สารจากประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร

  >  สารจากประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร

ในปีที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ ยังคงก้าวต่อไปอย่างมั่นคงด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาองค์กรให้เกิดความยั่งยืนในทุกด้าน โดยยังคงให้ความสำคัญกับการปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนโลก ส่งผลต่อบทบาทและความสำเร็จของธุรกิจทั้งปัจจุบันและอนาคต สังคมไร้เงินสด กระเป๋าเงินดิจิทัล การให้บริการในรูปแบบที่ล้าสมัย ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยส่งผลให้ ซีพี ออลล์ จาเป็นต้องปรับตัว ไม่ใช่แค่ก้าวให้ทัน แต่ต้องก้าวให้ล้ำหน้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคสมัยที่เทคโนโลยีกาลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ ก็ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อต่อยอดความยั่งยืนขององค์กรตลอดจนขยายไปสู่การบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ การพัฒนาอาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็ง เบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ค้าปลีก การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ การสนับสนุนเพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์กับคู่ค้าและผู้ประกอบการธุรกิจ SME ให้สามารถเติบโตไปด้วยกัน หรือความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน การสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้กับทุกชุมชนและสังคม ทั้งการจ้างงาน ตลอดถึงความร่วมมือในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดังเช่นนโยบาย 7 GO Green ที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ลดภาวะโลกร้อนด้วยการ “ลด และเลิกใช้ถุงพลาสติก” เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สัมฤทธิ์ผลและเป็นประโยชน์ พร้อมด้วยการกากับดูแลกิจการที่ดีตามหลักบรรษัทภิบาล ก็จะทำให้พันธกิจขององค์กรเกิดผลในการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม อันจะเป็นปัจจัยช่วยเพิ่มมูลค่าให้ ซีพี ออลล์ สามารถเติบโตขึ้นได้อย่างยั่งยืนควบคู่กับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาวต่อไป

ในด้านการพัฒนาระบบการศึกษา สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ได้เน้นรูปแบบการเรียนการสอนภาคทฤษฎีควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติในแบบสหกิจศึกษาที่เน้นการปฏิบัติงานในสถานประกอบการอย่างมีระบบ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์สู่ความสำเร็จ เพื่อสร้างศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคล ทำให้สถาบันการศึกษาของปัญญาภิวัฒน์ได้รับรางวัลจากสถาบันต่างๆ มากมาย ดังเช่นในปีที่ผ่านมาวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ได้เข้ารับรางวัล “ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจาปี 2561” จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี โดยการคัดเลือกของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบ “Excellent Model” ในสาขาธุรกิจค้าปลีก เป็นต้น ฯลฯ

จากผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความยั่งยืนในหลากหลายมิติ ทำให้ปี 2561 นิตยสาร Forbes นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ได้คัดเลือกให้ ซีพี ออลล์ จัดอยู่ในลำดับที่ 23 อีกทั้งยังเป็นบริษัทคนไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ติดรายชื่อ 100 บริษัทสุดยอดนวัตกรรมโดยพิจารณาคัดเลือกบริษัทมหาชนจากทั่วโลก อันเปรียบเสมือนการประกาศเกียรติคุณและยังเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของผู้บริหารตลอดจนพนักงานในทุกระดับชั้นของ ซีพี ออลล์ ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมกันพัฒนาองค์กรที่ควรคุณค่าแก่ความภาคภูมิใจ

สุดท้ายนี้ ซีพี ออลล์ จะยังคงยึดมั่นพันธกิจในการบริหารจัดการองค์กรสู่ความเป็นเลิศให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายความยั่งยืนที่ได้ตั้งไว้ รวมทั้งจะต่อยอดความสำเร็จนั้นให้เกิดความต่อเนื่องต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด เพราะซีพี ออลล์ เชื่อมั่นว่า “การพัฒนา” คือ “รากฐาน” ที่สำคัญของความยั่งยืน

ความสำเร็จด้านความยั่งยืนที่ ซีพี ออลล์ ภาคภูมิใจในปีนี้ คือ การได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทชั้นนำในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (DJSI Emerging Markets) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และระดับโลก (DJSI World) เป็นปีแรกในหมวดอุตสาหกรรมธุรกิจค้าปลีกอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค (Food & Staples Retailing) ประจำปี 2561 นับเป็นบริษัทไทยเพียงแห่งเดียวที่ผ่านการคัดเลือกในหมวดอุตสาหกรรมนี้ และบริษัทยังได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกใน FTSE4Good Index ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานของบริษัทที่คำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ที่จัดขึ้นโดย Financial Times Stock Exchange Group (FTSE) โดยได้รับการคัดเลือกทั้งในกลุ่มตลาดเกิดใหม่(FTSE4Good Emerging Index) และกลุ่มตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (FTSE4Good ASEAN 5 Index) นอกจากนี้ ยังได้รับคัดเลือกให้เข้าเป็นสมาชิกในดัชนี Thailand Sustainability Investment (THSI) คัดเลือกโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งพิจารณาจากผลการดำเนินกิจการในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

บริษัทมีการปรับปรุงแผนกลยุทธ์ขององค์กรที่กำหนดไว้ครอบคลุมปี 2561-2565 และยังคงดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ฉบับดังกล่าว โดยผนวกปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์ และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” (Giving and Sharing Opportunity) กับแนวทางด้านความยั่งยืนตามหลักการสากลให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการประกอบธุรกิจ ภายใต้โครงการต่าง ๆ อาทิ การเข้าไปช่วยเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานเข้ามาจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น การริเริ่มการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ตามหลักการชี้แนะเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับธุรกิจ ตามกรอบงานองค์การสหประชาชาติในการคุ้มครอง เคารพ และการเยียวยา (Guiding Principles on Implementing the UN Protect, Respect, Remedy Framework for Business and Human Rights)

บริษัทมีความคืบหน้าในการขยายขอบเขตการดำเนินงานด้านความยั่งยืนโดยส่งเสริมความรับผิดชอบตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าด้วยความร่วมมือของคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมค้าปลีก รวมถึงสร้างความตระหนักด้านความยั่งยืนให้กับกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสไปกับบริษัทภายใต้โครงการต่าง ๆ พร้อมส่งต่อโอกาสไปสู่ชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป