สาส์นจากประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร

ตลอดระยะเวลากว่า 33 ปีที่ผ่านมา บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นในหลักการสามประโยชน์ที่มุ่งหมายสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ภายใต้ปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” โดยตั้งใจที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืนให้ครอบคลุมทั้งการดูแลสังคม รักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรให้มีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน อีกทั้งในปีที่ผ่านมาที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งในสังคมไทยและสังคมโลก

ซีพี ออลล์ ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีก และผู้นำธุรกิจร้านสะดวกซื้อได้ปรับแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยบริษัทให้ความสำคัญต่อการค้นคว้า วิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการที่ปลอดภัย ตลอดจนสนับสนุนและสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนขยายผลความสำเร็จเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้สูงสุด ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลและวิกฤตการณ์ที่ท้าทายตลอดปี 2563 ซีพี ออลล์ ยังคงดำเนินงานผ่านมาตรการและโครงการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่สำคัญ 15 ข้อ ตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทรวมถึงรับผิดชอบและตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน อาทิ มาตรการ “รวมพลังคนไทยเลิกใช้ถุงพลาสติก” ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเซเว่น โก กรีน (7 Go Green) ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 เพื่อร่วมรณรงค์และปลูกจิตสำนึกให้ลดการใช้ถุงพลาสติก และ หันมาใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พร้อมกันนี้บริษัทยังดำเนินงานโครงการเพื่อสังคมโดยการสร้างโอกาสให้เกษตรกรไทย ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้สามารถสร้างรายได้มากขึ้นผ่านการส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากชุมชนให้มีคุณภาพมาตรฐานและนำมาจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน สร้างเศรษฐกิจชุมชนให้ดี และเข้มแข็งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินโครงการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน โดยส่งมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และเครื่องอุปโภค บริโภคให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เป็นศูนย์รองรับผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อสนับสนุนการทำงาน และเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ อีกทั้งได้ส่งมอบอุปกรณ์จำเป็นขั้นพื้นฐานให้กับเครือข่ายผู้พิการทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถร่วมฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ซีพี ออลล์ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น สมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices) หรือ DJSI ในกลุ่มอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing ทั้งในกลุ่ม World Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (2018-2020) และ Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 (2017-2020) ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้ บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องและสามารถตอบสนองความท้าทายต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยบริษัทกำลังดำเนินงานทบทวนและกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่มุ่งให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2573 อาทิ “Plastic Champion” หรือ การเป็นผู้นำในการจัดการปัญหาพลาสติกของประเทศไทย รวมถึงการจัดการของเสีย และการอนุรักษ์ระบบนิเวศผ่านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น

ท้ายที่สุดนี้ แม้ว่าเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ตั้งไว้จะเป็นเป้าหมายที่ใหญ่และท้าทายมาก ผมก็เชื่อมั่นว่า ซีพี ออลล์ จะสามารถบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนได้ด้วยความร่วมมือ ร่วมใจของเพื่อนพนักงานทุกคนที่รักองค์กรพร้อมช่วยกันขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล อีกทั้งด้วยแรงสนับสนุนจากผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในสังคมตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ในปี 2563 นี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนเสมอมา ส่งผลให้บริษัทประสบความสำเร็จ มีผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนบรรลุความตั้งใจในการเป็นองค์กรที่ดีของสังคม และสร้างความภาคภูมิใจจากการได้รับการยอมรับจากหน่วยงานสากลอย่างหลากหลาย เช่น การได้รับคะแนนผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (CGR) โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ประจำปี 2563 ในระดับ 5 ดาว หรือ เกณฑ์ดีเลิศ (Excellent) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และได้รับการคัดเลือกเข้าสู่รายชื่อหุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment : THSI) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนั้นอีกหนึ่งในความ
ภาคภูมิใจอย่างยิ่งของบริษัท คือ การได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices : DJSI) ทั้งในกลุ่ม World Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และกลุ่ม Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 รวมถึงได้รับเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลกใน FTSE4Good Index ในหมวด Food & Drug Retailers ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตลอดจนได้รับคะแนนระดับ A- (Leadership Level) ด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากการประเมินโดย CDP (Carbon Disclosure Project) และได้รับการจัดอันดับ ESG Ratings ระดับ BBB จากการประเมินโดย MSCI (Morgan Stanley Capital International) ซึ่งเป็นระดับที่ดีขึ้นเมื่อเทียบปีที่ผ่านมา

จากความสำเร็จในปี 2563 ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในทุกมิติภายใต้แผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ปี 2563-2573 ที่ได้ผนวกแนวทางด้านความยั่งยืนสากล ประเด็นสำคัญระดับโลกและท้องถิ่น
เข้ามาผสมผสานอย่างลงตัว ตลอดจนยึดมั่นการดำเนินงานตามหลักการชี้แนะด้านสิทธิมนุษยชนกับธุรกิจขององค์การสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights) ในการคุ้มครอง เคารพ และการเยียวยาผู้ทรงสิทธิ และมุ่งมั่นดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ดังกล่าวให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรเกื้อหนุนการประกอบธุรกิจในระยะยาว นอกจากนี้เรายังคงสื่อสารความคาดหวัง สร้างความร่วมมือและส่งเสริมพัฒนาความยั่งยืนกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจตอบสนองต่อความคาดหวังของบริษัทและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรให้เติบโตไปด้วยกัน และมุ่งหวังให้เรากลายเป็นองค์กรที่ก้าวเป็นผู้นำและแบบอย่างด้านความยั่งยืน

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมกับความสำเร็จของเรา และเราพร้อมจะทุ่มเท มุ่งมั่น ตั้งใจดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กรต่อไป