Message from Chairman and CEO

  >  Message from Chairman and CEO

โดยภาพรวมแล้วปี 2559 ภาวะเศรษฐกิจไทยและธุรกิจค้าปลีกมีการปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยบริษัทยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากความมุ่งมั่นและทุ่มที่จะนำเสนอสินค้าและบริการให้ความสะดวกแก่ลูกค้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลเพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

ตลอดปีที่ผ่านมาบริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจร้านสะดวกซื้อ “ร้าน 7-Eleven” ด้วยเล็งเห็นถึงโอกาสและศักยภาพของตลาดค้าปลีกไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ขององค์กรที่ว่า “เราให้บริการความสะดวกกับทุกชุมชน” ด้วยการเปิดสาขาใหม่ไปตามการขยายตัวของชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงทำเลที่มีศักยภาพอื่นๆ ตลอดไปจนถึงการปรับปรุงร้านขยายพื้นที่ขายเพื่อเพิ่มสินค้ารวมถึงบริการใหม่ให้มีความหลากหลายขึ้น ด้วยกลยุทธ์“ร้านอิ่มสะดวก” ทั้งนี้ เพื่อรองรับพฤติกรรมการบริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงและแตกต่างกันไปของลูกค้าร้าน7-Elevenซึ่งมีจำนวนกว่า 11.7 ล้านคนต่อวัน พร้อมกันนี้ บริษัทได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ อาทิ คลังสินค้าระบบสารสนเทศ ครัวกลาง หรือระบบการซื้อขายสินค้าผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าทุกภาคส่วนของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ มีศักยภาพเพียงพอสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมกับรองรับการพัฒนาและเติบโตของตลาดค้าปลีกไทยในอนาคต ทั้งนี้ ณ สิ้นปี2559 บริษัทมีร้าน 7-Eleven ให้บริการทั้งสิ้น 9,542 สาขาทั่วประเทศซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 710 สาขา

 

สำหรับธุรกิจค้าส่งแบบชำระเงินสดและบริการตนเอง ภายใต้การบริหารงานของบริษัท สยาม แม็คโครจำกัด (มหาชน) นั้น ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างมั่นคงด้วยการขยายสาขาอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องจากปีก่อน โดยในปี 2559 มีศูนย์จำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น 17 สาขา รวมเป็น 115 สาขาซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ในขณะที่แผนการขยายธุรกิจไปในต่างประเทศมีความ คืบหน้าและชัดเจนมากขึ้นเป็นลำดับ โดยในปี2559 ได้มีการจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศกัมพูชา รวมถึงการเข้าทำสัญญาเพื่อเข้าซื้อผลประโยชน์ในสัดส่วนร้อยละ 80 ในแต่ละบริษัท ซึ่งประกอบธุรกิจการให้บริการด้านอาหาร คือ Indoguna (Singapore) Pte Ltd (บริษัทจดทะเบียนในสิงคโปร์) IndogunaDubaiLLC (บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) LordlyCompany Limited (บริษัทจดทะเบียนในฮ่องกง) และ Just Meat Company Limited (บริษัทจดทะเบียนในฮ่องกง) อีกด้วย

 

ในด้านสถานะทางการเงินระหว่างปี 2559 บริษัทประสบความสำเร็จจากการออกหุ้นกู้เพื่อนำมาชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น และหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดอายุและทำให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของหุ้นกู้ลดลงจากปีก่อน รวมถึงบริษัทประสบความสำเร็จจากการออกหุ้นกู้ที่ไม่กำหนดวันไถ่ถอน (PerpetualDebentures) ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในการบริหารสัดส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทในอนาคต

 

ความสำเร็จข้างต้นของบริษัท เป็นผลจากการดำเนินธุรกิจที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบและการตอบแทนสังคมอย่างยั่งยืน นับตั้งแต่การส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรมมากว่า 12 ปี ผ่านวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ศูนย์การศึกษาปัญญาภิวัฒน์ รวมถึงสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยใช้ระบบการเรียนการสอนภาคทฤษฎีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติงานจริงตลอดหลักสูตร และการสนับสนุนด้านทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้บริษัทได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมด้านคุณธรรมจริยธรรมผ่านโครงการดีๆ ที่ได้ดำเนินงานมากว่า 20 ปี อาทิ โครงการส่งเสริมการเรียนหมากล้อม โครงการยกวัดมาไว้ที่เซเว่น โครงการธรรมสัญจร และโครงการส่งเสริมการรักการอ่าน เป็นต้น ในขณะที่การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทได้ร่วมลงนามประกาศปฏิญญา “รักกรุงเทพ รักสิ่งแวดล้อม” ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชนชั้นนำอีก 57 หน่วยงานซึ่งจัดโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานครอีกด้วย

 

งานด้านการสรรสร้างนวัตกรรมที่ทรงคุณค่าทั้งนวัตกรรมภายในองค์กรและนวัตกรรมภายนอกองค์กร บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 11 องค์กร ตลอดจนทีมงานนักวิจัยและศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้คู่ค้าและผู้ประกอบการ SMEs ไทยมีโอกาสและมีช่องทางนำเสนอสินค้าที่แปลกใหม่และมีคุณภาพ ผ่านการประกวดรางวัล 7 Innovation Awards ในงาน “ThailandSynergyเพื่อSMEs ไทย” โดยเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมูลค่าเพิ่มที่เป็นประโยชน์ต่อยอดให้กับเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติต่อไป

 

บริษัทมีความมุ่งมั่นในการดำเนินการเพื่อยกระดับและปรับปรุงระบบบรรษัทภิบาลให้มีมาตรฐานในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ รวมถึงมีการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระเพื่อประเมินกระบวนการด้านบรรษัทภิบาลของบริษัทที่มีอยู่เปรียบเทียบกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ และแนวปฏิบัติสากล พร้อมจัดทำโครงการเพื่อยกระดับบรรษัทภิบาลของบริษัทให้เป็นมาตรฐานสากลต่อไป

 

นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC) โดยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2559 บริษัทได้ยื่นแบบประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น เพื่อขอรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติ (CAC) ต่อสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ CAC พร้อมกันนี้บริษัทได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของกฎบัตรสากลโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact – UNGC) ซึ่งเป็นการรวมตัวของบริษัทชั้นนำของโลกเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวทางสหประชาชาติ นอกจากนั้นยังได้ร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งของเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กประเทศไทยอีกด้วย

 

ความสำเร็จจากการดำเนินงานในปี 2559 นั้น สามารถสะท้อนได้จากรางวัลอันทรงเกียรติที่บริษัทและผู้บริหารของบริษัทได้รับจากสถาบันภายนอกหลายรางวัล อาทิ การได้รับรางวัล “สุดยอดแบรนด์ที่ถูกเลือกซื้อสูงสุดของกลุ่มผู้ค้าปลีกในประเทศไทย” จากผลวิจัยและจัดอันดับโดยกันตาร์เวิล์ดพาแนล รวมถึงการได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2559 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกันจากผลวิจัยที่จัดทำโดยนิตยสาร BrandAge นอกจากนี้บริษัทยังได้รับโล่ตราสัญลักษณ์อาคารประหยัดพลังงานระดับที่ 1 กลุ่ม “อาคารโรงเรียนและร้านสะดวกซื้อ” จากการไฟฟ้านครหลวงซึ่งร้าน 7-Eleven ผ่านเกณฑ์ถึง 14 สาขาและดำเนินการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะที่บริษัทย่อยคือบริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้รับรางวัล Excellence in Consistent TPM Commitment 2015 ด้านการใช้ระบบควบคุมและจัดการ เพื่อเพิ่มผลผลิตองค์กรโดยรวม (Total Productive Maintenance; TPM) ที่ดำเนินการโดย Japan Institute of Plant Maintenance (JIPM) อีกด้วย

 

บริษัทขอขอบคุณลูกค้าคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจผู้ถือหุ้นและผู้มีอุปการคุณทุกรายที่ได้ให้ความไว้วางใจ และร่วมสนับสนุนกิจการของบริษัทด้วยดีเสมอมา นอกจากนี้บริษัทขอขอบคุณและขอแสดงความชื่นชมต่อคณะผู้บริหาร และพนักงานทุกคน สำหรับหรับความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างเต็มกำลัง ความสามารถในการบริหารและปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ร่วมกันสุดท้ายนี้บริษัทขอให้คำมั่นว่าบริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายและลูกค้าเป็นที่ตั้งควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และประเทศชาติเพื่อให้ซีพีออลล์ เป็นองค์กรคุณภาพที่เติบโตอย่างยั่งยืน เคียงคู่กับสังคมไทยตลอดไป