ประวัติความเป็นมา

บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2531 โดยบริษัทในกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกอบธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจค้าปลีกประเภทร้านค้าสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า “7-Eleven” ในประเทศไทย โดยบริษัทฯ ได้รับสิทธิการใช้ เครื่องหมายการค้าดังกล่าวจาก 7-Eleven, Inc. สหรัฐอเมริกา และได้เปิดร้านสาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์ เมื่อปี 2532 นอกจากนี้ ยังประกอบธุรกิจต่างๆ ที่เป็นการสนับสนุนธุรกิจหลัก เช่น ธุรกิจให้บริการเป็นตัวแทนรับชําระค่าสินค้าและบริการ (บริษัท เคาน์เตอร์ เซอร์วิส จํากัด) ธุรกิจผลิตและจําหน่ายอาหารสําเร็จรูปและเบเกอรี่ (บริษัท ซีพีแรม จํากัด) ธุรกิจจําหน่ายและซ่อมแซมอุปกรณ์ ค้าปลีก (บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จํากัด) ธุรกิจให้บริการด้านระบบสารสนเทศ (บริษัท โกซอฟท์ (ประเทศไทย) จํากัด) ธุรกิจ ให้บริการด้านการตลาด (บริษัท เอ็ม เอ เอ็ม ฮาร์ท จํากัด) ธุรกิจวิทยาลัยอาชีวศึกษาด้านค้าปลีก และสถาบันการศึกษาด้าน การจัดการ (บริษัท ศึกษาภิวัฒน์ จํากัด) และธุรกิจการจัดฝึกอบรม การจัดการสัมมนาทางวิชาการทางธุรกิจ บริษัท ปัญญธารา จํากัด และบริษัท ออลล์ เทรนนิ่ง จํากัด) รวมถึงธุรกิจจําหน่ายสินค้าผ่านแคตตาล็อกและธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จํากัด) เป็นต้น

ในปี 2556 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในธุรกิจค้าส่งแบบชําระเงินสดและบริการตนเอง (บริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) และต่อมาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2564 สยามแม็คโครฯ ได้เข้าลงทุนในธุรกิจโลตัสส์เอเซีย (Lotus’s Asia) (บริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด และบริษัทย่อย) ซึ่งเป็นธุรกิจร้านค้าในรูปแบบ ดิสเคาต์สโตร์ ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่ดําเนิน การขายปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ให้เช่าพื้นที่ในศูนย์การค้า และให้บริการอื่นๆ ในประเทศไทยและมาเลเซีย เพื่อต่อยอด ธุรกิจไปสู่การเป็นหนึ่งในผู้นําธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งอาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภคในระดับภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขยายขอบเขตการดําเนินธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ประกอบธุรกิจหลักประเภทร้านค้าสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า “7-Eleven” ใช้ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า “CPALL” ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยบริษัท มหาชนจํากัด เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2542 ทะเบียนเลขที่ 0107542000011

สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ ชั้น 24
ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์ 02-071-9000
โทรสาร 02-238-1767
เว็บไซต์ www.cpall.co.th

ปี 2531

  • รับสิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้า “7-Eleven” มาจาก 7-Eleven, Inc. สหรัฐอเมริกา
  • เริ่มก่อตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อภายใต้ชื่อ “7-Eleven”

ปี 2533

  • เปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท ซี.พี. คอนวีเนียนสโตร์ จำกัด” เป็น “บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด” และได้ เปิดร้านสาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์

ปี 2537

  • จัดตั้งบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ

ปี 2539

  • จัดตั้งบริษัท ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแช่แข็งและเบเกอรี่

ปี 2540

  • เริ่มเปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าบางบัวทองอย่างเป็นทางการ

ปี 2546

  • จัดตั้งบริษัท โกซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด
  • จัดตั้งบริษัท เอ็ม เอ เอ็ม ฮาร์ท จำกัด
  • จัดตั้งบริษัท ไดนามิค แมนเนจเม้นท์ จำกัด
  • กระจายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ปี 2547

  • จัดตั้งบริษัท ศึกษาภิวัฒน์ จำกัด
  • ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class: TQC) จากคณะกรรมการรางวัลคุณภาพแห่งชาติ

ปี 2548

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 3,000 สาขา
  • เปิดดำเนินการ โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์เทคโนธุรกิจ อย่างเป็นทางการ

ปี 2549

  • เปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าสุวรรณภูมิอย่างเป็นทางการ
  • เปิดตัวบัตร Smart Purse อย่างเป็นทางการและเป็นร้านสะดวกซื้อรายแรกของประเทศไทยที่รับชำระเงินค่าสินค้า และบริการต่างๆ ด้วยบัตร Smart Purse ซึ่งเป็นบัตรเงินสดดิจิทัล
  • จัดตั้งบริษัท ปัญญธารา จำกัด

ปี 2550

  • จัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์
  • จำหน่ายสินทรัพย์และเงินลงทุนในธุรกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ประเทศจีน
  • เปลี่ยนชื่อบริษัท เดิมชื่อ “บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน)” เป็น “บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)” และเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์ในระบบการซื้อขาย จาก “CP7-11” เป็น “CPALL”

ปี 2541

  • จัดตั้ง Lotus Distribution Investment Limited
  • จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด
  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 1,000 สาขา

ปี 2542

  • จัดตั้งบริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายและซ่อมแซมอุปกรณ์สำหรับธุรกิจค้าปลีก

ปี 2543

  • ร่วมกับ The China Retail Fund, LDC ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้การบริหารของ American International Group จัดตั้ง Yangtze Supermarket Investment Co., Ltd. เพื่อลงทุนในธุรกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • จัดตั้ง Shanghai Lotus Supermarket Chain Store Co., Ltd.

ปี 2544

  • จัดตั้งบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด ร่วมกับพันธมิตร 8 แห่ง

ปี 2545

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 2,000 สาขา
  • ร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการเปิดให้ บริ การร้านสะดวกซื้อ “7-Eleven” ในสถานี บริ การน้ำมัน ปตท.

ปี 2551

  • เพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด เป็น 1,600 ล้านบาท ในวันที่ 28 มีนาคม 2551
  • เสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างธุรกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ในประเทศจีน ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2551
  • ได้รับคะแนนโหวตรวมสูงสุดในประเทศไทย สำหรับ “Asia’s 200 Most-Admired Companies” จากผลการสำรวจ โดย หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal Asia

ปี 2552

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 5,000 สาขา พร้อมฉลองการดำเนินงานครบรอบ 20 ปี นับตั้งแต่การเปิด 7-Eleven สาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์ มุ่งสู่การเป็นคอนวีเนี่ยนฟู้ดสโตร์ หรือร้านอิ่มสะดวก
  • เป็นบริษัทจดทะเบียนแห่งแรกของประเทศไทยในการจัดทำโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน (Employee Joint Investment Program – EJIP)
  • เปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคสุราษฎร์ธานี

ปี 2553

  • เปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิแห่งที่ 2 ที่สุวรรณภูมิ
  • รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกของเมืองไทย จาก ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เคพีเอ็มจี และนิตยสาร รีเทล เอเชีย
  • รับรางวัล “CEO ยอดเยี่ยม” และ “CFO ยอดเยี่ยม” ประเภทธุรกิจบริการ โครงการ “SAA Awards for Listed Companies” ซึ่งจัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
  • เสร็จสิ้นการเข้าทำรายการเกี่ยวโยงกันจากการจำหน่ายเงินลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพของ C.P. Lotus Corporation (C.P. Lotus) ให้แก่ C.P. Holding (BVI) Investment Company Limited (CPH) โดยได้รับชำระ ค่าหุ้นเป็นเงินสดรวม 966.5 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือเทียบเท่า 3,787.7 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2553
  • เปลี่ยนชื่อ “สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์” เป็น “สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์” โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2553

ปี 2554

  • เปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคขอนแก่น
  • ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารฟอร์บส์ เอเชีย ให้เป็น 1 ใน 50 บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่มีผลงานโดดเด่น ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia’s Fab 50 Companies)

ปี 2555

  • เปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคลำพูน
  • เปลี่ยนชื่อ “โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ เทคโนธุรกิจ” เป็น “วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์” โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2555

ปี 2556

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 7,000 สาขา
  • เข้าซื้อกิจการ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าระบบสมาชิกแบบชำระ เงินสดและบริการตนเอง
  • ออกหุ้นกู้ครั้งแรกมูลค่า 50,000 ล้านบาท นับเป็นการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทย
  • รับรางวัลผู้ดำเนินการธุรกิจค้าปลีกยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2556 (Best-of-the-Best Retailers Award 2013, Asia Pacific) จากนิตยสาร รีเทล เอเชีย ร่วมกับ ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ เคพีเอ็มจี
  • รับรางวัล CEO ECONMASS AWARD 2013 จากสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

ปี 2557

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 8,000 สาขา
  • ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1 และ 2 และ 3/2557 จำนวนรวม 90,000 ล้านบาท
  • จัดตั้งบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช็อปปิ้ง จำกัด ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าออนไลน์
  • ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ ให้เป็นองค์กรริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมโดดเด่นที่สุดในประเทศ
  • เปิดอาคารเรียน CPALL Academy อาคาร 16 ชั้น ในพื้นที่ธาราพาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ

ปี 2558

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 8,832 สาขา เพิ่มขึ้น 705 สาขา
  • ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1 และ 2/2558 จำนวนรวม 33,000 ล้านบาท
  • ได้รับ รางวัล Deming Prize 2015 จากสมาคมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของประเทศญี่ปุ่น (Union of Japanese Scientists and Engineers : JUSE) โดยมอบให้แก่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ซีพี ออลล์ โดย นับเป็นธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน (Ready To Eat : RTE) รายแรกของไทยและของโลกที่ได้รับรางวัลนี้
  • ได้รับการคัดเลือกจาก นิตยสารฟอร์บส์ เอเชีย ให้เป็น 1 ใน 50 บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่มีผลงานโดดเด่น ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2558 (Asia’s Fab 50 Companies 2015) เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน
  • ได้รับการคัดเลือกให้เป็นองค์กรริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมดีเด่นสูงสุดของประเทศไทย (The World’s Most Innovative Companies 2015) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยเป็นอันดับ 3 ของทวีปเอเชียแปซิฟิก และเป็นอันดับ 17 ของโลก
  • ได้รับประกาศนียบัตรรับรองอาคารประหยัดพลังงาน ระดับทองคำจากมูลนิธิอาคารเขียวไทย
  • เปิดศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคขนาดใหญ่ สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าควบคุมอุณหภูมิ ที่จังหวัดชลบุรี และเปิดศูนย์กระจายสินค้าแช่แข็งที่จังหวัดเชียงใหม่

ปี 2559

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 9,542 สาขา เพิ่มขึ้น 710 สาขา
  • ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1 และ 2/2559 จำนวนรวม 19,000 ล้านบาท เพื่อนำมาชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดอายุ และออกจำหน่ายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนเป็นครั้งแรก จำนวน 10,000 ล้านบาท
  • จัดตั้งบริษัทวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหาร (บริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด) โดยบริษัท ออลล์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
  • จัดตั้งโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
  • ได้รับรางวัล “สุดยอดแบรนด์ที่ถูกเลือกซื้อสูงสุดของกลุ่มผู้ค้าปลีกในประเทศไทย” จากผลวิจัยและจัดอันดับ สุดยอดแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสูงสุดและร้านค้าปลีกที่มีอัตราการถูกซื้อสูงสุด ที่จัดทำโดย กันตาร์ เวิล์ดพาแนล
  • ได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2016 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน จากผลวิจัยที่จัดทำโดยนิตยสาร BrandAge โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้นำกลุ่มร้านค้าสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง
  • ได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2015-2016 สาขาร้านสะดวกซื้อและอาหารแช่แข็ง ภายใต้ชื่อ “อีซีโก”
  • ได้รับโล่ตราสัญลักษณ์อาคารประหยัดพลังงานระดับที่ 1 กลุ่ม “อาคารโรงเรียนและร้านสะดวกซื้อ” จากการไฟฟ้า นครหลวง ในงาน MEA Energy Saving Building Award 2015
  • ได้รับรางวัล Excellence in Consistent TPM Commitment 2015 มอบให้แก่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ดำเนินการ โดย Japan Institute of Plant Maintenance (JIPM)
  • ได้รับรางวัล Ishikawa – Kano Award (IKA) จาก Dr. Noriaki Kano โดยมอบให้แก่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด

ปี 2560

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 10,000 สาขา
  • ในปี 2560 ได้ออกหุ้นกู้รวม 3 ครั้ง จำนวนรวม 25,500 ล้านบาท และออกจำหน่ายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้าย ทุนเป็นครั้งที่สอง อีกจำนวน 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อนำมาชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดอายุไถ่ถอนระหว่างปีที่ มีจำนวนรวม 25,937 ล้านบาท และชำระคืนหุ้นกู้ที่เรียกไถ่ถอนคืนก่อนครบกำหนด
  • คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเพิ่มทุนอีกจำนวน 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ใน “บริษัท โลตัส ดิสทริบิวชั่น อินเวสท์เม้นท์ จำกัด” (LDI) รวมเป็นทุนจดทะเบียน 244 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อนำไปลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อยทางอ้อม ซึ่งประกอบ ธุรกิจการลงทุน การค้า การศึกษา และรองรับการขยายธุรกิจในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนในอนาคต ทั้งนี้ มติอนุมัติการเพิ่มทุนในบริษัทย่อยทางตรงและทางอ้อมซึ่งสัดส่วนการถือหุ้นเป็นไปตามเดิม
  • ได้รับการยอมรับให้เป็นบริษัทชั้นนำในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) หมวดอุตสาหกรรม ธุรกิจค้าปลีกอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค (Food & Staples Retailing) ประจำปี 2017 ถือเป็นบริษัทไทยและภูมิภาคเอเชียเพียงแห่งเดียวที่ผ่านการคัดเลือก ในหมวดอุตสาหกรรมนี้
  • ได้รับใบรับรองเป็นสมาชิกของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนในการต่อต้านทุจริต (CAC) จัดโดยสมาคมส่งเสริม สถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
  • ได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2017 เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน จากผลวิจัยที่จัดทำโดยนิตยสาร BrandAge โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้นำในหมวดค้าปลีก
  • ได้รับรางวัล “กฟน. อาคารประหยัดพลังงาน ระดับดีเด่นพิเศษ” และรับตราสัญลักษณ์ “กฟน. อาคารประหยัด พลังงาน” ระดับดีเด่น ประเภทร้านสะดวกซื้อ และผ่านการรับรองอาคารประหยัดพลังงานระดับที่ 1 ประเภท อาคารสำนักงาน (อาคารธาราสาทร) ในโครงการประกวดอาคารประหยัดพลังงาน MEA Energy Saving Building Awards 2016

ปี 2561

  • ขายหุ้นของบริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) (“Makro”) จำนวน 230,248,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 4.80 ของหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ Makro โดยขายในราคาหุ้นละ 44 บาท คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 10,130,912,000 บาท ทั้งนี้ การขายหุ้นครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
  • จัดตั้ง บริษัท ออลล์ เวลเนส จํากัด (ALL Wellness Co., Ltd.) มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาทโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดําเนินธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพให้กับชุมชนด้วยนวัตกรรมระบบดิจิทัล และสร้างความสะดวกในการดูแลสุขภาพให้กับชุมชน รวมถึงแนะนําให้คําปรึกษาการดูแลสุขภาพกับชุมชนโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CPALL และเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด
  • เปิดศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาคขนาดใหญ่สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จังหวัดบุรีรัมย์
  • ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices-DJSI) กลุ่ม World Index เป็นปีแรก
  • และกลุ่ม Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 (2560-2561) ในกลุ่มอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing
  • ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีที่ประเมินศักยภาพขององค์กรในด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล หรือ FTSE4Good Index เป็นปีแรก ใน 2 กลุ่มดัชนี คือ FTSE4Good Emerging Index และ FTSE Good ASEAN 5 Index
  • ได้รับการคัดเลือกให้บริษัทอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2561 และได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561 (Sustainability Report Award 2018) ประเภทรางวัลดีเด่น จัดโดย CSR Club สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสถาบันไทยพัฒน์อีกด้วย
  • ได้รับการคัดเลือกให้เป็นองค์กรที่เป็นสุดยอดบริษัทแห่งนวัตกรรม (The World’s Most Innovative Companies) ลำดับที่ 23 จาก 100 บริษัทในโลก และเป็นเพียงบริษัทไทยแห่งเดียว ซึ่งเป็นการจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ร่วมกับ Jeff Dyer จาก Brigham University และ Hal Gregersen จาก Massachusetts Institute of Technology (MIT)
  • ได้รับรางวัล Best Investor Relations in Consumer Staples Sector in South East Asia จากนิตยสาร IR Magazine

ปี 2562

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 11,000 สาขา
  • ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (Indicative Term Sheet) กับ 7-Eleven, Inc. สําหรับการได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ในการจัดตั้ง และดําเนินการร้าน 7-Eleven ในประเทศกัมพูชาและลาว
  • ได้มีการจัดต้ังบริษัทย่อย “บริษัท ออลล์ นาว โลจิสติกส์ จํากัด” เพื่อดําเนิน ธุรกิจบริการจัดส่งพัสดุและสินค้าด่วนภายในประเทศ และเปลี่ยนช่ือ บริษัทย่อย บริษัท ไดนามิค แมนเนจเม้นท์ จํากัด ทําธุรกิจบริหารจัดการ คลังสินค้า เป็น “บริษัท ออลล์ นาว แมนเนจเม้นท์ จํากัด”
  • บริษัทเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จํากัด จากผู้ถือหุ้นอื่น ทุกราย เป็นผลให้บริษัทถือหุ้นสามัญของบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จํากัด เป็นสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนท้ังหมด
  • เปิดศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค สําหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จังหวัด หาดใหญ่ และจังหวัดนครสวรรค์
  • ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices-DJSI) ต่อเนื่องเป็นปีท่ี 2 และได้รับการจัดอันดับ ให้เป็นบริษัทช้ันนําด้านองค์กรความยั่งยืนอันดับ 1 ของกลุ่ม World Index ประเภท Food & Staples Retailing Industry รวมถึงได้รับการคัดเลือก ให้เป็นสมาชิกในกลุ่ม Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีท่ี 3 (2017-2019)
  • ได้รับคัดเลือกให้เปšนสมาชิกในดัชนี FTSE4Good Emerging และ FTSE4Good ASEAN 5 ซึ่งจัดโดย FTSE Russell ต่อเนื่องเป็นปีท่ี 2
  • ได้รับคัดเลือกให้เข้าเป็นสมาชิกในดัชนีหุ้นยั่งยืน Thailand Sustainability Investment (THSI) คัดเลือกโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อเนื่อง เป็นปีที่ 2 ซึ่งพิจารณาจากผลการดําเนินกิจการในด้านเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม รวมถึง ได้รับรางวัล SET Awards 2019 ในกลุ่ม Sustainability Excellence ประเภท Highly Commended in Sustainability Awards
  • ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจาก Asiamoney นิตยสารด้านการเงินชั้นนําที่มีผู้อ่านมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย กลุ่มประเภท Consumer Discretionary และรางวัล Corporate Governance Awards
  • ได้รับรางวัล Best Social Media Campaign Award ในงาน Thailand Zocial Awards 2019
  • ได้รับรางวัล “Thailand’s Most Admired Brand & Why We Buy 2019” ประเภทร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ในฐานะแบรนด์ท่ีสามารถครอง ความน่าเช่ือถืออันดับ 1 นับเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน
  • ได้รับ 2 รางวัล จาก Line ประเทศไทย จัดงานประกาศรางวัลสําหรับแบรนด์ ที่สร้างผลงานเชิงธุรกิจได้ยอดเยี่ยมเป็น “ที่สุด” บนแพลตฟอร์ม Line ได้แก่ รางวัล “Most Engaged Official Account ออฟฟิเชี่ยลแอคเคาท์ ที่สร้าง Engagement มากที่สุด” และรางวัล “Most Used Sponsored Stickers สติกเกอร์แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากท่ีสุด”
  • ได้รับรางวัล IR Magazine Awards – South East Asia 2019 ในประเภทรางวัล “Best Investor Relations Officer (Large Cap)”

ปี 2563

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 12,000 สาขา
  • เข้าลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งหุ้นหรือผลประโยชน์การลงทุน ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 40 ของหุ้นที่จําหน่ายได้แล้ว ทั้งหมดของ (ก) บริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จํากัด ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ในบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จํากัด ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีก ภายใต้เครื่องหมายการค้า Tesco Lotus ในประเทศไทย และ (v) Tesco Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งประกอบธุรกิจค้าปลีกภายใต้เครื่องหมายการค้า Tesco ในประเทศมาเลเซีย เป็นการลงทุนโดยอ้อมผ่าน บริษัท ซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จํากัด (“CPRA”) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น ทั้งหมดในบริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (“บริษัทผู้ซื้อ”) ทั้งนี้ ได้เข้าถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ของหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ CPRH และธุรกรรม การลงทุนทางอ้อมในกลุ่มเทสโก้เอเซียได้แล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 โดยบริษัทฯ มีเงินลงทุน ใน CPRH จํานวน 85,635 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 บริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จํากัด ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลเป็น “บริษัท โลตัสส์ สโตร์ส (ประเทศไทย) จํากัด”
  • บริษัทจัดทําโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) เพื่อบริหารทางการเงิน ในวงเงินไม่เกิน 13,000 ล้านบาท เพื่อการบริหารทางการเงิน กําหนดระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีการซื้อหุ้นคืนแต่อย่างใดตลอดระยะเวลา ของโครงการ
  • CP ALL (Cambodia) Co., Ltd. และ CP ALL LAOS CO., LTD. (บริษัทย่อยทางอ้อม ถือหุ้นในสัดส่วน 100% โดย Albuera International Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ที่บริษัทฯ ถือหุ้น 100%) ได้เข้าทําสัญญาแฟรนไชส์หลัก กับ 7-Eleven, Inc. สําหรับดําเนินการร้าน 7-Eleven ในประเทศกัมพูชา และในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ตามลําดับ โดยสัญญาทั้ง 2 ฉบับได้รับสิทธิ แฟรนไชส์เป็นระยะเวลา 30ปี และต่ออายุสัญญาได้อีกสองครั้ง ครั้งละยี่สิบปี เช่นเดียวกัน
  • ได้รับคัดเลือกให้เข้าเป็นสมาชิกในดัชนีหุ้นยั่งยืน ThailandSustainability Investment (THSI) ในกลุ่มบริการ (Services) ซึ่งคัดเลือกโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
  • ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices) หรือ DJSI จากการประเมินประสิทธิผลการดําเนินธุรกิจตามแนวทาง การพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนําระดับโลก ประจําปี 2020 โดย S&P Dow Jones Indices และ RobecoSAM ในกลุ่มอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing ทั้งในกลุ่ม World Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (2018-2020) และ Emerging Markets Index ต่อเนื่อง เป็นปีที่ 4 (2017-2020)
  • ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในดัชนี FTSE4Good Index ในกลุ่ม Food & Drug Retailers ซึ่งจัดโดย FTSE Russell ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (2018-2020)“2020 Thailand’s Most Admired Brand และ Why We Buy???” ประเภทร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ในฐานะแบรนด์ที่สามารถครองความน่าเชื่อถืออันดับ 1 นับเป็นปีที่ 8 ติดต่อกันได้รับรางวัลองค์กรที่ได้รับความนิยมในฐานะองค์กร เพื่อสิ่งแวดล้อม “Green Brand Love” จัดขึ้นโดย วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) อันเป็นผลการตัดสินจากเสียงของผู้บริโภคทั่วประเทศ ได้รั

ปี 2564

  • เปิดร้าน 7-Eleven ครบ 13,000 สาขา
  • บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1 และ 2/2564 จํานวนรวม 87,900 ล้านบาท เพื่อชําระหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน และออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะ คล้ายทุน ครั้งที่ 1/2564 จํานวน 10,000 ล้านบาท เพื่อไถ่ถอนหุ้นกู้ ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ครั้งที่ 1/2559
  • บริษัทฯ ได้ปรับโครงสร้างการลงทุนในบริษัท ออลล์ นาว แมนเนจเม้นท์ จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย โดยการขายหุ้นเดิมในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 90 ของทุนจดทะเบียน ซึ่งเป็นผลให้สิ้นสภาพของบริษัทย่อยvองบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงถือหุ้นทางตรงในบริษัทดังกล่าวร้อยละ 10
  • บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดของบริษัท เอ้ก ดิจิทัล จํากัด ซึ่งประกอบธุรกิจพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ รับจ้างทําสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ และบริการข้อมูลอื่นๆ
  • เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม บริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) (“Makro”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เข้าลงทุนในบริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (“Lotus’s”) ด้วยวิธีรับโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) จากบริษัท ซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จํากัด (“CPRH) โดย Makro ให้ผลตอบแทนแก่ CPRH เป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน ทอง Makro แทนการชําระด้วยเงินสด (Payment in Kind) สําหรับ การเข้าทํารายการดังกล่าว ซึ่งต่อมา CPRH ได้ดําเนินการจดทะเบียน เลิกบริษัท และส่งมอบหุ้น Makro ที่ CPRH ได้รับเป็นค่าตอบแทน การโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ผู้ถือหุ้นของ CPRH ซึ่งประกอบด้วย บริษัทฯ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จํากัด และบริษัท ซี.พี. เมอร์แชนไดซึ่ง จํากัดตามสัดส่วนการถือหุ้น และผู้ถือหุ้นทั้ง 3 ราย ได้ร่วมดําเนินการ
  • จําหน่ายหุ้นสามัญที่ตนถืออยู่ใน Makro บางส่วนพร้อมกับการทํา Public Offering ของ Makro โดยดําเนินการตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มการกระจายการถือหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้น รายย่อยของ Makro ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการทํา Public Offering ของ Makro แล้ว บริษัทฯถือหุ้น Makro ในสัดส่วนคงเหลือร้อยละ 59.92 ของหุ้นที่ออกจําหน่ายแล้วทั้งหมด และ Makro เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ
  • ได้รับคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ กลุ่ม World Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในกลุ่มอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing รวมถึงเป็นสมาชิกในกลุ่ม Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 พร้อมทั้งเป็นผู้นําอุตสาหกรรม (Industry Leader)
  • ได้รับคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิก FTSE4Good Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมในทุกมิติ
  • ได้รับผลการสํารวจการกํากับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CSR) โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ระดับ 5 ดาว หรือเกณฑ์ดีเลิศ (Excellent)
  • ได้รับรางวัล SET Awards 2021 ในกลุ่ม Sustainability Excellence ประเภท Highly Commended in Sustainability Awards และเป็น สมาชิกในดัชนีหุ้นยังยืน Thailand Sustainability Investment (THSI) ในกลุ่มบริการ (Services) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
  • ได้รับรางวัล IR Magazine Awards – South East Asia 2021 ประเภท “Best Overall Investor Relations (Large Cap)” ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

สีแดง

The Sincere Bright Red

สีแห่งความรักและความจริงใจ
ที่ ซี พี ออลล์ มอบให้กับกลุ่ม
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

สีฟ้า

The Creative Sky Blue

สีแห่งความคิดสร้างสรรค์
ทางความคิด การขยายตัวทางธุรกิจ
และก้าวไปข้างหน้า

สีเขียว

The Caring Gentle Green

ความสงบสุข การดูแลเอาใจใส่
ให้ได้รับความสุข ความสะดวกสบาย
ความปลอดภัย

สีน้ำเงินสด

The Sustainable Bright Blue for CP ALL

ความมั่นคง ความยั่งยืนขององค์กร
ซี พี ออลล์

ตราสัญลักษณ์องค์กร

Design Concept แนวคิดด้านการออกแบบ

Convenience without Boundary : ความสะดวกไร้ขอบเขต

Visual Concept แนวความคิดทางด้านกายภาพ

Always, All Blossom ทุกความสุขผลิบาน…ทุกเวลา