เจาะชีวิตแม่สมานเพชรบุรี จากแม่ค้าหาบเร่จบ ป.4 สู่เจ้าของขนมไทยพื้นบ้านขายผ่านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วไทย

  >  ข่าวสาร เอสเอ็มอี   >   เจาะชีวิตแม่สมานเพชรบุรี จากแม่ค้าหาบเร่จบ ป.4 สู่เจ้าของขนมไทยพื้นบ้านขายผ่านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วไทย

“กลุ่มขนมหวานพื้นเมืองแม่สมาน” โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ กลุ่มสตรีขนมหวานพื้นเมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่ ณ ตำบลห้วยโรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 60 คน ก่อตั้งในปี พ.ศ.2544 เป็นแหล่งผลิตขนมหวานหลายชนิด ที่เป็นของฝากพื้นเมืองเพชรบุรีที่อร่อยถูกใจผู้รับ สร้างรายได้หลักให้คนในชุมชนเป็นอย่างดีและได้รับความไว้วางใจเรื่องรสชาติความอร่อยมาช้านาน ได้จดทะเบียนเป็นขนมไทยโอท็อประดับห้าดาวของอำเภอเขาย้อย

 

 

สำหรับอาหารว่างทานเล่น อาทิ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ขนมผิง ลูกอมกะทิภายใต้แบรนด์ “เพชรบ้านแจม” ของ “กลุ่มขนมหวานพื้นเมืองแม่สมาน” สินค้าทั้งสามชนิดนี้ได้วางจำหน่ายภายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น นับเป็นอีกหนึ่งสินค้าคุณภาพที่ผู้บริโภคให้การตอบรับอย่างดีและมียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากความอร่อย สด สะอาดแล้วยังไร้สารกันบูดและเก็บรักษาได้ยาวนานนอกจากนี้ภายใต้แบรนด์ “แม่สมาน” ยังมีขนมไทยอีกมากมายกว่า 20 ชนิด เช่น ขนมหม้อแกง ถั่วตัด ข้าวเหนียวตัด บ้าบิ่น ใส่ไส้ ขนมชั้น กาละแม ฯลฯ ที่เป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว และได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งจากลูกค้าในและต่างประเทศ โดยปลายปี 2558 นี้คาดว่าขนมไทยแม่สมานจะขยายตลาดไปสู่สินค้าฮาลาล ส่งออก ณ ประเทศมาเลเซียอีกด้วย

 

 

   สมาน กลิ่นนาคธนกร ประธานกลุ่มขนมหวานพื้นเมืองแม่สมานและเจ้าของโรงงานทำขนมหวานเมืองเพชร หรือที่เรียกกันว่าป้าสมาน วัย 65 ปีเล่าให้ฟังถึงเส้นทางการเข้าสู่ธุรกิจขนมไทยว่า “เป็นคนห้วยโรงแต่กำเนิด เดิมมีฐานะยากจน เรียนหนังสือจบเพียงชั้น ป.4 ช่วงอายุประมาณ 25 ปีเคยเป็นแม่ค้าขายข้าวมันส้มตำหาบเร่ภายในเมืองเพชรบุรีเลี้ยงดูบุตรสามคน ต่อมาได้มองเห็นช่องทางขายขนมหวาน เพราะเห็นว่าหลายร้านไม่พอจำหน่าย โดยเฉพาะขนมหม้อแกงที่ขึ้นชื่อของเมืองเพชร ซึ่งน่าจะสร้างรายได้ที่ดีกว่า จึงเริ่มต้นหัดทำแบบลองผิดลองถูกเรื่อยมาเริ่มจากขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ข้าวต้มมัด ตะโก้ ข้าวหลาม ขนมหม้อแกง ฯลฯ ในช่วงแรกยังไม่อร่อยนัก แต่ได้รับคำติชมจากลูกค้ามาปรับปรุงจนกระทั่งพบความสำเร็จ กลายเป็นขนมดังเจ้าอร่อยที่ขายดีในเวลาต่อมา เคล็ดลับสำคัญคือการใช้วัตถุดิบที่สดใหม่เสมอ ไม่ใส่สารกันบูดและทำวันต่อวันเท่านั้น”

 

 

 

 

เมื่อกิจการเริ่มดีขึ้น มีลูกค้ามากขึ้น ในปี 2527 มีคนสนใจสั่งขนมไทยไปขายที่สหรัฐอเมริกาญี่ปุ่น ฯลฯ ป้าสมานจึงได้พัฒนาโรงงานให้มีมาตรฐานมากขึ้นได้รับมาตรฐานต่างๆ อาทิ อย. GMP (เบื้องต้น) มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และฮาลาล เป็นต้น ต่อมาในปี 2550 มีคนชวนให้นำขนมไปขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น รู้สึกสนใจมาก เพราะมองว่าร้านเซเว่น อีเลฟเว่นมีสาขาทั่วประเทศ แต่เนื่องจากไม่มีความรู้เลย จึงเข้าไปขอคำปรึกษาจากทีมงานของเซเว่นฯ ซึ่งได้ให้คำแนะนำปรึกษาที่ดีมากและคอยอยู่เคียงข้างมาตลอด จนกระทั่งข้าวแต๋นน้ำแตงโม สินค้าชิ้นแรก ได้วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ในปี 2552 และตามด้วยสินค้าอีกสองชนิดอย่างต่อเนื่องคือ ขนมผิง และลูกอมกะทิซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีทั้งหมดอยู่ภายใต้ผลิตภัณฑ์ชื่อใหม่ว่า “เพชรบ้านแจม”

 

 

       “เซเว่นฯ ให้คำปรึกษาทุกอย่าง ทุกขั้นตอนจริงๆ เพราะป้าไม่มีความรู้เลย ความรู้น้อยก็ได้ทีมงานคอยช่วยเหลือมาตลอด ตั้งแต่เรื่องการนำผลิตภัณฑ์วางจำหน่าย ซึ่งเซเว่นฯ แนะนำให้ป้าทำข้าวแต๋นน้ำแตงโม เนื่องจากเพชรบุรีมีน้ำตาลโตนดที่ขึ้นชื่อและเป็นสินค้าที่สามารถเก็บรักษาได้นาน จึงไปหาที่เรียนและพัฒนากลับมาให้ทางบริษัทฯ ทดลองชิมและทดสอบจนกระทั่งผ่าน จุดเด่นคือมีรสชาติเป็นน้ำแตงโมแท้ไม่หวานจัด มีรสเค็มรสมันบ้างด้านในไม่เป็นไต กรอบ ไม่เหนียวติดฟัน ส่วนขนมผิงครั้งแรกที่เสนอไป ผลตอบรับคือแข็งไปและมีกลิ่นควันไฟ ป้าจึงไปเรียนเคล็ดลับการทำใหม่ ซึ่งสามารถแก้ข้อเสียนี้ได้ และยังได้รสชาติที่อร่อยขึ้น กรอบและละลายในปาก ส่วนลูกอมกะทิ เม็ดขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป รสชาติหวานมันพอดีมะพร้าวทำเอง และใช้น้ำตาลโตนด ไม่ใช้น้ำตาลทราย เป็นต้น”

 

 

 

 

ป้าสมานยังเล่าอีกว่านอกจากนี้ เซเว่นฯ ยังให้คำแนะนำเรื่องหีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่ต้องมีสีสันดึงดูดใจ เรื่องการตั้งราคาจำน่าย ปริมาณสินค้า กำลังการผลิตที่จะมีกำลังทำได้ พร้อมตามไปตรวจโรงงานและแนะนำเรื่องมาตรฐานต่างๆ จะเน้นเรื่องสุขอนามัยและความสะอาดเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องขนมสดที่มีจำหน่ายอยู่แล้ว ทางทีมงานเซเว่นฯ ก็ให้ข้อแนะนำว่าควรต้องมีการชิมทุกครั้งเพื่อป้องกันความผิดพลาด เนื่องจากอาศัยแรงงานเป็นหลัก ซึ่งก็มีการผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริงแม้จะมีการชั่งตวงแล้วก็ตาม เป็นการเตือนและกระตุ้นที่ได้ผลและช่วยป้องกันการสูญเสียอย่างมาก เรียกได้ว่า เซเว่นฯ สอนให้ทุกอย่าง เพราะป้าเรียนน้อยไม่มีความรู้เลย จากที่ไม่เคยรู้เลยก็ได้มีความรู้มากขึ้น และก็ยินดีทำตามคำแนะนำมาตลอด ทำให้พบกับความสำเร็จในทุกวันนี้และเป็นกิจการที่ได้มาตรฐานมากกว่าที่เป็นอยู่เดิม ได้รับการยอมรับมากขึ้น ขอขอบคุณเซเว่นฯ ที่เป็นส่วนสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของป้า

 

 

ปัจจุบัน ภาพรวมยอดทำขนมของ “กลุ่มขนมหวานพื้นเมืองแม่สมาน” มีเป็นหลักแสนชิ้นต่อเดือน ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มสมาชิกประมาณกว่า 60 คนให้มีงานทำอย่างยั่งยืน ป้าสมานได้แนะนำผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่สนใจอยากนำผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายภายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นด้วยว่า ก่อนอื่นควรทำให้โรงงานได้มาตรฐานก่อนในทุกๆ เรื่อง เพราะทางบริษัทฯ จะมีการมาตรวจดูโรงงานและหากรสชาติอร่อยด้วยแล้ว ก็นำอาหารนั้นเข้าไปปรึกษากับเซเว่นฯ ได้เลย ซึ่งทางบริษัทฯ จะให้คำแนะนำที่ดีว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป ทีมงานพูดจาดีทุกคนและยินดีช่วยเหลือเต็มที่ด้วยความจริงใจ ขอเพียงแค่ขยัน อดทน สู้ และอย่ายอมแพ้เท่านั้น

 

ป้าสมานยังทิ้งท้ายด้วยว่า จากชีวิตที่เคยลำบากยากจน ไม่เคยมีกินมีใช้ ต้องต่อสู้เพื่อลูกเพื่อครอบครัวแต่สามารถส่งลูกทั้งสามคนเรียนจบปริญญาตรีได้และกลับมาช่วยสานต่อธุรกิจครอบครัว รู้สึกว่าชีวิตประสบความสำเร็จแล้ว หายเหนื่อยแล้ว แต่สิ่งที่ยึดเป็นหลักอยู่เสมอคือ “ต้องเป็นผู้ให้ก่อนที่จะเป็นผู้รับ ต้องซื่อสัตย์ ทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง และมีคุณธรรมประจำใจ” เพราะมันจะสะท้อนกลับมาให้เจอแต่สิ่งที่ดีงาม แม้ป้าจะไม่มีโอกาสได้เรียนสูง แต่ก็ดีใจที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือคนในชุมชนให้มีงานทำอย่างยั่งยืนได้สร้างกลุ่มอาชีพที่มีความเข้มแข็งเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงอยากเป็นตัวอย่างและกำลังใจให้กับคนที่กำลังท้อแท้ให้กลับมาสู้ใหม่ เพราะวันหนึ่งข้างหน้า อาจพบกับความสำเร็จก็ได้

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ได้ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยเกือบ 500 ราย ในการเป็นช่องทางจัดจำหน่าย และมีสินค้าเอสเอ็มอีที่จำหน่ายผ่านร้านเซเว่น  อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง กว่า 6,300 รายการ สำหรับผู้ที่สนใจนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย สามารถติดต่อสำนักจัดซื้อ โทร. 02-677-9000 หรือ www.cpall.co.th หรือที่ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง โทร 02-711-7666