหลือในกิจกรรมต่างๆภายในชุมชน สร้างความสัมพันธ์อันดีที่แน่นแฟ้นกับชุมชน เป็นการช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกัน และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

 

ปัจจุบันโรงงานแม่ละมายมีกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 35,000 ชิ้นต่อวัน ในกระบวนการผลิตฆ่าเชื้อแบบพาสเจอร์ไรซ์ และอยู่ในระหว่างการก่อสร้างโรงงานใหม่มูลค่ากว่า 50 ล้านบาทเพื่อรองรับการผลิตในอนาคตที่จะเพิ่มขึ้นต่อไป โดยจะใช้กรรมวิธีการฆ่าเชื้อในกระบวนการผลิตแบบระบบสเตอริไรส์ พร้อมกับเพิ่มไลน์โปรดักส์เป็นขนมไทย จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ พร้อมกับจ้างแรงงานท้องถิ่นเพิ่มเติมอีกหลายสิบคน โดยมีบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน)ได้ให้เจ้าหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำปรึกษาดูแลทุกขั้นตอนและแนะนำผลักดันเรื่องการผลิตสินค้าฮาลาล

 

 

เจ้าของแม่ละมายได้นำประสบการณ์เมื่อครั้งก่อนมาแนะนำผู้ประกอบการรุ่นหลังโดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ต้องการนำสินค้าที่ผลิตมาวางจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นว่า  สิ่งที่ต้องเตรียมคือความพร้อมทุกอย่างก่อนการนำเสนอสินค้ากับทางร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัวสินค้าที่มีรสชาติที่ดี รูปลักษณ์ ความแปลกใหม่  เงินทุน กรรมวิธีการผลิตที่ได้มาตรฐาน กำลังการผลิตที่เพียงพอ ควบคุมคุณภาพในการเก็บรักษาสินค้า ระบบขนส่ง การได้รับการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ เช่น อย. GMP ฯลฯ เพราะต้องยอมรับว่า ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นมีมาตรฐานในการนำผลิตภัณฑ์เข้ามาวางจำหน่ายภายในร้านสูงมาก จากนโยบายการคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

 

โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพของสินค้าที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อาทิ รสชาติของสินค้าที่คงที่ ปัญหาเรื่องสิ่งแปลกปลอม สินค้าเสียก่อนวันหมดอายุ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากผลิตภัณฑ์ได้รับการคัดเลือกเตรียมพร้อมสำหรับการวางจำหน่าย ทางบริษัทฯ ก็จะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบทั้งสถานที่และการผลิตทุกขั้นตอน พร้อมให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะในเรื่องสถานที่ การจัดวางเครื่องไม้เครื่องมือ กรรมวิธีการผลิต วิธีการฆ่าเชื้อ การวางแผนเกี่ยวกับระบบการขนส่ง ฯลฯเพื่อให้การดำเนินการผลิตเป็นไปได้ตามมาตรฐาน ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประกอบการในธุรกิจอาหารคือ บางรายมีรสชาติผิดเพี้ยน การมีสิ่งปลอมปน หรือขาดระบบควบคุมมาตรฐานการผลิต

 

       “ผู้ประกอบการที่ต้องการนำสินค้าจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ต้องถามตัวเองก่อนว่าพร้อมไหม หากเพิ่งผลิตและจำหน่ายหน้าร้านในพื้นที่เล็กๆ ยังไม่แนะนำให้เข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น  ควรเตรียมความพร้อมให้ได้มาตรฐานต่างๆก่อน”

 

เจ้าของขนมหวานวุ้นมะพร้าวชื่อดังได้แนะเคล็ดลับที่ทำให้ประสบความสำเร็จไว้ว่า ผู้ประกอบการต้องประมาณตัวเองให้ได้ ต้องมองตัวเองให้ออก มีความมั่นใจแต่ขณะเดียวกันต้องศึกษาเตรียมงานทุกอย่างแบบบูรณาการทั้งระบบ เตรียมการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น มุ่งมั่นและตั้งใจ รู้สึกดีใจจากที่เคยล้มลุกคลุกคลานมา แต่ทุกวันนี้สามารถยืนขึ้นอีกครั้งด้วยความมั่นคง ต้องขอขอบคุณหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่ให้โอกาสและส่งเสริมทุกรูปแบบตลอดมา  ขอบพระคุณผู้บริโภคที่ให้การตอบรับอย่างดียิ่ง ทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นทุกปี ที่สำคัญคือ รู้สึกภูมิใจที่สามารถผลิตสินค้าที่ผู้บริโภคที่พร้อมเต็มใจจ่ายเงินเพื่อรับสิ่งที่ดีมีประโยชน์กลับไป

 

       ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ได้ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยเกือบ 500 ราย ในการเป็นช่องทางจัดจำหน่าย และมีสินค้าเอสเอ็มอีที่จำหน่ายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์    ช้อปปิ้ง กว่า 6,300 รายการ สำหรับผู้ที่สนใจนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย สามารถติดต่อสำนักจัดซื้อ โทร. 02-677-9000 หรือ www.cpall.co.th หรือที่ ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง โทร.02-711-7666

ซีพี ออลล์ เชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วม “โครงการ BIG BROTHER (Season 2)”

 

“โครงการ BIG BROTHER (Season2)” โครงการดีๆ ที่เกิดขึ้นจากโครงการ สานพลังประชารัฐ โดยมีความร่วมมือระหว่าง 14 องค์กร โดยซีพี ออลล์เป็นหนึ่งใน 14 องค์กรเพื่อช่วยให้ SMEs มีธุรกิจที่ดี และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการธุรกิจในทุก ๆ ด้าน ให้กับผู้ประกอบการ SMEs เช่นการผลิต การตลาด การบัญชี และการบริหารจัดการรวมถึงการหาแหล่งเงินทุนอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมยังได้สิทธิประโยชน์ที่จะเอื้อธุรกิจของตนอีกมายมาย ผู้ประกอบการท่านใดสนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ BB50-Season 2 สามารถสมัครได้เลยที่ Link >>  https://goo.gl/7r3FfU  

SME ‘พลังผัก’ หนุนเกษตรกรเข้มแข็งสร้างงานสร้างรายได้ขายผ่านร้านเซเว่นฯ

การส่งเสริมสินค้าทางการเกษตรเป็นสิ่งที่ภาครัฐและเอกชนต่างให้ความสำคัญในการยกระดับและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ “พลังผัก” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ SME ที่ประสบความสำเร็จและได้ช่วยเหลือเกษตรกร โดยรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากทั่วประเทศ นับว่าเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร

 

ปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจ SME มีการเติบโตสูงขึ้น หลายคนผันตัวเองจากพนักงานออฟฟิศมาเป็นเจ้าของธุรกิจทั้งตลาดแบบดั้งเดิมและตลาดออนไลน์ ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ประสบความสำเร็จจากมนุษย์เงินเดือนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ SME อย่างนายวุฒิชัย เจริญศุภกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลังผัก จำกัด ผู้จำหน่ายสลัดผักและผลไม้พร้อมรับประทานทาน ตรา Oh! Veggies (โอ้! เวจจี้) ที่เริ่มทำธุรกิจจากการทำตามความตั้งใจและมีมุมมองทางการตลาดที่ไม่เหมือนใคร ทำให้สินค้าโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง โดยมีน้ำสลัดและเครื่องจิ้ม เช่น น้ำปลาหวาน น้ำตาลปี๊บปรุงรส ที่อร่อย ให้ผู้บริโภคสะดวกในการซื้อรับประทานมากยิ่งขึ้น จึงช่วยสร้างยอดขายเติบโตในเวลาอันรวดเร็ว

 

  “วันที่ต้องการทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็มองว่าเรื่องเทรนด์การรักสุขภาพน่าจะมีสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ จึงคิดกันตั้งแต่วันแรกว่าจะขายผักสลัดพร้อมรับประทาน เพราะสะดวกต่อผู้บริโภค และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และตั้งชื่อบริษัทว่า บริษัท พลังผัก จำกัด โดยมีวิสัยทัศน์ว่าต้องการเป็นผู้นำตลาดผักสลัดพร้อมรับประทาน ส่วนพันธกิจ คือ จะนำเสนออาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพให้กับผู้บริโภคในรูปแบบที่รับประทานได้ทันที” นายวุฒิชัยกล่าว

 

โดยบริษัท พลังผัก รับซื้อผลิตผลทางการเกษตรจากเกษตรกรทั่วประเทศ ทั้งผักสลัดที่เป็นผักออร์แกนิค ปลูกจากดิน ไม่ใช้สารเคมี และผลไม้ อาทิ มะม่วง และ ฝรั่ง สำหรับผักสลัดออร์แกนิคมีการวางแผนร่วมกับเกษตรกร ในการผลิตและรับซื้อผลผลิตให้สัมพันธ์กับความต้องการโดยไม่มีผลผลิตเหลือทิ้ง และการกำหนดราคาร่วมกับเกษตรกรล่วงหน้า ทำให้เกษตกรมีความมั่นคงด้านรายได้ ในขณะที่บริษัทฯ สามารถลดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาสินค้าเกษตร ตลอดจนการจัดหาวัตถุดิบ มะม่วงและฝรั่ง จากเกษตรกรจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค ในปริมาณที่แน่นอน นับว่าเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร และเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคการเกษตรให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

 

การประกอบธุรกิจคงปฏิเสธไม่ได้ว่าช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นสิ่งสำคัญและสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด ซึ่งเจ้าของ SME ผักสลัดและผลไม้พร้อมรับประทานก็เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว โดยเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการนำสินค้าเข้ามาขายในเซเว่นฯไว้อย่างน่าสนใจว่า

 

“บริษัทได้นำสินค้าเข้ามาขายในร้านเซเว่นฯ ตั้งแต่ปี 2555 เพราะมีลูกค้าโทรเข้ามาถามเป็นประจำว่าหาซื้อได้ที่ไหน ทีมงานก็เดินเข้าไปสำรวจในร้านเซเว่นฯ ปรากฏว่ายังไม่มีผักสลัดประเภทนี้ขาย เป็นจังหวะเดียวกับที่ทางจัดซื้อของเซเว่นฯ ติดต่อให้นำสินค้าเข้าไปเสนอ จึงได้ทำงานร่วมกันระหว่างพลังผักกับซีพี ออลล์ ในการพัฒนาทั้งเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และได้รับคำแนะนำ รวมถึงพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับตลาด การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค การยืดอายุสินค้า เป็นต้น ตอนนี้มีสินค้าที่ขายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวน 5 ประเภท คือ สลัดผัก มะม่วงน้ำปลาหวาน ฝรั่งจิ้มน้ำตาลปี๊บ ยำมะม่วง และมะเขือเทศเชอรี่ โดยจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นฯ กว่า 8,000 สาขาทั่วประเทศ และยังมีการพัฒนาสินค้าใหม่ร่วมกับเซเว่นฯ อย่างต่อเนื่อง” นายวุฒิชัย กล่าว

 

นอกจากนี้ นายวุฒิชัย ได้บอกถึงปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จว่า ต้องมีแนวคิดการพัฒนาสินค้าที่แตกต่าง และตรงตามความต้องการของผู้บริโภค พยายามมองช่องว่างที่ยังไม่มีใครทำ แล้วนำมาปรับใช้เพื่อตอบสนองความต้องการนั้น และต้องศึกษาช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งเซเว่นฯ เป็นช่องทางการจำหน่ายที่สะดวก เข้าถึงได้ง่าย จึงเห็นว่าน่าจะเหมาะสมในการส่งต่อสินค้าให้ลูกค้าทั่วประเทศ

 

ด้านนายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กหรือเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพมาตรฐานและเป็นที่นิยมจากประชาชนมาตลอด โดยบริษัทจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME เพื่อส่งสินค้าตรงถึงมือผู้บริโภคผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ และผ่านช่องทางของบริษัท ทเวนตี้โฟร์    ช้อปปิ้ง จำกัด โดยจำหน่ายสินค้าผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ ปัจจุบันทั้งเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ได้จัดจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีรวมทั้งสิ้น กว่า 22,000 รายการ และมีการพัฒนา SME ให้เจริญก้าวหน้าเพื่อเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

“ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นและทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้งมีสินค้าเอสเอ็มอีที่จำหน่ายหลายประเภท โดยเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เช่น ผลไม้แปรรูป,เครื่องดื่ม,เบเกอรี่,ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เป็นต้น ซึ่งสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปของกลุ่มธุรกิจ SME จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายบัญญัติ กล่าว

 

สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่มีความต้องการนำสินค้ามาจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ เหมือนบริษัท พลังผัก สามารถนำสินค้ามาเสนอได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น และบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด หรือเว็บไซต์ www.cpall.co.th, www.7eleven.co.th และ www.24shopping.co.th

 

เซเว่นฯ จับมือ กรมการค้าภายใน และ สมาคมการค้าปลีกฯทุนไทย จัดสัมมนาให้ความรู้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและเอสเอ็มอีภาคใต้ฟรี

เซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, หอการค้าจังหวัดตรัง, สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดงานสัมมนาพิเศษถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ปีที่ 10 “สร้างธุรกิจ SME ให้โตอย่างยั่งยืน”  มีผู้สนใจเข้าร่วมฟังกว่า 200 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว นายกสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย กล่าวว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีและร้านโชห่วย ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดงานสัมมนาให้ความรู้ในการดำเนินธุรกิจยุคใหม่มาอย่างต่อเนื่องทุกภูมิภาคทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันรวมเป็นเวลา 9 ปี โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี, เจ้าของร้านโชห่วยและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมสัมมนาแล้วกว่า 7,700 คน ทั่วประเทศ

พื่อให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบันและนโยบายภาครัฐที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจรายย่อยหรือเอสเอ็มอี สมาคมฯจึงได้จัดงานสัมมนาพิเศษถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปีที่ 10 “สร้างธุรกิจ SME ให้โตอย่างยั่งยืน” ณ จังหวัดตรัง โดยมี นายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

พร้อมการเสวนาพิเศษหัวข้อ “ไขความลับ SME ตัวจริง” โดย นางสาวอรประภา พรมรังฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนต์บิวตี้ คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางสมุนไพร แบรนด์ “ชีววิถี” และนายปฤณ จำเริญพานิช กรรมการบริษัท อินดัสเตรียล รีโวลูชั่น จำกัด กูรูด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง พร้อมการบรรยายพิเศษ “ทำไม SME ต้องมีแบรนด์” โดย นายรวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ “ศรีจันทร์”

“สมาคมฯมุ่งหวังให้งานสัมมนาครั้งนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจจากเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการตัวจริงที่ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งเป็นการแบ่งปันความรู้ในการบริหารงานด้านค้าปลีกจากวิทยากรที่มากประสบการณ์เพื่อให้ผู้ร่วมงานทุกท่านสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำธุรกิจต่อไป” นายสุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ภายในงานยังได้เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ “ทุนสานฝันเพื่อลูกหลานเอสเอ็มอีและร้านโชห่วยจำนวน 1,000 ทุน เรียนที่ปัญญาภิวัฒน์ฯ” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้บุตรหลานผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีและร้านโชห่วยได้เข้าศึกษาฟรี ในหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) สาขาธุรกิจค้าปลีก ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT)และศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ทั่วประเทศ  และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว บมจ.ซีพี ออลล์ รับประกันมีงานทำโดยพร้อมรับเข้าทำงานทุกคน

ซีพี ออลล์ จับมือ สสว.- กสอ. เดินหน้าส่งเสริม SME ไทย เตรียมจัดงานมอบรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2560

ซีพี ออลล์ ตอกย้ำนโยบายส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย จับมือกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง เตรียมจัดงาน “เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2560” ปีที่ 2 พร้อมมอบรางวัลให้แก่เอสเอ็มอีที่จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางร้านเซเว่น อีเลฟเว่นและทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย และนายกสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย เปิดเผยว่าซีพี ออลล์ ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม  สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จัดโครงการรวมพลังส่งเสริมเอสเอ็มอี “เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2560” ปีที่ 2 เพื่อมอบรางวัลส่งเสริมและยกย่องเชิดชู เอสเอ็มอี ที่จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางร้านเซเว่น อีเลฟเว่นและทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและมีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อันโดดเด่น โดยมีรางวัล 7 ประเภท ได้แก่ เอสเอ็มอียั่งยืน เอสเอ็มอีดาวรุ่ง เอสเอ็มอีสินค้าเกษตร เอสเอ็มอีผลิตภัณฑ์ชุมชน เอสเอ็มอีความคิดสร้างสรรค์ เอสเอ็มอีผลิตภัณฑ์สุขภาพ และเอสเอ็มอีงานระบบ เพื่อมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้เอสเอ็มอีเกิดความมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ สามารถไต่ระดับสู่การแข่งขันในช่องทางการค้าที่หลากหลาย รวมทั้งเป็นต้นแบบให้กับเอสเอ็มอีรายอื่นๆ ที่จะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้ในยุคดิจิทัล

โดยงานมอบรางวัล “เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2560” จะจัดขึ้นในวันที่ 30 มกราคม 2561 เวลา 09.30-11.30 น. ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ  ซึ่งนอกจากภายในจะมีการมอบรางวัลแล้ว ยังมีบรรยายพิเศษ ฟรี! ในหัวข้อ “กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ SME บนโลกออนไลน์” จากผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง คุณปฤณ จำเริญพานิช กรรมการ บริษัท อินดัสเตรียล รีโวลูชั่น จำกัด อีกด้วย สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถสำรองที่นั่ง เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมฟังบรรยายได้ที่เบอร์ 02-826-7889 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ขอเชิญผู้ประกอบการ SME และผู้ที่สนใจฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อ “กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ SME บนโลกออนไลน์” ฟรี!

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม และสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดโครงการรวมพลังส่งเสริมเอสเอ็มอี “เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2560” ขอเชิญ SME และผู้ที่สนใจฟังบรรยายพิเศษ ฟรี หัวข้อ “กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ SME บนโลกออนไลน์” จากผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง คุณปฤณ จำเริญพานิช กรรมการ บริษัท อินดัสเตรียล รีโวลูชั่น จำกัด ในงานมอบรางวัล “เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2560” วันอังคารที่ 30 มกราคม 2561 เวลา 09.30-11.30 น.ณ ห้องดุสิตธานี ฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี

รับจำนวนจำกัด สำรองที่นั่งด่วน  โทร .02-826-7889 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ