การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2563

ความท้าทาย


งานวิจัยหลากหลายบ่งชี้ว่าภายในระยะเวลาช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากธุรกิจต่าง ๆ มีการใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิตและการดำเนินงานที่ลดลง อีกทั้งสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) รายงานว่ามีการลดใช้พลังงานทั่วโลกถึงร้อยละ 6 หรือเทียบเท่ากับการงดใช้พลังงานของประเทศอินเดียทั้งประเทศ โดยถือเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ครั้งใหญ่ของโลก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดังกล่าว ยังถือว่าไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่การเปลี่ยนแปลงในกระบวนการผลิตและด้านพลังงานจึงจะนับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างแท้จริง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของ สภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทเล็งเห็นถึง ความสำคัญของการปรับตัว การเพิ่มสัดส่วนการใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การรณรงค์ส่งเสริมเพื่อลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง การริเริ่มนำแนวทางการหมุนเวียนทรัพยากรมาใช้เป็นต้น ซึ่งยังคงต้องมีการสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

แนวทางการดำเนินงาน


บริษัทดำเนินงานด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านคณะอนุกรรมการพัฒนาความยั่งยืนในการกำกับดูแลและขับเคลื่อนคณะทำงานเฉพาะด้านที่หลากหลาย เช่น คณะทำงานเซเว่น โก กรีน  คณะทำงานเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน  คณะทำงานติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคา คณะทำงานปลูกไม้ยืนต้นเพื่อชุมชนยั่งยืน เป็นต้น เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการให้เป็นไปอย่างคล่องตัวและตรงตามกลยุทธ์ “เซเว่น โก กรีน” ส่งผลให้เกิดการดำเนินการเชิงประจักษ์ในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพและการอนุรักษ์พลังงานการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติก ตลอดจนขยายผลความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทมีกรอบการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย

เป้าหมายความยั่งยืน สู่ปี 2573 การปรับตัวการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience)

นับเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องในการร่วมรับมือภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนทั้งโลกบริษัทได้ศึกษาและนำข้อมูลจากหน่วยงานชั้นนำของโลกมาใช้เพื่อเป็นข้อมูลในการตั้งเป้าหมายความยั่งยืน ดังนั้นเพื่อเพิ่มความท้าทายในการดำเนินงานและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ ในการส่งมอบความสุขและโอกาสให้กับสังคม บริษัทจึงตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินการของบริษัทสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2573 และมีความตั้งใจในการร่วมควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (Science-based Targets : SBT) โดยถือเป็นความท้าทายการรักษาสมดุลในการเติบโตทางธุรกิจ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยบริษัทสนับสนุนการดำเนินงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้สามารถบรรลุเป้าหมาย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั่วโลก ขยายผลการดำเนินการให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในการบรรลุเป้าหมายนี้

บริษัทดำเนินการวิเคราะห์สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกแลแะตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระยะยาว (2563 – 2573) “ดูรายละเอียด

โครงการที่สำคัญ ปี 2563


โครงการประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทมุ่งดำเนินงานด้านการประเมินความเสี่ยง และโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการระบุปัจจัยความเสี่ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละหน่วยงาน ภายใต้การประเมินของณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาลและตามกรอบการรายงานของคณะทำงานเปิดเผยข้อมูลการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ (Task Force on Climate-related Financial Disclosures : TCFD) จากเจตจำนงการประเมินความเสี่ยงตามนโยบายที่บริษัทประกาศไปในปี 2563 ซึ่งมีการพิจารณาปัจจัยที่หลากหลายและมีผลประเมินเบื้องต้น ดังนี้

โครงการรวมพลังคนไทยเลิกใช้ถุงพลาสติก สานต่อสู่ โครงการลดและทดแทน

บริษัทดำเนินงานตามนโยบายรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้โครงการ “รวมพลังคนไทย เลิกใช้ถุงพลาสติก” โครงการปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในการลดใช้ถุงพลาสติกที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือกับลูกค้าและคู่ค้า เพื่อตอบรับนโยบายของภาครัฐในการสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชนงดใช้ถุงพลาสติก ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในการไม่รับถุงพลาสติก ซึ่งการดำเนินงานตามนโยบายรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกองค์กร จึงจะสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลการดำเนินโครงการสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้กว่า 238 ล้านบาท สมทบทุนซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้กับ 391 โรงพยาบาลทั่วประเทศ และมอบแอลกอฮอล์เจล เพื่อสู้ภัยโควิด-19 ในโครงการ #คนไทยไม่ทิ้งกัน ให้กับ มหาวิทยาลัย โรงเรียน กลุ่มเปราะบาง วัด มูลนิธิ จำนวน 408 แห่ง โดยในปี 2563 สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกสะสม ได้ทั้งสิ้น 2,935 ล้านใบ

พร้อมกันนี้ ในปี 2563 บริษัทสานต่อ “โครงการลดและทดแทน” เพื่อส่งเสริมการลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ได้แก่ ช้อน ส้อม หลอด และแก้ว ซึ่งเป็นขยะที่พบในทะเลมากที่สุดเป็นอันดับ 2 (ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝงั่ ) ในปี 2563 บริษัทมีเป้าหมายในการลดพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง 1,000 ล้านชิ้น โดยดำเนินการรณรงค์และส่งเสริมผ่านหลากหลายโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการนำแก้วมา…ราคาพิเศษ โครงการงดให้ ช้อน ส้อม ต้องขอร้อง โครงการ ALL Café No Cup ทั่วประเทศ รวมทั้งโครงการทดแทนการใช้พลาสติกด้วยวัสดุที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม

ข้อมูลอื่น ๆ


ผลการดำเนินงานด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ —> รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปี 2563