Privacy Notice

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ให้ความสำคัญต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความไว้วางใจ บริษัทจะดูแลจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทใคร่ขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกิจกรรมตามที่ปรากฏอยู่ในหัวข้อดังต่อไปนี้


             1. การบันทึกและจัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่ร้านสาขา

             2. การบันทึกและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่ร้านสาขา

             3. การเข้าใช้บริการศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center)


กรุณาคลิกแต่ละหัวข้อ เพื่อเข้าอ่านรายละเอียดของการแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ของแต่ละกิจกรรม

1. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล

●  วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทบันทึกและจัดเก็บข้อมูลภาพกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่บริษัทติดตั้งไว้ภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นตลอดจนบริเวณโดยรอบร้าน ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุอันตรายอันอาจเกิดขึ้นต่อผู้เข้าใช้บริการและสถานที่ และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อบริษัท

●  ฐานในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้

            ❒       ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ผู้ใช้บริการ และบุคคลอื่นที่เข้ามาภายในร้านและบริเวณโดยรอบร้าน รวมถึงการดูแลทรัพย์สินของบริษัทไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าออกเขตหวงห้าม รวมถึงใช้ในการสอบสวนเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในอาคารและสถานที่

            ❒       ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายตามที่หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอ หรือใช้เพื่อเป็นพยานหลักฐานกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในหรือบริเวณอาคารและสถานที่

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม

ประเภท/รายการข้อมูลส่วนบุคคลระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ข้อมูลบันทึกภาพและ/หรือเสียงจากกล้องวงจรปิด (CCTV)30 ถึง 45 วัน นับจากวันที่บันทึกข้อมูล

ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น ภาพจะถูกลบจากระบบโดยอัตโนมัติ หรือบริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก

            บริษัททำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ 1 เท่านั้น เช่น พนักงานและบริษัทที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ดำเนินการเกี่ยวกับกล้องวงจรปิด พนักงานและบริษัทรักษาความปลอดภัย เป็นต้น โดยบุคคลเหล่านั้น จะทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และอาจจำเป็นต้องเปิดเผยในกรณีที่มีการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจเป็นการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย

4. สิทธิของเจ้าของข้อมูล 

            ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน   การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทได้จัดให้มีขึ้น โดยบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ อาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด

การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ 

5. การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)

            เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บน เว็บไซต์ https://cpall.co.th/privacy-notice

6. รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Email Address: privacy@cpall.co.th

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Email Address: faq@cpall.co.th

            หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

            เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกันกับวันที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับทั้งฉบับ 

1. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล

●  วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทบันทึกและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อใช้ในการออกใบกำกับภาษี

●  ฐานในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้

            ❒       ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): เมื่อท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อใช้ในการออกใบกำกับภาษี บริษัทอาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการออกใบกำกับภาษีในครั้งต่อไปที่ท่านมาใช้บริการ หากท่านไม่ประสงค์ให้บริษัทจัดเก็บไว้ท่านสามารถใช้สิทธิขอลบได้ตามข้อ 4

            ❒       ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทจำเป็นต้องขอข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อใช้ในการออกใบกำกับภาษี โดยเป็นไปตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายหรือประกาศอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรา 86/4 ของประมวลรัษฎากร,ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 199) เป็นต้น และบริษัทจำเป็นต้องนำส่งข้อมูลดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากร หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทจะไม่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปให้แก่ท่านได้ แต่ท่านจะได้รับใบกำกับภาษีอย่างย่อจากบริษัททุกครั้งที่มีการซื้อสินค้าและบริการ

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม

ประเภท/รายการข้อมูลส่วนบุคคลระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขบัตรประจำตัวประชาชน)6 ปี นับจากปีที่มีการออกใบกำกับภาษี

ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก

            บริษัททำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคลในการจัดการเกี่ยวกับโปรแกรมในการออกใบกำกับภาษีทั้งในรูปแบบกระดาษและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่กรมสรรพากรและเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และอาจจำเป็นต้องเปิดเผยในกรณีที่มีการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจมีการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย

4. สิทธิของเจ้าของข้อมูล 

            ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน   การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทได้จัดให้มีขึ้น โดยบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ อาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด

การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ  

5. การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)

            เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บน เว็บไซต์ https://cpall.co.th/privacy-notice

6. รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Email Address: privacy@cpall.co.th

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Email Address: faq@cpall.co.th

โทรศัพท์: 0-2826-7777

            หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

            เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกันกับวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับทั้งฉบับ

1. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล

●  วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล: บริษัทบันทึกและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้บริการตามคำขอ ตอบข้อซักถาม ยืนยันตัวตนในการใช้บริการ ทำการตลาด ส่งเสริมการขาย สำรวจความต้องการและความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลการบริการ 

●  ฐานในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้ 

            ❒       ฐานสัญญา (Contract): บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการให้บริการตามคำขอ ตอบข้อซักถาม ยืนยันตัวตนในการใช้บริการ ทำการตลาด ส่งเสริมการขาย สำรวจความต้องการและความพึงพอใจวิเคราะห์ข้อมูลการบริการ โดยหากท่านไม่ตกลงยินยอมให้ข้อมูลส่วนบุคคล จะส่งผลให้การดำเนินการดังกล่าวนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้

            ❒       ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการปรับปรุงการให้บริการ สำรวจความต้องการและความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลการบริการในภาพรวม การจัดทำรายงานเพื่อประชุมในหน่วยงาน รวมถึงนำเสนอคณะผู้บริหาร

            ❒       ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทอาจส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับหน่วยงานราชการที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ ศาล เป็นต้น

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม

ประเภท/รายการข้อมูลส่วนบุคคลระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
1 ชื่อ นามสกุล
2 หมายเลขโทรศัพท์
3 ที่อยู่
4 หมายเลขบัตรประชาชน
5 หมายเลขบัตรสมาชิก
7 เลขที่ทางการเงิน
8 Email
9 ชื่อบัญชี Social  Media
10 รูปถ่าย 
11 ข้อมูลเสียง
12 ข้อมูลสุขภาพ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์
1. เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เก็บในระบบคอมพิวเตอร์  ระยะเวลาเก็บ  5 ปี
2. เอกสารกระดาษ ระยะเวลาเก็บ 5 ปี 
3. ข้อมูลเสียงสนทนา ระยะเวลาเก็บ 2  ปี

ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

3. การเปิดเผยข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอก

            บริษัททำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคลในการให้บริการตามคำขอ ตอบข้อซักถาม ยืนยันตัวตนในการใช้บริการ ทำการตลาด ส่งเสริมการขาย สำรวจความต้องการและความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลการบริการ และอาจจำเป็นต้องเปิดเผยในกรณีที่มีการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจมีการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย

4. สิทธิของเจ้าของข้อมูล 

            ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน   การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และยื่นขอใช้สิทธิกับบริษัทผู้ว่าจ้าง โดยบริษัทจะดำเนินการตามสิทธิของท่านเมื่อได้รับคำสั่งจากบริษัทผู้ว่าจ้างเท่านั้น

5. การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)

            เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บน เว็บไซต์ https://cpall.co.th/privacy-notice

6. รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือบริษัทผู้ว่าจ้างได้ในช่องทางดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Email Address: privacy@cpall.co.th

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Email Address: faq@cpall.co.th

            หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

            เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกันกับวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับทั้งฉบับ

หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือบริษัทผู้ว่าจ้างได้ในช่องทางดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Email Address: privacy@cpall.co.th