สาส์นจากผู้บริหาร

” ในนามของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหาร ใคร‹ขอขอบคุณลูกค้า ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีอุปการคุณทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนกิจการของบริษัทด้วยดีเสมอมา และที่สำคัญขอขอบคุณคณะผู้บริหาร และพนักงานทุกท่าน สำหรับความทุ่มเทเพื่อประโยชนสูงสุดขององค์กรและความมุ่งมั่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและพรŒอมที่จะร่วมกันผลักดันองค์กร ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความพรŒอมสำหรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ บริษัทขอให้คำมั่นว่าบริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประโยชนของผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและลูกค้าเป็นที่ตั้งควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และประเทศชาติ เพื่อให้ ซีพี ออลล เป็นองค์กรคุณภาพที่เติบโตอย่างยั่งยืนเคียงคู่กับสังคมไทยตลอดไป “


บริษัท ซีพี ออลล์ จำากัด (มหาชน) ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโต ทางธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรให้เกิดความสำเร็จในทุก ๆ มิติ อย่างยั่งยืน ถึงแม้ว่าปี 2562 จะเป็นอีกปีหนึ่งที่เต็มไปด้วยความท้าทาย จากปัจจัยลบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่บริษัทก็สามารถสร้างผลงานที่ดีทั้งในระดับประเทศและระดับสากลได้อย่างน่าพอใจ

จากรากฐานที่มั่นคงกว่า 30 ปี ในธุรกิจค้าปลีก และการดำเนินธุรกิจ ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ว่าคือ “ให้บริการความสะดวกแก่ทุกชุมชน” โดย “มุ่งสร้างความผูกพันกับลูกค้า ด้วยสินค้าและบริการที่เปี่ยมด้วย นวัตกรรม พร้อมทั้งสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชนและสังคม” เพื่อที่จะ เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไทย บริษัทไม่เคย ย่อท้อแม้ว่าปีที่ผ่านมาธุรกิจค้าปลีกจะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยทาง เศรษฐกิจต่างๆ แต่บริษัทยังคงเดินหน้าขยายจำนวนร้านเพื่อบริการ ความสะดวกให้กับลูกค้าสอดรับกับการขยายตัวของชุมชนเมือง ซึ่งในปี 2562 ได้เปิดร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เพิ่มขึ้นอีก 724 สาขา มีร้าน สาขารวมจำนวน 11,712 สาขา ในขณะเดียวกันบริษัทได้พัฒนาร้านสาขา โดยเพิ่มขนาดพื้นที่ขายเพื่อรองรับสินค้าและบริการที่หลากหลายขึ้น มีการปรับรูปแบบร้านให้มีความทันสมัย มีบรรยากาศที่ดี รวมถึงพัฒนาระบบปฏิบัติงานเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน เพื่อให้การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังรวบรวมนวัตกรรมด้านต่าง ๆ ทั้งด้านเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์เชิงนวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา ภายในร้านสาขาควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ให้มีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งซึ่งรวมถึงการยกระดับความอร่อย การเพิ่มคุณประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการ การนำเสนอสินค้าเพื่อสุขภาพตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้า ที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพมากขึ้นในปัจจุบัน อีกทั้งการเพิ่มเมนูอาหารที่เป็นมื้อหลัก มื้อรอง อาหารจานเดี่ยว กับข้าวพร้อมทาน ของว่าง ของหวาน ขนมไทย และผลไม้ พร้อมทาน เพื่อให้ร้าน 7-Eleven เป็นจุดหมายปลายทางที่หนึ่งในใจลูกค้าเมื่อนึกถึงอาหารและเครื่องดื่ม ตามสโลแกน “หิวเมื่อไหร่ ก็แวะมา…7-Eleven”

นอกจากนี้ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สร้างพฤติกรรม ผู้บริโภคใหม่ๆ ทำให้บริษัทไม่หยุดนิ่งที่จะรับฟังความต้องการและความ คาดหวังของลูกค้า ตลอดจนติดตามและให้ความสำคัญต่อการปรับตัว เข้าหาเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเข้าสู่สังคมไร้เงินสดที่เข้ามามีบทบาทต่อพฤติกรรมและวิถีในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งในรูปแบบการซื้อ และชำระเงินค่าสินค้าและบริการที่ต้องทำได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์ ที่สะดวก ปัจจุบันบริษัทเองได้มีการพัฒนารูปแบบแพลตฟอร์ม และช่องทางที่ผู้บริโภคจะเข้าถึงสินค้าและบริการให้หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งมีการพัฒนาระบบนิเวศค้าปลีก ที่จะเชื่อมโยงธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจอื่นในแต่ละช่องทางทั้งที่เป็นส่วนของค้าปลีกหน้าร้านและออนไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละโอกาสและความสะดวกได้อย่างเหมาะสม ปัจจุบันบริษัทได้วางแผนในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้า อาทิเช่น ปัญญาประดิษฐ์มาใช้วิเคราะห์และประมวลผลเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ และสามารถส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้าในอนาคตอีกด้วย

บริษัทมีความเชื่อมั่นในการสร้างความยั่งยืนขององค์กร ด้วยการดำเนิน ธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและเป็นคนดีของสังคม ภายใต้ปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ซึ่งในปีที่ผ่านมาการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่สำคัญ อาทิ การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและนำมาจำหน่ายในร้าน 7-Eleven การดำเนินนโยบาย 7 GO Green อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “ลดวันละถุง คุณทำได้” โดยส่งเสริมให้ลูกค้าปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติก และเปลี่ยนมูลค่าถุงพลาสติกเป็นเงินบริจาค ซึ่งได้รับความร่วมมือจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกลงไปได้มากกว่า 998 ล้านใบ คิดเป็นเงินบริจาคเพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์บริจาคให้กับโรงพยาบาล รวมทั้งสิ้น
กว่า 134 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สำคัญในปี 2562 อันเป็นผลจากความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวไปสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน จึงส่งผลให้บริษัทได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทอันดับที่ 1 ในประเภท Food & Staples Retailing Industry ของสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices-DJSI) ในกลุ่ม World Index และได้คัดเลือก เป็นสมาชิกในกลุ่ม Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (2560-2562) รวมถึงได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก FTSE4Good Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นอกจากนี้บริษัทยังได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มดีเลิศ (Excellent) ได้คะแนน 5 ดาว ด้านการกำกับดูแลกิจการบริษัทที่ดี (Corporate Governance หรือ CG) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ถือเป็น ความสำเร็จจากการที่ทุกฝ่ายทั้งภายใน และภายนอกองค์กรร่วมแรงร่วมใจเพื่อสร้างความภาคภูมิใจนี้ขึ้นมา ด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจตามทิศทางในการดำเนินธุรกิจและแผน กลยุทธ์ที่วางไว้ด้วยความมุ่งมั่น แต่ละกลุ่มธุรกิจสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2562 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 571,110 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 และมีกำไรสุทธิจำนวน 22,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 นอกจากนี้อีกหนึ่งงานสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ คือการบริหารและลดต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเงินอย่างต่อเนื่อง