การดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน

  >  การดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2562


ความเสี่ยงและโอกาส


ความคาดหวังจากประชาคมโลกเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบตามกรอบสิทธิมนุษยชนสากลนับเป็นประเด็นที่ทวีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การดำเนินธุรกิจของบริษัทมีแนวโน้มขยายตัวไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งมีความหลากหลายทั้งแนวปฏิบัติทางกฎหมาย และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงก่อให้เกิดความท้าทายในการดำเนินงาน อีกทั้งบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงทำให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนรูปแบบใหม่ๆ เช่น การละเมิดความเป็นส่วนตัวของข้อมูลบุคคล การปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกและการสื่อสาร เป็นต้น ความท้าทายดังกล่าวอาจมองให้เป็นโอกาสของบริษัทในการเตรียมพร้อมรับกับแรงผลักดันอื่นๆ จากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังภายในกรอบการทำงานและความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนจากการเป็นประเทศสมาชิกสหประชาชาติ

แนวทางการดำเนินงาน


บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) มีความมุ่งมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชน และรักษามาตรฐานการปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัท เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพนักงาน คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้รับเหมา ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่นจากการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยนอกจากการบังคับใช้นโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทอย่างเป็นทางการ บริษัทได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในกฎหมายไทย และกฎหมายต่างประเทศที่บริษัทดำเนินกิจการ รวมถึงหลักการชี้แนะว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights หรือ UNGP) อีกทั้งยังมีกระบวนการติดตามตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) เป็นกรอบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนตามที่ระบุไว้ในหลักการชี้แนะว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งประกอบด้วย 8 ขั้นตอนต่อไปนี้

โครงการที่สำคัญ ปี 2562


โครงการ การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

วัตถุประสงค์ เพื่อให้บริษัทตระหนักถึงกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความเสี่ยง และประเด็นความเสี่ยงตลอดทั้ง ห่วงโซ่คุณค่า

บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งหมด 8 หน่วยธุรกิจหลัก เทียบเท่ากับร้อยละ 100  ของพื้นที่ดำเนินการ และร้อยละ 100 ของกิจกรรมทางธุรกิจของหน่วยธุรกิจหลักทั้งหมดของบริษัท รวมถึงห่วงโซ่คุณค่า  โดยแบ่งออกเป็น 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การจัดซื้อ การผลิต และการจำหน่าย การตลาดและการขาย และลูกค้าและบริการ นอกจากนี้  บริษัทยังมีการดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในกลุ่มคู่ค้าลำดับที่ 1 ครอบคลุมทั้งร้อยละ 100 หรือ 6,811 ราย

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

1.ความครอบคลุมของการประเมินความเสี่ยง และการจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบ

2.ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญและมาตรการในการควบคุมความเสี่ยง

โครงการ การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

วัตถุประสงค์  เพื่อศึกษาถึงระดับผลกระทบของประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เหลืออยู่ผ่านการเก็บข้อมูลจากการสำรวจ และสัมภาษณ์ความคิดเห็นกับผู้ถือครองสิทธิ์ (Rights holders)

ในปี 2562 บริษัทได้จัดทำการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน โดยในปีแรกของการประเมินฯ บริษัทกำหนดกลุ่มผู้ถือครองสิทธิ์สำหรับการเก็บข้อมูล 2 กลุ่ม คือ กลุ่มพนักงานและกลุ่มลูกค้าของร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เนื่องจากเป็นกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินกิจกรรมหลักทางธุรกิจของบริษัท โดยมีการเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างทั้งสองมากกว่า 2,900 คน ภายในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ สามารถอ่านรายละเอียดผลการประเมินฯ เพิ่มเติมได้ที่ —รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ปี 2562

การดำเนินการเยียวยาด้านสิทธิมนุษยชน


บริษัทมีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการติดตามและทบทวน ผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทุกหน่วยธุรกิจหลัก ทุก ๆ ไตรมาส รวมถึงการสร้างความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชนแก่พนักงาน ผ่านการจัดการอบรมด้านความยั่งยืน ซึ่งมีการผนวกประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน และสิทธิแรงงาน ไว้ในการอบรมดังกล่าว จากการบริหารจัดการ ด้านสิทธิมนุษยชนในรอบปีที่ผ่านมา ยังไม่พบกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท บริษัทจึงยังไม่ได้มีการเยียวยาแก่ผู้ถูกละเมิด อย่างไรก็ตาม บริษัทตระหนักถึงโอกาส และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จึงมีการจัดเตรียมมาตรการเยียวยาแก่ผู้เสียหาย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ —> รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปี 2562

นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง