การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

  >  การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นต่อทุกชีวิต มีผลโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตอย่างมั่นคง และในขณะเดียวกันก็มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ในปัจจุบันการขาดแคลนน้ำกลายเป็นประเด็นที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก บริษัทตระหนักถึงปัญหาและความเสี่ยงดังกล่าว จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการธุรกิจจะสามารถรักษาสมดุลการใช้น้ำกับความต้องการน้ำของชุมชนและธรรมชาติ ดังนี้

  • มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการลดผลกระทบทางลบที่มีต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อให้มั่นใจว่า ประชากรทุกครัวเรือนจะมีน้ำที่มีคุณภาพดีเพียงพอสำหรับการอุปโภคและบริโภค
  • ส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานในองค์กรบริหารจัดการการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มีการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำและดำเนินการตามแนวปฏิบัติด้านการอนุรักษ์ที่ดีที่สุด และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มปริมาณการรีไซเคิลน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
  • ส่งเสริมหลักการ การเข้าถึงแหล่งน้ำที่มีคุณภาพและปลอดภัย โดยส่งเสริมให้ทุกคนในชุมชนสามารถจัดหาและเข้าถึงทรัพยากรน้ำได้อย่างเป็นธรรมและเสมอภาค
  • ส่งเสริมความร่วมมือกับชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในด้านการใช้น้ำและการอนุรักษ์แหล่งน้ำ รวมทั้งตอบสนองต่อข้อกังวลของชุมชนและสังคมอย่างโปร่งใสและทันกาล
  • ส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้แก่พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ด้วยการจัดฝึกอบรม การแบ่งปันความรู้ หรือการจัดกิจกรรมรณรงค์
  • เปิดเผยผลการดำเนินงานด้านน้ำ เพื่อรายงานความคืบหน้าเทียบกับเป้าหมายที่กำหนด ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบ

ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ อาทิ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร (NGOs) สถาบันการศึกษา ชุมชน และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำระดับประเทศ

เป้าหมาย และผลการดำเนินงานเทียบเป้า

การดำเนินงาน

บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินงานด้านการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานรวมถึงการดำเนินกิจการของบริษัทเองจึงได้มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำต่อหน่วยรายได้ มีการจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากการขาดแคลนทรัพยากรน้ำและเพิ่มสัดส่วนการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งน้ำของชุมชน โดยหัวใจสำคัญของการดำเนินการดังกล่าว ยังเป็นการให้ความสำคัญ และเอาใจใส่ต่อลูกค้าด้วยความรับผิดชอบสูงสุดเพื่อให้ลูกค้า ได้รับความพึงพอใจ    ทั้งด้านคุณภาพ (สด สะอาด ปลอดภัย) และความคุ้มค่าในด้านการจัดการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำของบริษัท มีรูปแบบในการจัดการแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับรูปแบบของการดำเนินงาน

โครงการนำน้ำเสียที่ผ่านกระบวนการบำบัดกลับมาใช้

สำหรับภาคส่วนการผลิตอาหารพร้อมรับประทาน บริษัท ซีพีแรม จำกัด มีการใช้น้ำในกระบวนการผลิตมาก จึงได้มีการจัดตั้งหน่วยงานดูแลรักษาทรัพยากรน้ำที่ใช้ในโรงงานและพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย มีการใช้น้ำจากใต้ดินเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรน้ำจากระบบการใช้น้ำประปาของชุมชนโดยรอบ ซึ่งในปี 2561 สามารถทดแทนการใช้น้ำจากระบบประปาลงได้ 626,965 ลูกบาศก์เมตร อีกทั้งน้ำบาดาลที่สูบจากความลึกประมาณ500 เมตร เป็นน้ำที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 50 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถน้ำไปใช้ทดแทนน้ำร้อนสำหรับการล้างมือและล้างอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตซึ่งจากเดิมใช้พลังงานไฟฟ้าในการอุ่นน้ำดังกล่าว ทำให้ช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อการอุ่นน้ำลงได้ 10,664 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี และน้ำทั้งหมดจะผ่านเข้าสู่กระบวนการบำบัดเพื่อให้น้ำมีคุณภาพดีกว่าน้ำทิ้งตามกฎหมายกำหนด นอกจากนี้น้ำทิ้งที่ผ่านระบบการบำบัดแล้วจะมีการนำไปรีไซเคิลใช้สำหรับ รดน้ำต้นไม้ น้ำสำหรับชำระล้างพื้นที่รอบนอก โดยสามารถนำน้ำกลับมาใช้ได้ทั้งหมด (Water Zero Discharge) ซึ่งโครงการนี้มีการเริ่มดำเนินการตั้งแต่ในปี 2554

นอกจากนี้ ในปี 2561 บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ยังมีโครงการนำน้ำที่ได้จากการดำเนินงานที่ผ่านการบำบัดแล้ว ไปใช้ในการรดน้ำต้นไม้กับร้านค้าส่งสยามแม็คโคร จำนวน 30 สาขาทั่วประเทศ โดยคัดเลือกจากร้านที่มีพื้นที่มากกว่า 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งมีพื้นที่สีเขียวที่ต้องการใช้น้ำในการบำรุงรักษาพื้นที่ ผลจากโครงการดังกล่าวสามารถช่วยลดการใช้น้ำได้ถึง 162,000 ลูกบาศก์เมตร

การประเมินความเสี่ยงเรื่องน้ำของคู่ค้า

บริษัทมีการดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสภาวะขาดแคลนน้ำของพื้นที่ที่คู่ค้าของบริษัท สำหรับคู่ค้าสำคัญลำดับที่ 1 (Critical Tier 1 Supplier) จำนวน 263 ราย ด้วยเครื่องมือการประเมินของ World Business Council for Sustainable Development หรือ WBCSD Global Water Tool ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง จากผลการประเมินความเสี่ยงที่อ้างอิงถึงฐานข้อมูลในปี 2538 บริษัทพบว่าคู่ค้าจำนวน 221 ราย ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่อาจจะมีความตึงเครียดจากน้ำในพื้นที่คู่ค้าจำนวน 16 รายอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำในปี 2568 และอีก 5 รายที่ไม่มีข้อมูลของพื้นที่ จากข้อมูลดังกล่าว บริษัทมีการจัดทำขั้นตอนการดำเนินการเพื่อร่วมมือกับคู่ค้าในการจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำและจัดการทรัพยากรน้ำซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานความยั่งยืน

 

หมายเหตุ

  • การคำนวณเป็นไปตามกรอบการรายงานความยั่งยืน GRI Standard 2018
  • ปริมาณการใช้น้ำทั้งหมด คือผลรวมของการใช้น้ำประปาและน้ำใต้ดิน ข้อมูลจากการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และผู้ให้เช่าอาคาร และการคำนวณอ้างอิงจากค่าเฉลี่ยการใช้น้ำจากการประปาส่วนภูมิภาค