ซีพี ออลล์ ขึ้นสู่ระดับโลก World Index บริษัทไทยชั้นนำด้านองค์กรความยั่งยืน(DJSI) ปี 2018

  >  ข่าวสาร   >   ซีพี ออลล์ ขึ้นสู่ระดับโลก World Index บริษัทไทยชั้นนำด้านองค์กรความยั่งยืน(DJSI) ปี 2018

ซีพี ออลล์ก้าวสู่บริษัทชั้นนำด้านองค์กรความยั่งยืนอีกขั้น ล่าสุดขึ้นสู่ระดับโลก World Index เป็นปีแรก นับเป็นบริษัทหนึ่งเดียวของประเทศไทยในกลุ่ม อุตสาหกรรม Food & Staples Retailing ที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ในระดับโลก หรือ DJSI 2018 และยังได้รับคัดเลือกในระดับ Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 อีกด้วย

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)  ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย เปิดเผยว่า จากความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยคำนึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวไปสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน ภายใต้ปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” มาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี ส่งผลให้ในปี 2018 ซีพี ออลล์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices-DJSI)กลุ่ม World Index เป็นปีแรก และกลุ่ม Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 (2017-2018) นับเป็นความสำเร็จที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและการร่วมแรงร่วมใจของพนักงานทุกคนที่มีเป้าหมายชัดเจนในการกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาองค์กรและดำเนินการเพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืน

ซีพี อลอล์ มีการพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน มีการวางแผนบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management) ให้ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการจากความพิถีพิถันคัดสรรสิ่งที่ดี มีการวิจัยและพัฒนาที่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการและดีต่อสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย พร้อมสร้างความสุขและความรู้สึกปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน คัดเลือกสินค้าที่เป็นประโยชน์จำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม และมีนวัตกรรมที่เข้าถึงใจลูกค้าด้วยบริการที่เป็นมิตรของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และการให้บริการความสะดวกแก่ทุกชุมชน ซึ่งส่งผลถึงความสำเร็จในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า (Customer Relationship) อยู่ในระดับดีเยี่ยม ตลอดจนช่วยสนับสนุนส่งเสริมสินค้าเอสเอ็มอีและสินค้าภาคการเกษตรจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นฯและ 24 Shopping มาโดยตลอด

นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ ได้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนในสังคมเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ด้วยการจ้างพนักงานทั่วทุกภูมิภาคกว่า 150,000 คน มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งคนเหล่านี้ คือ พลังความสำเร็จขององค์กรเพราะบริษัทเชื่อมั่นในคุณค่าของ “คน” คุณค่าของพนักงานในทุกระดับจึงส่งเสริมและพัฒนา “บุคคลากร”  ให้มีความรู้ความสามารถผ่านระบบบริหารจัดการบุคลากรที่ดี ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Development) สร้างวัฒนธรรมองค์กรในการทำงานอย่างมีความสุข สนุกกับการทำงาน และส่งเสริมให้บุคลากรที่มีความสามารถและเป็นคนดีมีความเจริญก้าวหน้า จัดให้พนักงานสายสำนักงาน สายกระจายสินค้า และสายปฏิบัติการ เข้ารับการอบรมอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีนโยบายอบรมด้านความยั่งยืนให้พนักงานเต็ม 100% เพื่อพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม

ที่มากกว่านั้น ซีพี ออลล์ ยังได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับการเลือกใช้และการจัดการกับบรรจุภัณฑ์  Green Packaging เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนของการออกแบบและการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ โดยทุกกระบวนการในวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) ในส่วนที่สามารถควบคุมได้โดยตรง, ด้าน Water Related  Risks ซีพี ออลล์ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากร “น้ำ” เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นต่อทุกชีวิต  และมีผลโดยตรงต่อการดำเนินชีวิต   จึงได้หารือและวางแผนร่วมกับสังคม ชุมชน หน่วยงานและองค์กรต่างๆในการบริหารและจัดการ “น้ำ” อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินและรักษาสมดุลการใช้น้ำตรงกับความต้องการของชุมชนและธรรมชาติ และเพื่อให้น้ำมีคุณภาพที่ดีและเพียงพอสำหรับการอุปโภคและบริโภค ตลอดจนการรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติกของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ด้าน Human Rights  บริษัทได้มีการกำหนดความมุ่งมั่น ด้านสิทธิมนุษยชนผ่านนโยบาย และกระบวนการติดตามสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) เพื่อสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากกิจกรรมของบริษัท ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนผ่านการดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรมและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าและป้องกันผลกระทบทางลบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ DJSI เป็นดัชนีประเมินความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับระดับสากล ซึ่งใช้วัดประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ 2,500 บริษัทชั้นนำทั่วโลก โดยการคัดเลือกสมาชิกในกลุ่มดัชนี DJSI จะพิจารณาจากผลประกอบการที่ดี ควบคู่ไปกับการดำเนินงานด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม