การจัดการด้านอนุรักษ์พลังงาน

  >  การจัดการด้านอนุรักษ์พลังงาน

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงาน เพราะพลังงานเกี่ยวข้องกับทั้งการดำเนินธุรกิจ การดำเนินชีวิตประจำวันของผู้บริโภค อีกทั้งการใช้พลังงานยังส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก (Climate Change) และเนื่องด้วยบริษัทดำเนินธุรกิจร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง จึงมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าสูง ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบดังกล่าวด้วยการส่งเสริมและผลักดันหน่วยงานต่างๆในองค์กร ให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในหน่วยงานและการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการพัฒนานวัตกรรมหรือมาตรการใหม่ๆ เพื่อลดการใช้พลังงานโดยรวม ตลอดจนมีความพยายามเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดและส่งเสริมกิจกรรมคาร์บอนต่ำ ทั้งนี้การดำเนินการภายใต้ความมุ่งของเราในเรื่องดังกล่าว ก่อให้เกิดการริเริ่มด้านการอนุรักษ์พลังงานผ่านโครงการต่าง ๆ

เป้าหมาย และผลการดำเนินงานเทียบเป้า

* ค่าคาดการณ์การใช้พลังงานที่ใช้แล้วหมดไปทั้งหมด โดยมีสมมุติฐานเพิ่มขิ้นร้อยละ 9 ต่อปี นับจากฐานปี 2561

** เป้าหมายการใช้พลังงานทดแทนสะสมในปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 1,500 (15  เท่า) จากฐานปี 2561

หมายเหตุ : พลังงานที่ใช้แล้วหมดไปทั้งหมด = พลังงานที่ใช้แล้วหมดไป + พลังงานไฟฟ้า

ประโยชน์ที่ได้รับ

ในปี 2561 สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ได้ทั้งหมด 693.18 กิกะจูล คิดเป็นมูลค่าการประหยัดได้กว่า 577,000 บาท (ประเมินโดยใช้อัตราค่าไฟฟ้า 3 บาทต่อหน่วย)

การดำเนินงาน

Green Stores

บริษัทดำเนินการปรับปรุงระบบและอุปกรณ์ต่างๆในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเป็นโครงการที่จัดอยู่ในกลยุทธ์ย่อย Green Stores เช่น โครงการเปลี่ยนหลอดไฟเป็นชนิด LED โครงการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเป็นประเภท Inverter โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพคอยล์เย็นสำหรับตู้แช่แข็งขนาดใหญ่โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และโครงการปรับปรุงระบบทำความเย็นของตู้แสดงสินค้าชนิดไร้บานประตู นอกจากนี้บริษัทยังได้พัฒนาโครงการร้านเซเว่นอีเลฟเว่นสำเร็จรูปที่ผลิตโครงสร้างจากโรงงาน (Knock Down) ซึ่งใช้วัสดุเปลือกอาคารที่กันความร้อน ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ ลดมลพิษหน้างาน และไม่ก่อให้เกิดเศษขยะจากการก่อสร้าง ซึ่งมีความคืบหน้าดังภาพ

การใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานให้ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

 

ร้านต้นแบบประหยัดพลังงาน สาขาธาราสแควร์

ร้านต้นแบบประหยัดพลังงาน ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาธาราสแควร์ ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นร้านสะดวกซื้อแห่งแรกในประเทศไทยและอาเซียน ที่ได้รับการรับรองอาคารเขียวระดับแพลตตินัม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากสถาบันอาคารเขียวไทย ตามมาตรฐานการประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและก่อสร้างอาคาร การบริหารจัดการอาคาร ผังบริเวณและภูมิทัศน์ การประหยัดน้ำ พลังงานและบรรยากาศ วัสดุและทรัพยากรในการก่อสร้าง คุณภาพของสภาวะแวดล้อมในอาคารการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ในร้านและนวัตกรรมอื่นๆ นอกจากนี้ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นสาขาธาราสแควร์ ยังเป็นร้านสะดวกซื้อแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศ ที่ได้การรับรองการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์และฉลากคาร์บอนตามข้อกำหนดเฉพาะของบริการร้านค้าที่ผู้ซื้อเลือกหยิบของเอง จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เมื่อเดือนกันยายน 2557 โดยปล่อยคาร์บอนจากกิจกรรมทั้งหมด 516 กิโลกรัมต่อปี บริษัทฯ เห็นความสำคัญของนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ตามแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่ระบุว่าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 7-20% ภายในปี 2563 รวมถึงการสนับสนุนตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศ จึงส่งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาธารา-สแควร์ เป็นตัวแทนเข้าร่วมโครงการองค์กรนำร่องภาคบริการ ที่เข้าร่วมการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรและต่อยอดด้วยการชดเชยคาร์บอน โดยบริษัทฯ ได้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปทั้งสิ้น 167 ตัน

ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยียุคดิจิทัล “สาขาธาราพัทยา

ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขา “ธาราพัทยาตั้งอยู่ที่ถนนพัทยาใต้ เป็นสาขาที่มุ่นเน้นด้านนวัตกรรมประหยัดพลังงานและเทคโนโลยียุคดิจิทัล โดยขยายผลจากร้านต้นแบบสาขาธาราสแควร์ และสาขาสาธิต PIM โดยตัวอาคารก่อสร้างตามเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย (Thai’s Rating of Energy and Environmental: TREES) หรือมาตรฐานอาคารเขียว อาทิผนังอาคารใช้คอนกรีตมวลเบาพร้อมติดตั้งผนังกระจกฉนวน (Insulated Glass) ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนและแสง ลดการใช้พลังงานภายในร้าน ตัวอาคารติดตั้งหลังคา Solar Rooftop เพื่อเพิ่มการผลิตพลังงานทดแทน และภายในร้านใช้หลอดไฟ LED ทั้งหมด ซึ่งช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ นอกจากนี้ภายนอกอาคารยังติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ (EV Charger) เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีที่สำหรับจอดรถจักรยาน เพื่อส่งเสริมและลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อีกด้วย

Green Logistics

จากกลยุทธ์ย่อย Green Logistics บริษัทได้นำหลักเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว (Leadership in Energy & Environmental Design: LEED) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาใช้ในการพัฒนาและออกแบบอาคารศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งขณะนี้มีศูนย์กระจายสินค้าที่ได้รับการรับรองอาคารเขียวแล้วจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์กระจายสินค้ามหาชัยและศูนย์กระจายสินค้าชลบุรี และยังมีที่อยู่ในระหว่างขอการรับรองอีก 1 แห่ง

ด้านการขนส่งและการกระจายสินค้า บริษัทมุ่งเน้นด้านการจัดการพลังงานเป็นหลัก ผ่านการดำเนินงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการขนส่งกระจายสินค้า โดยการปรับเปลี่ยนขนาดของรถขนส่งสินค้าให้เป็นรุ่น 4WJ และ 4W Chilled ด้วยเป้าหมายในการลดการใช้เชื้อเพลิงเพื่อการขนส่งได้ 1,428,445 ลิตรต่อปี ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 3,920 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยมีแผนจะขยายผลให้ครอบคลุมทั่วทุกศูนย์กระจายสินค้าและเสร็จสิ้นในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 ซึ่งในปัจจุบันได้ส่งมอบรถขนส่งสินค้าให้กับศูนย์กระจายสินค้าได้แล้วเป็นจำนวน 346 คัน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 72 และคาดว่าจะสามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงเพื่อการขนส่งได้ 1,029,670 ลิตรต่อปี ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2,826 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ทั้งนี้บริษัทยังได้เข้าร่วมในโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จัดตั้งขึ้นโดยใช้โครงการเปลี่ยนหลอดไฟ LED ในร้านค้าส่งสยามแม็คโคร จำนวน 21 สาขา นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการร่วมมือกับบริษัทผู้ขนส่งเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 ซึ่งในปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน

หมายเหตุ

1. นิยามศัพท์

– N/A หมายถึง ไม่มีข้อมูล หรือไม่สามารถเก็บข้อมูลได้

2. มาตรฐานและขอบเขตการคนวณ

การคำนวณเป็นไปตามกรอบการรายงานความยั่งยืน GRI Standard 2018

ปริมาณพลังงาน (จูล) คำนวณจากปริมาณเชื้อเพลิงคูณด้วยค่าการแปลงหน่วย (Conversion Factor) ตามประเภทเชื้อเพลิงที่ใช้ อ้างอิงตามกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

ปริมาณพลังงานที่ใช้ทั้งหมด คือผลรวมของปริมาณพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป ปริมาณพลังงานหมุนเวียน และปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ซื้อจากภายนอก

ค่าความเข้มข้นการใช้พลังงานต่อหน่วยรายได้ ครอบคลุมพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป พลังงานหมุนเวียน และพลังงานไฟฟ้าที่ซื้อจากภายนอก