ร่าง TH – ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน

ยกระดับอาชีวอนามัย สร้างความปลอดภัยน่าทำงาน


บริษัทตระหนักถึงสิทธิด้านความมั่นคงปลอดภัยของ โดยมุ่งเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ ภายในปี 2573 รวมถึงมอบความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่พนักงาน บริษัทจึงดำเนินการจัดสภาพแวดล้อม และพื้นที่การทำงานให้ปลอดภัยตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดคณะกรรมการตรวจประเมินประสิทธิผลการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย แนวทางการดำเนินงาน และแผนการพัฒนาระบบอาชีวอนามัยและความปลอดภัย พร้อมทั้งดำเนินตลอดจนยกระดับการจัดการให้เทียบเคียงระดับสากล เพื่อดูแลพนักงานให้มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกองค์กร

นโยบายและเป้าหมายความปลอดภัย กลุ่มธุรกิจการตลาดและการจัดจำหน่าย

บริษัทกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายการบริหารด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีความมุ่งมั่นสู่การดำเนินธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และโรคจากการทำงาน อ่านรายละเอียดนโยบายและเป้าหมายเพิ่มเติมได้ที่ ==>ดาวน์โหลด

ปัจจัย ตัวชี้วัด หน่วยวัด เป้าหมาย ปี พ.ศ. 2565-2573
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย จำนวนและอัตราผู้เสียชีวิตอันเนื่องมาจากการทำงานของพนักงานและผู้รับเหมา (หน่วย : ราย / 1 ล้านชั่วโมงทำงาน) 0 ราย
จำนวนและอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานจากการทำงานของพนักงานและผู้รับเหมา (Lost Time Injury Rate: LTIFR) (หน่วย : ราย / 1 ล้านชั่วโมงทำงาน) มีแนวโน้มลดลง 40% และเป็น 0 ในปี 2573

รวมทั้งสนับสนุนทรัพยากรในการจัดการ สร้างบรรยากาศ จัดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย จัดสรรเครื่องมือ และอุปกรณ์ป้องกันภัยที่เพียงพอและเหมาะสมให้กับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อลด ควบคุมและป้องกันอุบัติเหตุใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายด้านความปลอดภัยที่วางไว้ ผ่านการดำเนินการ ดังนี้

การประเมินความเสี่ยง โดยการระบุสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในสถานที่ทำงาน

ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยง

  • งานที่ทำเป็นประจำ (Routine)
  • งานที่ทำเป็นครั้งคราว (Non-Routine)
  • กิจกรรมหรืองานจากพื้นที่ภายนอกที่มีความเสี่ยง (Out side Workplace)
  • กิจกรรมหรืองานที่เกี่ยวกับผู้รับเหมา/หน่วยงานอื่น (Contractor)
  • สภาพแวดล้อม (Environmental)
  • เครื่องจักร/เครื่องมือ/อุปกรณ์ (Equipment)
  • วัสดุ/วัตถุดิบ (Materials)
  • การกระทำหรือพฤติกรรม (Human Behavior)
  • สภาพการทำงาน (Condition)
  • คน (เกิดจากตัวพนักงานเอง)
  • ปัจจัยทางสังคม
ความรุนแรง/โอกาสเกิด L (น้อย) M (ปานกลาง) H (สูง)
L (น้อย) ความเสี่ยงเล็กน้อย (1) ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ความเสี่ยงปานกลาง (3)
M (ปานกลาง) ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (2) ความเสี่ยงปานกลาง (3) ความเสี่ยงสูง (4)
H (สูง) ความเสี่ยงปานกลาง (3) ความเสี่ยงสูง (4) ความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ (5)
ระดับความเสี่ยง การดำเนินการ
ยอมรับไม่ได้ (5) หยุดการทำงานในกิจกรรมงานทันที แล้วแก้ไขให้ระดับความเสี่ยงลดลงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยต้องมีการตรวจสอบการแก้ไขดังกล่าวก่อนอนุญาตให้ปฏิบัติงาน พร้อมจัดทำเป็นมาตรการควบคุม ทั้งนี้ต้องมีหลักฐานพร้อมให้ตรวจสอบตลอดระยะเวลาดำเนินการ
สูง (4) ลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยทบทวนมาตรการควบคุมที่มีอยู่/ยกเลิก/จัดทำมาตรการใหม่/จัดทำวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และโครงการ ทั้งนี้ต้องมีหลักฐานพร้อมให้ตรวจสอบตลอดระยะเวลาดำเนินการ
ปานกลาง และยอมรับได้ (2,3) ทบทวนความเหมาะสมของมาตรการควบคุมที่มีอยู่ เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้อย่างต่อเนื่องและตรวจสอบการปฏิบัติการโดยหัวหน้างานอย่างเข้มงวด
เล็กน้อย (1) ตรวจสอบการทำงานเป็นประจำโดยหัวหน้างาน,จป.,คปอ.

คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) มอบหมายให้ผู้บริหารระดับแผนกหรือเทียบเท่าของแต่ละพื้นที่ประเมินความเสี่ยงระบุกิจกรรม/พื้นที่/ลักษณะงาน อาทิ การขับขี่ยานยนต์/มอเตอร์ไซต์ สารเคมี แสง เสียง โดยพิจารณาจากงานที่ทำ งานจากพื้นที่ภายนอกที่มีความเสี่ยง รวมถึงงานที่เกี่ยวกับผู้รับเหมา รวมถึงทบทวนความเสี่ยงกรณีเกิดการเปลี่ยนแปลงการควบคุม วัตถุดิบ / กิจกรรม / กระบวนการ / ผลิตภัณฑ์ใหม่ /ผังของกระบวนการทำงาน รวมถึงกรณีมีกฎหมายใหม่ / พบข้อร้องเรียน / การเกิดอุบัติเหตุ และการพิจารณาลดระดับความเสี่ยง ปีละครั้ง โดยการประเมินความเสี่ยงครอบคลุมทั้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำปกติ และสถานการณ์ไม่ปกติของการทำงานที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ควบคู่ไปกับการประเมินความเสี่ยงของพฤติกรรมที่มีผลต่อกิจกรรมการทำงาน พร้อมทั้ง ชี้บ่งอันตรายและประเมินหานัยสำคัญของลักษณะปัญหาความปลอดภัย ภายใต้กรอบการพิจารณาทั้ง 7 หมวด ประกอบด้วย 1) สภาพแวดล้อม (Environmental) 2) เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ (Equipment) 3) วัสดุ / วัตถุดิบ (materials) 4) การกระทำหรือพฤติกรรม (Human behavior) 5) สภาพการทำงาน (Condition) 6) ตัวพนักงาน 7) ปัจจัยทางสังคม จากนั้นร่วมกันประเมินความเสี่ยงโดยใช้หลักเกณฑ์การพิจารณา 1) พิจารณาถึงโอกาสที่จะเกิดความสูญเสียของอันตราย 2) พิจารณาถึงความรุนแรงจากความสูญเสียของอันตราย จากนั้นจัดทำทะเบียนความเสี่ยงเพื่อนำไปพิจารณาจัดลำดับความสำคัญ และพิจารณามาตรการควบคุมความเสี่ยง

การจัดลำดับความสำคัญและบูรณาการแผนปฏิบัติการกับเป้าหมายเชิงปริมาณเพื่อจัดการความเสี่ยง

ผู้รับผิดชอบของแต่ละพื้นที่พิจารณาจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการการจัดการ ความเสี่ยง และเสนอขอการอนุมัติจากคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ระดับความเสี่ยง การดำเนินการ
ยอมรับไม่ได้ (5) หยุดการทำงานในกิจกรรมงานทันที แล้วแก้ไขให้ระดับความเสี่ยงลดลงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยต้องมีการตรวจสอบการแก้ไขดังกล่าวก่อนอนุญาตให้ปฏิบัติงาน พร้อมจัดทำเป็นมาตรการควบคุม ทั้งนี้ต้องมีหลักฐานพร้อมให้ตรวจสอบตลอดระยะเวลาดำเนินการ
สูง (4) ลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยทบทวนมาตรการควบคุมที่มีอยู่/ยกเลิก/จัดทำมาตรการใหม่/จัดทำวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และโครงการ ทั้งนี้ต้องมีหลักฐานพร้อมให้ตรวจสอบตลอดระยะเวลาดำเนินการ
ปานกลาง และยอมรับได้ (2,3) ทบทวนความเหมาะสมของมาตรการควบคุมที่มีอยู่ เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้อย่างต่อเนื่องและตรวจสอบการปฏิบัติการโดยหัวหน้างานอย่างเข้มงวด
เล็กน้อย (1) ตรวจสอบการทำงานเป็นประจำโดยหัวหน้างาน,จป.,คปอ.

และมอบหมายไปยังผู้เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำโครงการ แผนปฏิบัติการ พร้อมกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายเชิงปริมาณและผู้รับผิดชอบ เสนอคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานพิจารณาอนุมัติโครงการและแผนงาน อ่านรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ ==> ดาวน์โหลด

ตัวอย่างโครงการวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

ลำดับ ที่มาของโครงการ ชื่อโครงการ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ตัวชี้วัด/หน่วย ผู้รับผิดชอบ ผลการดำเนินงาน
1 – นโยบายด้านความปลอดภัย
– สถิติอุบัติเหตุในงาน
1. หน่วยงานดีเด่นด้านความปลอดภัย – ลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุ – อุบัติเหตุในแต่ละหน่วยงานลดลง
– เข้าร่วมกิจกรรมทุกหน่วยงานครบ 12ครั้งปี
1. อนุกรรมการด้านไต่สวน
2. จป.วิชาชีพ
มีการร่วมกิจกรรม 6 ครั้ง 6 เดือน
2 – นโยบายด้านความปลอดภัยฯ
– สถิติอุบัติเหตุในงาน
2. วารสาร SHE DC ขอนแก่น ปี 2564 – ลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุ – จัดทำวารสารเดือนละ 1 เล่ม
– พนักงานมีส่วนร่วมตอบคำถามท้ายวารสารทุกเดือน
1. อนุกรรมการด้านไต่สวน
2. จป. วิชาชีพ
มีการร่วมกิจกรรม 6 ครั้ง 6 เดือน
3 – นโยบายด้านอาชีวอนามัยฯและป้องกันโรคจากการทำงาน 3. เฝ้าระวังป้องกันโรคติดต่อร้ายแรงโควิด-19ซ 2564 – ป้องกันการเกิดและการระยาดของโรคติดต่อโควิด-19 ภายในศูนย์กระจายสินค้า – ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในศูนย์กระจายสินค้า RDC ขอนแก่น 1. อนุกรรมการด้านอาชีวอนามัย
2. จป. วิชาชีพ
ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ
4 – นโยบายด้านความปลอดภัย 4. Safety Start at School :(รร.ราชประชานุเคราะห์ 50) – เพื่อเป็นการขยายเครือข่ายความปลอดภัยสู่ชุมชนและสังคม ครอบคลุมบริบทองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย – จัดกิจกรรมเซฟตี้ เริ่มที่โรงเรียนของหนู อย่างน้อย 1 โรงเรียน/ปี 1. อนุกรรมการด้านกิจกรรมและฝึกอบรม
2. จป. วิชาชีพ
รร.ราชประชานุเคราะห์ 50 สำเร็จตามเป้าหมาย
5 – นโยบายด้านความปลอดภัย 5. รณรงค์สร้างวินัย ขับขี่ปลอดภัยในวันสงกรานต์ 2564:DC ขอนแก่น – เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกความปลอดภัยของพนักงานในการขับขี่ยานยนต์ทุกประเภท ทั้งในและนอกพื้นที่ DC ขอนแก่น – พนักงานมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม ระดับดีมาก ขึ้นไปมากกว่า 70% 1. คณะอนุกรรมการด้านจราจรและยานยนต์
2. จป. วิชาชีพ
พนักงานมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม 82.5% สำเร็จตามเป้าหมาย

ตัวอย่างแผนงานอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

แผนงานและกิจกรรม เป้าหมาย งบประมาณ ผู้รับผิดชอบ P/A ไตรมาสที่ 1 ไตรมาสที่ 2 ไตรมาสที่ 3 ไตรมาสที่ 4
ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
1. รายงานการสอบสวนอุบัติเหตุในงาน-นอกงาน ทุกเดือน จป P X X X X X X X X X X X X
        A                        
2. วิเคราะห์อุบัติเหตุ กรณีเกิดอุบัติเหตุในงานและนอกงาน ทุกเดือน จป/หัวหน้างาน P X X X X X X X X X X X X
        A                        
3. จัดทำสถติอุบัติเหตุ และแสดงแนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุรายงานข้อมุลสถิติต่อหัวหน้างาน ลูกจ้าง และผู้บริหาร ทุกเดือน จป P X X X X X X X X X X X X
        A                        
4. ทบทวนการประเมินความเสี่ยงครอบคลุมลักษณะงานที่มีความเสี่ยง 1 ครั้ง/ปี จป/หัวหน้างาน P X X X X X X X X X X X X
        A                        
5. โครงการอุบัติการณ์/Near Miss/BBST ทุกเดือน จป/หัวหน้างาน P X X X X X X X X X X X X
        A                        

นอกจากนี้ บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานรายงานอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงผ่านช่องทางต่างๆ พร้อมทั้ง กำหนดขั้นตอนการสืบสวนอุบัติเหตุ และแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสม จากการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมาในปี 2564 พบว่ามีกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงทั้งหมด 4 กิจกรรม ดังนี้

กิจกรรมความเสี่ยงสูง ขั้นตอนการสอบสวน แนวทางแก้ไข

การทำงานเครื่องจักรในการทำงาน (รถ RT & PT)
  • การรายงานอุบัติเหตุ
  • การสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติเหตุ
  • การจัดทำมาตรการป้องกัน
  • การจัดสร้างอุปกรณ์ควบคุม
  • การฝึกอบรมสร้างความตระหนัก

การทำงานในที่อับอากาศ
  • การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis)
  • การขออนุญาตการทำงานในที่อับอากาศ
  • การตรวจวัดอากาศและก๊าซพิษ
  • การใช้อุปกรณ์ในการทำงานที่อับอากาศ
  • การตรวจและซักซ้อมความเข้าใจจากการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย
  • การรายงานผลค่าวัดออกซิเจนและก๊าซพิษ

การทำงานบนที่สูง
  • การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis)
  • การขออนุญาิการทำงานบนที่สูง
  • การใช้อุปกรณ์ในการทำงานที่สูง
  • การตรวจและซักซ้อมความเข้าใจจากการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย
  • การใช้อุปกรณ์ป้องกันตกจากที่สูง

การทำงานที่มีความร้อนและประกายไฟ
  • การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis)
  • การขออนุญาตการทำงานที่มีความร้อนและประกายไฟ
  • การเคลียร์พื้นที่ไม่มีเชื้อเพลิงในรัศมี
  • การใช้และการเตรียมถังดับเพลิง
  • การตรวจและซักซ้อมความเข้าใจจากการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย
  • การใช้อุปกรณ์ป้องกันสะเก็ดไฟกระเด็นและการเตรียมถังดับเพลิงพร้อมใช้งาน

ในปี 2564 บริษัทดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พนักงานในองค์กร ผ่าน 3 โปรแกรมหลัก ดังนี้

1) โปรแกรมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและครอบครัวพนักงาน

07.30-17.00 น.

08.00-17.30 น.

08.30-18.00 น.

09.00-18.30 น.

09.30-19.00 น.

นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบาย และแนวทางให้พนักงานสามารถเลือกทำงาน ณ สถานที่ใดก็ได้ (Work Anywhere) รวมไปถึงให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ (Work from Home) จำนวนสูงสุด 3 วันต่อสัปดาห์ โดยต้องปฏิบัติตามหลัก D M H T T อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 พร้อมกันนี้ บริษัทสนับสนุนระบบการทำงานต่างๆ เพื่อรองรับการทำงานแบบ Work Anywhere ให้พนักงานสามารถติดต่อสื่อสารและเข้าระบบในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบประชุม Online (Webex, BlueJeans, Microsoft Team, Zoom) ระบบการสื่อสารผ่าน CP ALL Connect และ True Virual Connect รวมถึงสนับสนุนให้พนักงานใช้ Notebook ที่มีโปรแกรมของบริษัทแทน Desktop Computer เป็นต้น


  • สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับรองรับบุตรหลานของพนักงานที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายเนื่องจากวุฒิภาวะของเด็ก และเยาวชนในพื้นที่การปฏิบัติงานของบริษัท
  • จัดกิจกรรมสำหรับบุตรหลานของพนักงานและผู้บริหารเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง สร้างประสบการณ์การเรียนรู้และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อาทิ กิจกรรม “SPIM Active Learning Science” เรียนรู้วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว ผ่าน 2 กิจกรรมการทดลองออนไลน์กับคุณครูชีววิทยาระดับประเทศพร้อมอุปกรณ์การทดลองส่งตรงถึงบ้านแบบไม่มีค่าใช้จ่าย กิจกรรมการอบรมหลักสูตร “หุ่นยนต์และโค้ดดิ้ง” กิจกรรม “บ้าน ซีพีแรม นี้มีรัก” ให้พนักงานและครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เสริมสร้างสัมพันธ์ที่ดีและเหนียวแน่นในครอบครัว
  • จัดตั้งชมรมหนังสือเล่มแรกสำหรับเด็กเล็ก โดยแบ่งโครงการต่างๆ ตามช่วงวัยของเด็ก ดังนี้
    – โครงการหนังสือเล่มแรก (Bookstart) : กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ตั้งครรภ์ -3 ปี ส่งเสริมให้พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวัน อย่างน้อยวันละ 10-15 นาที เพื่อปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน และเสริมสร้างสายสัมพันธ์ครอบครัว
    – โครงการพ่ออ่านบ้านอุ่น : กลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ตั้งครรภ์ -3 ปี ส่งเสริมให้พ่อมีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกด้วยตนเองมากขึ้น ผ่านการอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างน้อยวันละ 10-15 นาที
    – โครงการสมรรถนะเด็กปฐมวัยในการพัฒนาตามวัย : กลุ่มเป้าหมาย 3 ปี – 6 ปี ส่งเสริม และให้แนวทางสำหรับพ่อแม่ ในการสนับสนุนให้เด็กทำกิจกรรม และกิจวัตรจนเป็นนิสัยกระทั่งเกิดสมรรถนะตามวัย
    – โครงการเสริมทักษะชีวิต : กลุ่มเป้ามหมาย ไม่จำกัดอายุ ส่งเสริมและให้แนวทางสำหรับพ่อแม่ในการเลี้ยงลูกให้เหมาะสมกับวัย พร้อมค้นหาบุคลิกภาพเฉพาะตัวของลูกตามแนวทาง “เลี้ยงลูกให้ถูกทาง”

  • จัดอบรมให้ความรู้เรื่องนมแม่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
  • กิจกรรมโภชนาการที่ดีสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
  • กิจกรรมเยี่ยมคุณแม่หลังคลอด เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ และความสัมพันธ์อันดี
  • จัดสถานที่ให้คุณแม่สำหรับให้นมบุตรภายในพื้นที่ปฏิบัติงานศูนย์กระจายสินค้า ซีพี ออลล์

  • บริษัท ซีพีแรม จำกัด ดำเนินกิจกรรม “รักษ์สุขภาพ” ต่อเนื่องกว่า 2 ปี ให้แก่พนักงาน พร้อมจัดให้มีการวัดผลสมรรถภาพร่างกายทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ ค่าระดับน้ำตาลในเลือด การเผาผลาญโดยการออกกำลังกาย การลดลงของน้ำหนัก สัดส่วนไขมันในร่างกาย และระยะการเดินและวิ่ง
  • บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ Fit From Home เชิญชวนพนักงานออกกำลังกายและวัดผลจากการเผาผลาญแคลอรี่ส่งมาร่วมรับของรางวัล กิจกรรมออกกำลังกายตามกรุ๊ปเลือด โดยการส่งภาพถ่ายขณะออกกำลังกายพร้อมระบุเหตุผลที่เลือกการออกกำลังกายนั้นๆ
  • จัดตั้งกลุ่มคนสุขภาพดี ร่วมสร้างสังคมสุขภาพดีให้สมาชิกได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ร่วมกิจกรรมสุขภาพและเข้าถึงข้อมูลสุขภาพต่างๆ

2) โปรแกรมลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

  • ปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในการใช้ยานยนต์ สำหรับร้าน 7-Eleven โดยเพิ่มแนวปฏิบัติ 7 ข้อควรปฏิบัติ และ 11 ข้อห้ามปฏิบัติของพนักงาน การตรวจสอบความพร้อมของยานยนต์และห้ามไม่ให้ขับขี่ยานยนต์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและข้อร้องเรียน บทบาทผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงบทลงโทษ
  • สร้างวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัย มุ่งเน้นการอบรม ให้ความรู้เรื่อง “ขับขี่ปลอดภัย” การสื่อสารเชิงรุกด้วยสื่อรณรงค์ที่เข้าใจง่าย และเข้าถึงพนักงานร้าน 7-Eleven ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศได้มากขึ้น อาทิ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Books) คลิปวีดีโอ โปสเตอร์ 7 ต้อง 11 ห้าม รวมถึงมีการวัดผลการรับรองข่าวสารของพนักงานร้าน 7-Eleven เป็นรายสัปดาห์
  • สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุ สำหรับไรเดอร์ (Rider) อาทิ เสื้อพนักงานติดแถบสะท้อนแสง ชุดจับมือถือจักรยานยนต์
  • เพิ่มความเข้มข้นมาตรการการกำกับดูแล และตรวจสอบการปฏิบัติงานของไรเดอร์ (Rider) ดังนี้
  • ทดลองใช้รถมอเตอร์ไซไฟฟ้า จำกัดความเร็วไม่เกิน 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อควบคุมความเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอีกทั้งยังช่วยลดมลพิษให้กับชุมชน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองใช้ในร้าน 7-Eleven จำนวน 27 สาขา

3) โปรแกรมลดความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ และการจัดการความเครียด



การบูรณาการการดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน

บริษัท มีการจัดทำและคงไว้ซึ่งแผนป้องกันและตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุม ป้องกัน และลดผลกระทบด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย ครอบคลุมถึงการระงับเหตุฉุกเฉินในความเสี่ยงแต่ละประเภทที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินนั้น และสื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมแผนการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินให้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ผู้รับเหมา ชุมชนใกล้เคียงตามความเหมาะสม โดยมีการทบทวนและซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ตัวอย่างการดำเนินการ

ตัวอย่างตารางฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินประจำปี

แผนฉุกเฉิน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รวม ร้อยละ
1. ป้องกันและระงับอัคคีภัย         5 3 2 6 3 3 5   24 100
2. สารเคมี กากของเสีย หรือน้ำมันรั่วไหล 1 1     5 10 1 1 2   1   22 100
3. ก่อวินาศกรรม           1 2 1 2 1 1 1 9 100
4. น้ำท่วม             1 8 5 2   1 17 100
5. ไฟฟ้าดับ       1 3 5 2 1 1 5 1   19 100
6. เครื่องทำความเย็นขัดข้อง       1   1 2 2 3 2     11 100
7. บ่อบำบัดไม่ทำงาน       1     1   1     1 4 100
8. โรคระบาด Covid-19 1 1 1 1 1   2           7 100
9. แก๊ซ LPG รั่วไหล         1 2 3 3 2       11 100
10. แผนฉุกเฉินเกิดอันตรายจากงานเชื่อม     1   1         1 1 1 5 100
11. แผนฉุกเฉินเกิดอันตรายจากงานเชื่อม           1             1 100
12. แผนฉุกเฉินอันตรายจากไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าช็อต               1         1 100
13. แผนฉุกเฉินกรณีติดอยู่ในห้อง SERVER/ติดในห้องบัตร (ขาดอากาศหายใจ)             1           1 100
14. แผนสปริงเกอร์แตก         1 1 1           5 100
รวม 1 2 4 4 17 24 18 23 19 14 9 4 140 100

โปรแกรมการประเมินความก้าวหน้าในการลด/ป้องกันปัญหาสุขภาพ/ความเสี่ยงต่อเป้าหมาย

คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประเมินและติดตามความคืบหน้าของโครงการและแผนงานทุกเดือน ทั้งในเชิงคุณภาพ (Qualitative) เชิงปริมาณ (Quantitative) เชิงรุก (Proactive) อาทิ การตรวจสภาพแวดล้อมในการทำงาน การตรวจความปลอดภัยตามแผนการตรวจสอบเครื่องจักร อุปกรณ์ การบำรุงรักษาเครื่องจักร อุปกรณ์ การตรวจสุขภาพ พร้อมทั้งมีการทบทวนวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการปีละครั้ง

ตัวอย่างการติดตามเชิงปริมาณเพื่อวัดความก้าวหน้าของวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ปี 2564

เป้าหมาย ตัวชี้วัด/หน่วย การประเมินผล ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
1. อุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน                          
1.1อุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน (Injury Rate:IR) ลดลง การประเมินผลรายเดือนโดยตรวจข้อมูลสถิติอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยประจำเดือนจากการทำงาน X X X X X X X X X
หน่วยวัด:(รายx200,000)/ชั่วโมงการทำงาน
1.2อัตราการสูญเสียวันทำงาน (Lost Day Rate:LDR) ลดลง ประเมินผลรายเดือนโดยตตรวจข้อมูลสถิติอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยประจำเดือนจากการทำงาน
หน่วยวัด:(วันx200,000)/ชั่วโมงการทำงาน
1.3อัตราการเกิดโรคจากการทำงาน (Occupational Diseases Rate:ODR) ลดลง ประเมินผลรายเดือนโดยตรวจข้อมูลสถิติการเจ็บป่วยประจำเดือนจากการทำงาน
หน่วยวัด:(วันx200,000)/ชั่วโมงการทำงาน
1.4ไม่มีอุบัติเหตุในงานถึงขั้นหยุดงานเกิน 3 วัน ประเมินผลรายเดือนโดยตรวจข้อมูลสถิติอุบัติเหตุจากการทำงาน
หน่วยวัด: จำนวนกรณี
1.5 ชั่วโมงการทำงานสะสมต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1,000,000 ชั่วโมง ประเมินผลรายเดือนโดยตรวจข้อมูลสถิติอุบัติเหตุจากการทำงาน
หน่วยวัด: จำนวนกรณี
1.6จำนวนกรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต (Work-releated fatalities:WF) เป็น 0 ประเมินผลรายเดือนโดยตรวจข้อมุลสถิติอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยประจำเดือนจากการทำงาน
หน่วยวัด: จำนวนกรณี

ตัวอย่างการติดตามเชิงรุกความปลอดภัยของสายปฏิบัติการร้าน 7-Eleven โดยหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานร้าน (Quality Store Standard Inspector) เดือนละครั้ง

ตัวอย่างการติดตามเชิงรุกตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง

โปรแกรมการตรวจประเมินภายใน

บริษัทกำหนดให้มีกระบวนการตรวจประเมินภายในอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัยขององค์กรได้มีการนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิผล โดยร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดทำโครงการตรวจประเมินประสิทธิผลการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SHE) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยคณะกรรมการกลางปีละ 1 ครั้ง ภายใต้เกณฑ์การตรวจประเมินประสิทธิผลด้าน SHE  ดังนี้

การตรวจสอบอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมการทำงานจากภายนอกโดยหน่วยงานอิสระ

บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานซึ่งถือเป็นทรัพยากร อันมีค่าของบริษัทครอบคลุมไปยังผู้รับเหมาที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษํท ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล บริษัทยกระดับแนวทางการจัดการระบบอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety : OHS) อย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่การรับรอง ISO 45001 : 2018 ในพื้นที่เป้าหมายศูนย์กระจายสินค้าของ ซีพี ออลล์ โดยดำเนินการจัดอบรมให้ความรู้ ประเมินช่องว่าง (Gap) ของระบบปัจจุบันเทียบกับ ISO 45001 : 2018 จัดทำแผนยกระดับ พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมยื่นขอรับการรับรอง ตรวจประเมินโดย Third Party เพื่อเตรียมพร้อมก่อนรับการตรวจจริง รวมถึงตรวจประเมินประจำปี (Surveillance Audit) เพื่อรักษาระบบ โดยในปี 2564 บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001 : 2018 เพิ่ม 3 พื้นที่ คือศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค (RDC) ศูนย์กระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (CDC) ศูนย์กระจายสินค้าอาหารแช่แข็ง (FDC) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่งผลให้พื้นที่เป้าหมายของบริษัท (ระยะที่ 1) ได้รับการรับรองมาตรฐานการ ISO 45001 : 2018 ครอบคลุมร้อยละ 100 และมีแผนขยายการดำเนินการไปยังพื้นที่เป้าหมาย (ระยะที่ 2) พร้อมทั้งยื่นขอการรับรองเพิ่มอีก 4 พื้นที่ ในปี 2565

  • อบรมให้ความรู้
  • นำมาตรฐาน ISO 45001 : 2018 ประยุกต์ใช้ในทุกพื้นที่
  • วิเคราะห์ช่องว่าง (Gap) ระบบปัจจุบันเทียบ ISO 45001 : 2018
  • จัดทำแผนยกระดับรายพื้นที่
  • คัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย (ระยะที่ 1)
  • ขอการรับรอง 7 พื้นที่
  • Pre-Audit โดยหน่วยงานภายนอก

  • ขอการรับรองเพิ่ม 3 พื้นที่
  • Pr-Audit โดยหน่วยงานภายนอก
  • ตรวจประจำปี (Surveillance Audit) Maintain Certification ISO 45001 : 2018 7 พื้นที่
  • ตรวจติดตามโดยผู้ตรวจประเมินภายใน (Internal Audit)
  • คัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย (ระยะที่ 2)
  • ขอการรับรองเพิ่ม 4 พื้นที่
  • Pre-Audit โดยหน่วยงานภายนอก
  • ตรวจประจำปี (Surveillance Audit) Maintain Certification ISO 45001 : 2018 10 พื้นที่
  • ตรวจติดตามโดยผู้ตรวจประเมินภายใน (Internal Audit)
  • ต่ออายุใบรับรอง 7 พื้นที่

แผนการตรนวจ SCA สายงานกระจายสินค้า ปี 2564