ความยั่งยืน

การบริหารจัดการนวัตกรรม

นวัตกรรมสร้างปัญญา เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2563

ความเสี่ยงและโอกาส


การพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้บริโภค บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาตนเองและองค์กรอยู่เสมอ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมและปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะภายใต้ภาวะวิกฤตต่าง ๆ อาทิ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในปีที่ผ่านมา ที่ส่งผลต่อการสร้างแนวทางวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) และการบริโภครูปแบบใหม่ผ่านทางเทคโนโลยีดิจิทัลมากยิ่งขึ้น บริษัทจึงสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถส่งเสริมความรวดเร็ว ความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค ครอบคลุมทุกด้านของการดำเนินงานรวมทั้งคำนึงถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการเติบโตทางธุรกิจ

แนวทางการดำเนินงาน


บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนางานวิจัย และเทคโนโลยี พร้อมทั้งมุ่งดำเนินงานเพื่อไปสู่การเป็นองคก์รชั้นนำแห่งการบริหารจัดการนวัตกรรมแห่งอนาคตในด้านต่าง ๆได้แก่ ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างสรรค์การบริการและขั้นตอนในการปฏิบัติงานขององค์กร เพื่อส่งเสริมคุณค่าให้กับประเทศ องค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้บริษัทยังสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกองค์กร โดยการกำหนดกรอบและแนวทางการดำเนินงานผ่านแนวทาง  3 แนวทาง ดังภาพ

1) การดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรม 

  • สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Science Technology and Innovation Development Office: STIDO) ทำหน้าที่ขับเคลื่อนขีดความสามารถ และบทบาทด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขององค์กร ผ่านการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนา การคิดค้นและถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ๆ พร้อมขยายผลไปสู่การดำเนินธุรกิจตามยุทธศาสตร์ขององค์กร
  • บริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด  เป็นศูนย์กลางข้อมูลความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนารวมถึงศูนย์กลางการทดสอบ เพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้กลุ่มธุรกิจ ซีพี ออลล์เครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัทอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการประสานงานความร่วมมือด้านวิจัย พัฒนากับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน
  • สำนักพัฒนาและประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ ทำหน้าที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม อาทิ อาหารมื้อหลัก อาหารมื้อรอง เบเกอรี่  ผัก ผลไม้  และเครื่องดื่ม  รวมถึงพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

2) การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัล

บริษัทมีหน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้กำกับดูแลทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กร พร้อมทั้งดำเนินงานเพื่อสร้างความตระหนักเรื่องความเสี่ยงต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับพนักงานในองค์กร ตลอดจนการปรับปรุงการตรวจสอบความผิดปกติของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดระยะเวลาในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในกรณีที่เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ ได้มีการจัดตั้งศูนย์รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ พัฒนาระบบการดำเนินงานนวัตกรรมต่าง ๆ ด้านผลิตภัณฑ์และการบริการขององค์กร รวมถึงด้านการกำกับดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีกลยุทธ์ในการยกระดับการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมด 5 ส่วน  ดังภาพ

พร้อมทั้งมีการกำหนดกลยุทธ์ความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อดำเนินงานวิเคราะห์ความเสี่ยงและปรับปรุงนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้สอดคล้องกับกฎหมายด้านความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

3) วัฒนธรรมนวัตกรรม (Innovation Culture)

บริษัทสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมให้กับพนักงาน รวมทั้งสร้างบรรยากาศการทำงานให้พนักงานได้เกิดแนวคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ โดยบริษัทได้จัดเวทีประกวดโครงการนวัตกรรมภายใน เพื่อส่งเสริมผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติแก่กัน รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับคู่ความร่วมมือภายนอกองค์กร เพื่อส่งเสริม ให้นำความรู้จากภายนอกองค์กรมาประยกุต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจ ทำให้พนักงานสามารถสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่า และสร้างแนวคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้แก่บริษัทต่อไป  โดยบริษัทแบ่งการประกวดโครงการนวัตกรรมออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

โครงการนวัตกรรมที่สำคัญ ปี 2563


โครงการ นวัตกรรมฟิล์มปิดผนึกพิมพ์ลาย

วัตถุประสงค์

  • เพิ่มยอดขายสินค้ากลุ่มอาหารไทยแช่เย็น จากการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกักเก็บกลิ่นความหอมของสินค้า
  • ลดปริมาณการใช้พลาสติก พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ลดปริมาณการสร้างขยะจากการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ

  • สร้างยอดขายให้กับองค์กร (จากยอดขายเมนู ข้าวกะเพราหมูสับ  ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว  ข้าวพะแนงหมูไข่เจียว  ข้าวผัดปู   ผัดซื้ออิ๊วหมู)
  • นำความรู้ด้านนวัตกรรมไปต่อยอดในการพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง
  • ลดปริมาณการสร้างขยะจากการใช้สติกเกอร์

ที่มาและความสำคัญ : รู้ไหมว่าทำไมข้าวกะเพราหมูของซีพีแรมถึงไม่เหมือนใคร และยังเป็นเมนูยอดฮิต ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามาจนถึงปัจจุบัน เพราะทางซีพีแรมมีความพยายาม และใส่ใจในการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุด กว่าจะได้มาเป็นข้าวกะเพราหมู ซึ่งมีผลงานการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 ปี และสิ่งที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมนูข้าวกะเพราหมูซีพีแรม นั่นก็คือ กลิ่นหอมของใบกะเพรา เพราะกลิ่นเป็นส่วนที่สำคัญที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทาน แต่ทำไมสินค้าหลังอุ่นด้วยไมโครเวฟที่ร้านถึงไม่หอมเหมือนผัดเสร็จใหม่ ๆ ทางทีมงานจึงพัฒนาฟิล์มบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกักเก็บกลิ่นนั้นไว้ให้เหมือนเสิร์ฟใหม่จานต่อจานถึงมือผู้บริโภค สามารถพิมพ์ลายสวยงามได้ มีความใส antifog มองเห็นสินค้าได้ชัดจน และในการเปิดรับประทาน ต้องลอกง่าย เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมของฟิล์ม นอกจากนั้นยังต้องพัฒนากระบวนการให้กลายเป็น Mass Production เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับสินค้า และมีการขยายไปยังเมนูใหม่ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว, ข้าวพะแนงหมูไข่เจียว, ข้าวผัดปู และผัดซีอิ๊ว ที่สามารถกักเก็บกลิ่นหอมที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของอาหารแต่ละเมนู

อีกทั้งแนวทางการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของซีพีแรม ได้นำแนวคิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การนำความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้ในการพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค คำนึงถึงนโยบายบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนขององค์กร ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทางทีมงานจึงได้มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยใช้หลักการ 3R (Reduce Reuse and Recycle: 3Rs) มาเป็นแนวคิดและแนวทางในการปฏิบัติ โดยคำนึงถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยชิ้น ลดปริมาณการใช้พลาสติกตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตบรรจุภัณฑ์ การนำมาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า จนถึงปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการใช้บรรจุภัณฑ์

ความเป็นนวัตกรรมปี 2018

ปี 2018 (ส.ค.) – 2021 (ม.ค.-พ.ค.) : จำหน่ายสินค้าข้าวกะเพราหมูฟิล์มปิดผนึกพิมพ์ลาย

ปี 2020 – 2021 : ขยายการไปยังเมนูใหม่ๆ อีก 4 เมนู (ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว, ข้าวพะแนงหมูไข่เจียว, ข้าวผัดปู และผัดซีอิ๊ว)

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • สร้างยอดขายให้กับองค์กร ปี 2563 กว่า 1,877 ล้านบาท (จากยอดขายเมนู ข้าวกะเพราหมูสับ  ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว  ข้าวพะแนงหมูไข่เจียว  ข้าวผัดปู   ผัดซื้ออิ๊วหมู)
  • ลดปริมาณการสร้างขยะจากการใช้สติกเกอร์

รายละเอียด

2018 (ส.ค.-ธ.ค.)

2019

2020

1. ลดปริมาณการใช้พลาสติก

1.35 ตัน

2.10 ตัน

11.95 ตัน

2. ลดปริมาณการสร้างขยะจากกรใช้สติกเกอร์

4.5 ล้านชิ้น

7 ล้านชิ้น

39.8 ล้านชิ้น

โครงการนวัตกรรมแบบปิด (Close Innovation)

โครงการการตรวจนับด้วยเสียงสังเคราะห์

วัตถุประสงค์ ลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

จากภาระหน้าที่และการใช้กำลังของพนักงานจำนวนมากในการตรวจนับและจัดการสินค้า รวมทั้งการตรวจนับทรัพย์สินภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หน่วยงานบัญชีธุรกิจค้าปลีก จึงได้ปรับวิธีจากเดิมที่ใช้นิ้วกดแป้นตัวเลขบนเครื่อง Personal Digital Assistant (PDA) มาเป็นการใช้เสียงสั่งการและรับฟังเสียงตอบกลับจากเครื่อง Smart Phone แทน ทำให้สะดวกในการตรวจนับสินค้า ตลอดจนมีความถูกต้องรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

โครงการ Smart Employment Certificate

วัตถุประสงค์  ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน

บริษัทมีหน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้กำกับดูแลทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กร พร้อมทั้งดำเนินงานเพื่อสร้างความตระหนักเรื่องความเสี่ยงต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับพนักงานในองค์กร ตลอดจนการปรับปรุงการตรวจสอบความผิดปกติของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดระยะเวลาในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในกรณีที่เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ ได้มีการจัดตั้งศูนย์รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ พัฒนาระบบการดำเนินงานนวัตกรรมต่าง ๆ ด้านผลิตภัณฑ์และการบริการขององค์กร รวมถึงด้านการกำกับดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีกลยุทธ์ในการยกระดับการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมด 5 ส่วน  ดังภาพ

นวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation)

โครงการ ปทุมรักษา กระบวนการวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม ผลงาน คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

วัตถุประสงค์  เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล การตรวจชิ้นเนื้อและการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในโรงพยาบาล

เป็นนวัตกรรมด้านกระบวนการนำส่งชิ้นเนื้อตัวอย่างของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมภายในโรงพยาบาล ระหว่างแพทย์ ผู้ป่วย และห้องแล็บ ให้สามารถวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องแม่นยำรวดเร็ว ทันท่วงที โดยใช้ IoT Platform เพื่อควบคุมและ Monitor ชิ้นเนื้อให้เซลล์คงสภาพสมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ การเคลื่อนย้ายและการขนส่ง การลำดับความสำคัญในการวินิจฉัยของห้องแล็บ และการแจ้งผลกลับไปที่แพทย์ ซึ่งนำไปสู่การวางแผนรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ —>  รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2563