การดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน

  >  การดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน

“สิทธิมนุษยชน” คือ สิทธิขั้นพื้นฐานซึ่งทำให้บุคคลดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีสิทธิ เสรีภาพ และเสมอภาค โดยปราศจาก ทั้งความคิดและการกระทำที่ล่วงละเมิดต่อกัน ปัจจุบันประเด็กด้านิสทธิมนุษยชนนับเป็นประเด็นหนึ่ง ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกอาหารของประเทศและภูมิภาค ซึ่งถือเป็นผู้เชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคเข้าด้วยกันขอมีส่วนร่วมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล

ภายใต้ความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม บริษัทได้ยึดหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights – UNGP) ร่วมกับหลักการ “Ruggie Framework” ว่าด้วยการปกป้องสิทธิ การเคารพสิทธิ และการเยียวยาผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น (Protect, Respect, and Remedy) เป็นแนวปฏิบัติด้านการจัดการสิทธิมนุษยชนขององค์กร

จากแนวปฏิบัติดังกล่าว บริษัทได้มีการกำหนดความมุ่งมั่น ด้านสิทธิมนุษยชนผ่านนโยบาย และกระบวนการติดตามสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) เพื่อสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากกิจกรรมของบริษัท ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนผ่านการดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรมและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าและป้องกันผลกระทบทางลบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการดำเนินธุรกิจในภาพรวม เช่น การมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัยในสถานประกอบการ การปล่อยมลภาวะซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนในชุมชน จนกระทั่งถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนทางอ้อมผ่านการกระทำของคู่ค้า และผู้รับเหมา เช่น การใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence)

ในปี 2560 บริษัท ได้ริเริ่มจัดทำกระบวนการติดตามสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านเป็นปีแรกโดยยึดหลักการสากลเป็นแนวทางปฏิบัติ หนึ่งในขั้นตอนสำคัญภายหลังบริษัทแสดงออกถึงความมุ่งมั่นเชิงนโยบายคือการประเมินผลกระทบความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk Assessment) โดยบริษัทจำเป็นต้องระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และวิเคราะห์ผลกระทบของความเสี่ยงดังกล่าวต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความเสี่ยงในระดับองค์กรโดยการประเมินในปีแรกมีขอบเขตครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของ 3 หน่วยธุรกิจหลักและหน่วยสนับสนุน ได้แก่ การบริการร้านสะดวกซื้อ, บริการด้านค้าส่ง, บริการผลิตและจำหน่าย เบเกอรี่ อาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็ง, ศูนย์กระจายสินค้า บริษัท มีแผนการขยายผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนไปจนครบทุกหน่วยธุรกิจของบริษัท ภายในสิ้นปีนี้

ในปี 2560 บริษัทประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนทั้งหมด 8 หน่วยธุรกิจหลัก (13 BU) ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่ดำเนินการ โดยบริษัทมีเป้าหมายในการรักษาการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนให้ครอบคลุมหน่วยธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่องในปี 2563 โดยผลของการประเมินพบว่าร้อยละ 23.07 ของพื้นที่ดำเนินการ (3 BU จากทั้งหมด 13 BU) ประเด็นทางด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ (Salient human rights issues) ซึ่งมีความเสี่ยงที่เหลืออยู่ (Residual risk) ในระดับสูงของ 3 หน่วยธุรกิจในเบื้องต้น ได้แก่

ทั้งนี้ บริษัท ได้กำหนดแนวทางบริหารและจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนโดยมีการคำนึงถึงสิทธิของกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable groups) เช่น ผู้ผลิตขนาดเล็ก กลุ่มผู้หญิงและเด็กแรงงานอพยพ ชนพื้นเมือง ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ซึ่งมีทั้งในเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติเชิงคุ้มครองและป้องกัน สรุปได้ดังนี้

มาตรการจัดการความเสี่ยง

ความเสี่ยงด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

รายละเอียดความเสี่ยง

  • บริษัทมีคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจหลากหลาย การบริหารงาน จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน

กิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยง

  • การคัดเลือกคู่ค้า มีหลักเกณฑ์และการสื่อสารนโยบายที่ยังไม่ครอบคลุมด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน

มาตรการบรรเทาความเสี่ยง :

  • บริษัทนำเกณฑ์ด้านความยั่งยืน นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์การประเมินคัดเลือกคู่ค้าและผู้รับเหมารายใหม่
  • สื่อสารคู่มือจริยธรรมและแนวปฎิบัติสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ให้กับคู่ค้าหลักและให้มีการประเมินตนเองตามนโยบายด้านความยั่งยืน ที่รวมถึงการตรวจสอบด้านการปฎิบัติตามกฎหมายแรงงานของคู่ค้าและผู้รับเหมา

ความเสี่ยงด้านแรงงาน สุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

รายละเอียดความเสี่ยง

  • บริษัทคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน รวมถึงสภาพการจ้างงานอย่างยุติธรรม

กิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยง

  • พนักงานปฎิบัติงาน โดยขาดความรู้ ความเข้าใจด้านความปลอดภัย

มาตรการบรรเทาความเสี่ยง

  • การจัดทำโครงการ Safety Culture ซึ่งเป็นการจัดให้ความรู้แก่พนักงาน
  • คู่มือจริยธรรมธุรกิจและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • การประเมินความเสี่ยงตาม SHE Standard

ความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคของผู้บริโภค

รายละเอียดความเสี่ยง : บริษัทคำนึงถึงและเคารพสิทธิของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากภายนอกองค์กร ทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภค และคู่ค้าทางธุรกิจ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท และมีการกำหนดมาตรการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

กิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยง

  • การจัดจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค
  • การดำเนินธุรกิจที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและมาตรฐานการครองชีพของชุมชน

มาตรการบรรเทาความเสี่ยง

  • โครงการ Healthy Fresh Food เป็นการพัฒนาสินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพ
  • กลไกรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคหรือจากชุมชน
  • การสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคและชุมชน
  • แผนการจัดการด้านคมนาคม ขนส่งเพื่อลดการก่อให้เกิดการจราจรที่ติดขัดในชุมชน
  • กระบวนการตรวจสอบการก่อสร้าง

สิทธิมนุษยชนภายนอกองค์กร

บริษัท คำนึงถึงและเคารพสิทธิของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายนอกองค์กรที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภค และคู่ค้าทางธุรกิจ โดยในปี 2560 บริษัทประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมร้อยละ 100 ของคู่ค้าหลักที่สำคัญลำดับที่ 1 โดยผลของการประเมินพบว่า ร้อยละ 23.07 ของคู่ค้าหลักที่สำคัญลำดับที่ 1 มีประเด็นทางด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ซึ่งมีความเสี่ยงที่เหลืออยู่ (Residual Risk) ในระดับสูง และมีการกำหนดมาตรการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อลดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การละเมิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ร้อยละ 100 มีแผนการบรรเทาผลกระทบและมีการแก้ไขดังนี้

Remediation actions taken

ซีพี ออลล์ มีความมุ่งมั่นที่จะประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนภายในระยะเวลาที่เหมาะสมร่วมกับการจัดเตรียมมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงเพื่อให้มีการเยียวยาที่สมเหตุสมผล ในกรณีที่มีการละเมิดบริษัทติดตามและรายงานผลการปฏิบัติงานตลอดจนทบทวนนโยบายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการด้านสิทธิมนุษยชน

โดยในปี พ.ศ. 2560 ซีพี ออลล์ ไม่มีกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้นจึงไม่มีการดำเนินการแก้ไข