การบริหารจัดการนวัตกรรม

  >  การบริหารจัดการนวัตกรรม

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”)  เชื่อมั่นว่า หนึ่งในหัวใจหลักที่ช่วยให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้าได้ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาคือ การพัฒนาตนเองอยู่เสมอขององค์กร บริษัทเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ครอบคลุมทุกด้านของการดำเนินงานให้เกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งในด้านการกำกับกิจการ สิ่งแวดล้อมและสังคม การส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมของบริษัท เพื่อให้องค์กรมีความก้าวหน้าและเจริญเติบโตได้อย่างมั่นคง สามารถเพิ่มมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมให้กับประเทศ

“เพราะการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทั้งด้านสินค้า บริการ และการดำเนินธุรกิจ คือหัวใจหลักที่ทำให้บริษัทค้นพบ และตอบสนองความต้องการของตลาดรวมถึงการพัฒนารูปแบบใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าและตลาดอยู่ตลอดเวลา”

ความสามารถขององค์กรในการก้าวให้ทันและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน  บนบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) มุ่งเน้นการสร้างรากฐานทางความคิดจากภายในด้วยการสร้างบรรยากาศแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม “สังเกต กระตุ้นให้เกิดการคิดจดบันทึก แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการพัฒนา ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน มีเวทีให้แสดงออกและขยายผล” สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นวัฒนธรรมนวัตกรรม (Innovation culture) ขององค์กรอย่างไรก็ตามบริษัทได้ดำเนินการนวัตกรรมแบบเปิด (Open innovation) ควบคู่กันไปเพื่อให้ได้ความคิดที่หลากหลายและ เปิดกว้างผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทกับหน่วยงานภายนอก การดำเนินการทางด้านนวัตกรรมของบริษัท มุ่งหวังผลการดำเนินการทางด้านนวัตกรรมไม่ใช่เพียงเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด แต่ยังคาดหวังผลการเติบโตของมูลค่า และผลกระทบเชิงบวกที่จะเกิดกับสังคมโดยรวม

บริษัทได้ผลักดันการสร้างนวัตกรรมให้เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมในอนาคต โดยได้กำหนดกรอบและแนวทางการดำเนินงาน ซึ่งสามารถแสดงรายละเอียดดังภาพ

กรอบและแนวทางการจัดการนวัตกรรมของ ซีพี ออลล์

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งในการดำเนินงานของบริษัทที่เป็นการขับเคลื่อนทางด้านนวัตกรรม ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม คือการจัดตั้งโครงการประกวดทางด้านนวัตกรรมจากบุคลากรภายในองค์กรและนวัตกรรมแบบเปิด ซึ่งเกิดจากบุคคลภายนอกองค์กร ซึ่งโครงการต่าง ๆ ได้เริ่มมีจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบัน ตัวอย่างของงานประกวด ได้แก่

  • โครงการเพรสซิเดนท์ อะวอร์ด (President Award) เป็นโครงการที่เน้นการคิดค้นนวัตกรรมภายในของกิจการย่อยในกลุ่ม ซีพี ออลล์ เพื่อค้นหาสินค้า บริการ กระบวนการใหม่ ๆ โดยอาศัยความหลากหลายของธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ของลูกค้าหรือผู้บริโภค รวมทั้งชุมชน สังคมและประเทศชาติ
  • โครงการปลาฝูงใหญ่ (Big Fish) เป็นโครงการเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มาจากร้านสาขาของร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วประเทศและต้องให้บริการกับลูกค้าจำนวนมากในแต่ละวัน โดยเน้นการทำงานแบบ Cross Functional ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ภายใน ซีพี ออลล์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสรรหาสินค้าและบริการ
  • โครงการประกวดความเป็นเลิศด้านกระบวนการ (Process Excellence Award) เป็นโครงการที่ให้ความสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการอนุมัติและการตัดสินใจ เพื่อให้การทำงานที่รวดเร็วและมีคุณภาพ (Speed and Quality) โดยนำระบบ IT เข้ามาช่วยทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อตอบโจทย์ทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวโยง และช่วยให้พนักงานมีความสุข
  • โครงการความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมสำหรับประเทศ Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย (เพื่อเศรษฐกิจ เพื่อสังคม และประเทศชาติ)  “โครงการความร่วมมือขับเคลื่อน นวัตกรรมสำหรับประเทศ” โดย 11 องค์กรระดับประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผลงานวิจัยที่มีอยู่ในแต่ละองค์กร (ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน) รวมไปถึงผู้ประกอบการ SMEs ได้มีช่องทางและตลาด ในการทดสอบหรือทดลองสิ่งใหม่ ๆ  เพื่อยกย่องเชิดชู นักวิจัย และผู้ประกอบการที่สร้างผลงานนวัตกรรม ซึ่งช่วยให้เกิดการพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศ  เพื่อสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐบาลและภาคเอกชน ทั้งในภาคนโยบายและภาคปฎิบัติ อันจะนำไปสู่การก่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อเศรษฐกิจ ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ

ตัวอย่างผลงานสินค้านวัตกรรม “ผักโขมอบชีสแบบไม่ต้องอบ ตรา รีโอส์ เดลิ”

ความเป็นนวัตกรรม

เป็นผลิตภัณฑ์ผักโขมอบชีสรูปแบบใหม่ เพียงอุ่นด้วยไมโครเวฟก็รับประทานได้ โดยไม่ต้องใช้เตาอบ ตอบโจทย์ความรวดเร็วและความสะดวกสบายของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เป็นการคิดค้นสูตรและพัฒนากระบวนการผลิตขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยใช้วัสดุที่ปลอดภัย        แทนถาดอะลูมิเนียมฟอยล์ที่บุบง่ายและอาจเกิดประกายไฟ และสามารถใช้กับไมโครเวฟได้ จากการปรับสูตรโดยการวางแผ่นชีสอบไว้ด้านบน ทำให้เมื่ออุ่นไมโครเวฟด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว จะได้ชีสร้อนที่ยืดได้ยาวมากกว่า 6 นิ้ว ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักโขมอบชีสที่รสชาติอร่อย มีเนื้อและรสสัมผัสแบบต้นตำรับ แต่ไม่ต้องเสียเวลาในการอบแบบเดิม ๆ สามารถหาซื้อได้ง่ายในร้านสะดวกซื้อ

ประโยชน์ที่ได้รับ

  1. กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้รับประทานอาหารอิตาเลี่ยนรสชาติดี มีคุณภาพ ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้
  2. สามารถยืดอายุสินค้าได้ยาวขึ้นจากเดิม 10 วัน เป็น 12 วัน ลดโอกาสการสูญเสียจากสินค้าเสื่อมสภาพ (ลดต้นทุนได้มากกว่า 10%)
  3. สามารถขนส่งและจัดวางสินค้าได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ช่วยลดการสูญเสียจากการบุบของบรรจุภัณฑ์ขณะขนส่ง

มูลค่าทางธุรกิจ

ยอดขายในช่องทางร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น 6 เท่า ภายในระยะเวลา 1 ปี จากเดิม 4.7 ล้านบาท เป็น 30 ล้านบาท

มูลค่าทางสังคม

                ยอดขายของ SME โตขึ้น 6 เท่า ส่งผลให้มีรายได้มั่นคงและมีอัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้น

มูลค่าทางสิ่งแวดล้อม

                ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากการใช้เตาไมโครเวฟแทนเตาอบ โดยปกติเตาอบจะใช้เวลาในการอบประมาณ       30 นาที แต่ในขณะที่เมนูนวัตกรรมผักโขมอบชีสที่บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท แวลู ซอร์สซิ่ง จำกัด      ร่วมต่อยอดพัฒนาให้สามารถปรุงสุกพร้อมรับประทานได้ด้วยเตาไมโครเวฟ  ดังนี้

  • ใช้ระยะเวลาในการอบเพียง 8.30 นาที ส่งผลให้การใช้พลังงานในการปรุงสุกลดลงประมาณร้อยละ 67.74
  • ในปี 2018 สามารถประหยัดพลังงานได้ประมาณ 1.62 ล้านบาทต่อปี
  • ในปี 2018 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 309.12 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

หมายเหตุ: ตัวอย่างผลงานนวัตกรรมอื่นๆ สามารถติดตามได้ที่ http://www.7innovationawards.com/

อีกหนึ่งการดำเนินงานที่มีส่วนในการส่งเสริมการดำเนินงานด้านนวัตกรรมโดยบริษัท ซีพีแรม จำกัด คือโครงการพัฒนาส่งเสริมบุคลากรด้านนวัตกรรมซึ่งแบ่งการดำเนินงานได้เป็น 2 ส่วนหลักคือการพัฒนาบุคลากรตามความต้องการทักษะของแต่ละกลุ่มและการสนับสนุนและกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมด้วยการให้รางวัลตามการเลื่อนขั้นและคะแนนสะสมของนวัตกรที่ได้รับหากชนะการประกวดระดับต่าง ๆ ด้วยนวัตกรรมของตนเอง ปัจจุบันมีนวัตกรจากโครงการทั้งหมด 65 ราย และมีโครงการนวัตกรรมที่นำมาใช้ดำเนินงานในบริษัท ซีพีแรม จำกัด เช่น โครงการระบบการเบิกสินค้าออนไลน์ที่ช่วยให้สามารถลดขั้นตอน และระยะเวลาในการทำงานและลดการขาดส่งสินค้า และโครงการชั่งเร็ว จ่ายไว ที่ช่วยลดขั้นตอน เวลา และความผิดพลาดในการทำงาน เป็นต้น

ผลการดำเนินงานขับเคลื่อนนวัตกรรมต่าง ๆ สามารถคำนวณเป็นมูลค่าเพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ซึ่งในปี 2561 มีผลการดำเนินงานด้านนวัตกรรมที่แสดงเป็นมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ ดังนี้

* นวัตกรรมแบบปิดรวบรวมและประเมินมูลค่าเพิ่มต่อองค์กร จากโครงการการประกวดนวัตกรรมปลาฝูงใหญ่ President Award และ Process Excellence Award

** นวัตกรรมแบบเปิดรวบรวมและประเมินมูลค่าทางการค้าขายที่เกิดขึ้น กับระบบเศรษฐกิจของประเทศจากโครงการการประกวดนวัตกรรม 7 Innovation Awards

                บริษัทได้จัดตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Science Technology and Innovation Development Office: STIDO) เพื่อกำกับดูแลและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยี นำไปสู่การขยายผลต่อยอดไปสู่นวัตกรรมของสินค้าและบริการ รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานภายในบริษัท เช่น การวิจัย และพัฒนา คิดค้น ถ่ายทอด และติดตามความเป็นไปของเทคโนโลยี ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในปี 2561 บริษัทมีการลงทุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท โดยการดำเนินงานของ STIDO ประกอบไปด้วยศูนย์เทคโนโลยี จำนวน 7 ศูนย์ ประกอบด้วย

                นอกจากนี้บริษัทยังมีหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการ ดูแลระบบความปลอดภัยให้กับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมี เป้าหมายหลัก 3 ข้อ ได้แก่ การสร้างการรับรู้ให้กับพนักงาน ถึงความเสี่ยงต่าง ๆ จากภายนอกองค์กรที่อาจทำให้เกิดข้อขัดข้อง ทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การลดระยะเวลาในการรับรู้ และตรวจสอบความผิดปกติของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการลดระยะเวลาในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ หน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ยังมีการพัฒนาศูนย์ รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์เพื่อพัฒนาการดำเนินงาน และนวัตกรรมต่าง ๆ รวมถึงในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับ ดูแล หน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ยังมีวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับการดำเนินงานในภาพรวมทั้งหมด 6 ส่วน ได้แก่