สารจากประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร

บริษัทฯ ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการก้าวข้ามอุปสรรคเพื่อรักษาการเติบโตของธุรกิจให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการให้ความสําคัญกับการดูแลผู้มีส่วนร่วมในธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างมุ่งมั่น


ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความผันผวน จากหลายปัจจัยที่มีมาอย่างต่อเนื่องในปี 2564 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่เกิดขึ้นมากว่าสองปี ส่งผลกระทบในวงกว้าง อาทิ ภาวะเศรษฐกิจและกําลังซื้อที่ชะลอตัว การหยุดชะงักของการดําเนินธุรกิจจากมาตรการล็อกดาวน์ และ วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สู่วิถี ชีวิตใหม่ (New Normal) ซึ่งนับว่ามีความท้าทายมากที่สุดช่วงหนึ่งของค้าปลีกไทย

บริษัทฯ ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการก้าวข้ามอุปสรรคเพื่อรักษาการเติบโตของธุรกิจให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการให้ความสําคัญกับการดูแลผู้มีส่วนร่วมในธุรกิจตลอดห่วงโซ่ อุปทานอย่างมุ่งมั่น อาทิ การดูแลสุขอนามัยของพนักงานและ ความปลอดภัยของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในร้านของบริษัทฯ ด้วยมาตรการที่เข้มข้น การช่วยเหลือชุมชนและประเทศชาติเพื่อป้องกัน การแพร่ระบาด และการให้ความช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” อันได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผ่านโครงการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ทั้งนี้บริษัทฯ ขอชมเชยพนักงานทุกคนในน้ําใจ ความทุ่มเท อดทน ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและความร่วมมือ ร่วมใจในโครงการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี ของพี่น้องคนไทยทุกคน

ปี 2564 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสําคัญของบริษัทฯ และอุตสาหกรรม ค้าปลีกค้าส่งในระดับภูมิภาคเอเชีย จากการปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกค้าส่งภายใต้กลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ด้วยความสําเร็จในการควบรวมของบริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) อันเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ กับบริษัท ซี.พี่ รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (กลุ่มโลตัสส์) ธุรกรรมนี้เป็นการรวม ผู้นําธุรกิจ B2B (Business to Business) กับผู้นําธุรกิจ B2C (Business to Consumer) ส่งเสริมกลยุทธ์ 020 (Offline to Online) เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและขีดความสามารถในการแข่งขันระดับ ภูมิภาคและระดับโลกของบริษัทฯ อันนํามาซึ่งผลการดําเนินงาน ที่ดีในอนาคต อีกทั้งยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งให้มี ความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งก้าวสําคัญที่น่ายินดี คือ การเปิดให้บริการร้านสะดวกซื้อ “7-Eleven” สาขาแรกที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในเดือน สิงหาคม 2564 ซึ่งแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศกัมพูชาไม่ต่างจากประเทศไทย แต่ด้วยชื่อเสียงความเป็น ผู้นําของบริษัทฯ ในประเทศไทย ประกอบกับสินค้าไทยมีคุณภาพดี ทําให้ได้รับการตอบรับที่ดี มีลูกค้าหมุนเวียนกันมาใช้บริการอย่าง ต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับบริษัทฯ ในการเดินหน้าขยายสาขา ต่อไปในกัมพูชา และ สปป. ลาว ตามลําดับ

จากวิกฤตการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดําเนินงาน ของบริษัทฯ เช่นเดียวกันกับบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ด้วยการทํางานเชิงรุก โดยมีความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้ง มีความยืดหยุ่นและความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรในหลาก

ในนามของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหาร ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนบริษัทฯ ขอขอบคุณทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ทําให้สามารถ บริหารจัดการความเสี่ยงและรับมือกับวิกฤตที่เข้ามาได้อย่างดีเยี่ยม และก้าวข้ามทุกความท้าทาย พร้อมที่จะฟื้นคืนสู่ความแข็งแกร่ง เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน


หลายธุรกิจ รวมถึงการขยายความร่วมมือไปยังภาครัฐและคู่ค้าในด้านความคิดและการหาโอกาสใหม่ๆ พร้อมประสานความร่วมมือ ผนึกกําลังผ่านระบบนิเวศค้าปลีก นําองค์ความรู้มาต่อยอดทาง ธุรกิจ พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดรับกับบริบทสถานการณ์ ที่ผันผวน โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ “7-Eleven” บริษัทฯ ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา ต่อยอด เพื่อนําเสนอความสะดวกให้กับ ลูกค้ากว่า 14 ล้านคน ส่งมอบความเป็น “AII Convenience” ที่ ผสานจุดแข็งของช่องทางเครือข่ายร้านสาขา (Offline) และช่องทาง การสั่งซื้อออนไลน์ (Online) ภายใต้สโลแกน “สะดวกครบ จบที่เดียว” ทั้งสะดวกซื้อ สะดวกจ่าย และสะดวกรับ ผ่านบริการ 7Delivery และบริการ AII Online เพื่อรองรับวิถีชีวิตยุคดิจิทัลอย่าง ครบวงจรในปี 2564 ที่ลูกค้าให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม เป็นการ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า และสร้างความแตกต่างจาก คู่แข่ง ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เป็นอย่างดี ทําให้บริษัทฯ สามารถรับมือและขับเคลื่อนธุรกิจไป ข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาผลตอบแทน ที่ดีได้ โดยในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 587,597 ล้านบาท และ มีกําไรสุทธิอยู่ที่จํานวน 12,985 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการบริหาร จัดการกระแสเงินสดและโครงสร้างเงินทุนให้มีสภาพคล่องเพียงพอ ต่อการดําเนินธุรกิจ รวมถึงการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ให้มั่นคงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

กว่า 34 ปี ที่บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถดําเนินงาน ได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์แห่งความยั่งยืน คือ “เป็นองค์กรที่ อํานวยความสะดวกให้ชุมชน สังคม มีความกินดี อยู่ดี มีความสุข” เพื่อความยั่งยืนที่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และ ธรรมาภิบาล โดยคํานึงถึงผู้มีส่วนร่วมในธุรกิจของบริษัทฯ ทุกกลุ่ม อย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล โดยบริษัทฯ ได้รับ คัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices) หรือ DJSI กลุ่ม World Index ต่อเนื่อง เป็นปีที่ 4 ของกลุ่มอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing ใน ตําแหน่งผู้นําอุตสาหกรรมสําหรับปีนี้ด้วย นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน รวมถึงคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตร

ในนามของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหาร ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การ สนับสนุน ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ทําให้สามารถบริหาร จัดการความเสี่ยงและรับมือกับวิกฤตที่เข้ามาได้อย่างดีเยี่ยม และ ก้าวข้ามทุกความท้าทาย พร้อมที่จะฟื้นคืนสู่ความแข็งแกร่ง เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและ ประเทศชาติเป็นสําคัญ ก้าวไปสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน ภายใต้ ปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสต่อกัน”