สร้างสรรค์คุณค่าเพื่อสังคมส่วนรวม

แบ่งปันโอกาส สรรสร้างคุณค่าสังคม

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2563


ความเสี่ยงและโอกาส


รายงานของธนาคารโลกในปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าอัตราความยากจนอย่างเป็นทางการในประเทศไทยมีค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายได้ครัวเรือนที่ลดลงทำให้เกิดความท้าทายอย่างมากต่อการลดความยากจนและเนื่องด้วยผลกระทบเชิงลบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยิ่งส่งผลให้สถานการณ์ความท้าทายดังกล่าวแย่ลงมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลกระทบดังกล่าวไม่เพียงแต่กระทบต่อบริษัท หากแต่ยังกระทบโดยตรงต่อสังคมในทุกภาคส่วน ทั้งนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทย่อย (“บริษัท”) ตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการสร้างคุณค่าทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ มากกว่าการมุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว อีกทั้ง บริษัทยังมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและช่วยเหลือสังคมทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติซึ่งสามารถส่งผลให้องค์กรประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

แนวทางการดำเนินงาน


บริษัทมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ความตระหนักถึงความสำคัญของสังคมที่เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจขององค์กร ผ่านการส่งเสริมและสร้างคุณค่า ที่หลากหลาย อาทิ การเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ต่าง ๆ การสร้างอาชีพ การส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพื่อสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มเปราะบางทางสังคม ให้มีโอกาสและบทบาททางสังคม ตลอดจนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในปี 2563 บริษัทยังคงดำเนินการต่อยอดโครงการระยะยาว และสร้างสรรค์โครงการใหม่ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

โครงการที่สำคัญ ปี 2563


สร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืนด้วย “กล้วยหอมทอง”

โครงการสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางด้วยการเพิ่มช่องทางกระจายสินค้ากล้วยหอมทองสู่ผู้บริโภคผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และส่งเสริมให้มีการเพาะปลูก กระบวนการหลังการเก็บเกี่ยวให้มีมาตรฐาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและลดการเน่าเสีย นอกจากนี้ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ยังมีการนำกล้วยไปผลิตเป็นเค้กกล้วยหอม และบริษัทยังมีการทำสื่อการสอนเพื่อให้ความรู้กับเกษตรกรในการปลูกกล้วยหอมทอง

ความเป็นมา/ปัญหาความเดือดร้อนหรือระดับคุณภาพชีวิต

  • ด้วยบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบหาความการขนาดเล็กและขนาดกลางรวมไปถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป หรือระดับของผู้บริโภคที่เน้นการรับประทานอาหารที่สะดวกและดีต่อสุขภาพชีวิต บริษัทจึงริเริ่มทำการศึกษาในเรื่องการจัดการผลผลิตของกล้วยหอมทองจากการเก็บเกี่ยวจนถึงการคัดบรรจุ และในปี 2555 สามารถส่งกล้วยหอมทองสู่ผู้บริโภคผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นโดยเป็นการทำงานร่วมกันจากหลายภาคส่วน ทั้งสหกรณ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยแต่เดิมการจำหน่ายกล้วยหอมทองมีเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ปลูกส่วนมากอยู่ในบริเวณ จังหวัดปทุมธานีและเพชรบุรีเป็นหลักส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดไกล ๆ นั้นยังไม่มีการจำหน่ายกล้วยหอมทองผลเดี่ยวและยังมีการปลูกกล้วยกันน้อยมากจึงมีความคิดริเริ่มโครงการส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมทางยังต่างจังหวัดมากขึ้นเพื่อให้มีสินค้าจำหน่ายในพื้นที่นั้น ๆ และช่วยแก้ไขปัญหาสังคมเพื่อเป็นการรับซื้อกล้วยหอมทองจากสหกรณ์และเกษตรกรรายย่อยและช่วยแก้ไขปัญหาสังคม เช่น

    • เกษตรกรจังหวัดเพชรบุรีทำสวนมะนาวมาก่อนแต่ต้องมาใส่ปุ๋ยฉีดยาเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะมะนาวปลูกในพื้นที่ซ้ำ ๆ นานหลายปีมีโรคสะสมเปลือกจะหนาแข็งเป็นไตมีน้ำน้อยหลังเปลี่ยนสวนมะนาวมาปลูกกล้วยหอมทองแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะกล้วยไม่ต้องใช้สารเคมี

    • อุบัติการณ์ราคาผลผลิตตกต่ำเช่นยางพารามัน สำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ปาล์ม ข้าวยาสูบกระเทียม เป็นต้น เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มเพื่อปรับตัวและเปลี่ยนมาปลูกกล้วยหอมทองซึ่งมีแนวโน้มการตลาดที่ดีมีอนาคตไกล

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อสร้างงานให้ชุมชนชุมชนมีความเข้มแข็ง และลดการสูญเสียของผลผลิต
2. เพื่อดูแลระบบนิเวศน์โดยการลดการใช้สารเคมีในแปลงปลูก
3. เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรม / องค์ความรู้การบ่มกล้วยให้อร่อยแก่โรงคัดบรรจุ (โรงบ่ม) ทุกภูมิภาคทั่วประเทศและลดการนำสินค้าเข้ามาสู่ส่วนกลางและเป็นการต่อยอดนวัตกรรมการจำหน่ายกล้วยหอมทองไปทั่วประเทศอีกด้วย และโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของกล้วยน้ำว้าและผลไม้อื่น ๆ ต่อไป

เป้าหมายของโครงการ

1. เพิ่มเกษตรกรรายย่อยหลังเข้าร่วมมากกว่า 1,000 ราย  และมีพื้นที่เพาะปลูกกว่า10,000 ไร่
2. กำหนดมาตรฐาน เพื่อลดและควบคุมการใช้สารเคมี (สำหรับกำจัดวัชพืชและปุ๋ยเคมี)
3. พัฒนาและขยายโรงคัดบรรจุ (โรงบ่ม) และถ่ายทอดนวัตกรรม / องค์ความรู้การบ่มกล้วยมากกว่า 10 โรงคัดบรรจุทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

การดำเนินโครงการ

1: สร้างงานและอาชีพให้กับชุมชน ทีมงานสินค้าเกษตรของเซเว่นอีเลฟเว่นเข้าไปสอนเทคนิคการจัดการปลูกแปลง ให้กับทีมส่งเสริมของโรงคัดบรรจุให้สามารถประเมินและพัฒนาลูกสวนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แหล่งน้ำพื้นที่ปลูกการจัดการสารเคมีทางการเกษตรการจัดกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพการเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวการบันทึกข้อมูลเอกสารต่าง ๆ เพื่อสืบย้อนกลับและการขนส่งวัตถุดิบจากวิธีการที่ชัดเจนนี้ทำให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพและความปลอดภัยตรงตามมาตรฐานที่รับซื้อและขยายลูกสวนได้อย่างรวดเร็วรวมถึงการขึ้นทะเบียนเกษตรเพื่อสามารถสบย้อนกลับได้อย่างมีระบบ

2: เกษตรกรมีการจัดการสารเคมีที่เหมาะสมและปลอดภัย ทีมงานสินค้าเกษตรของเซเว่นอีเลฟเว่น มีการศึกษาสารเคมี และการออกฤทธิ์ให้เหมาะสมกับพืชและสอดคล้องตามกฎหมายกำหนด โดยมีการกำหนดประเภทสารเคมีที่ใช้ได้ สัดส่วนการใช้งานเป็นมาตรฐานรวมถึงการจัดเก็บวัตถุอันตรายทางการเกษตรสภาพแวดล้อม (การจัดการซากขยะอันตราย) ถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้กับทีมส่งเสริมของโรงคัดบรรจุเพื่อสอนและติดตามให้ลูกสวนที่ขึ้นทะเบียนมีความเข้าใจและใช้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยรวมถึงการส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยชีวภาพ / ปุ๋ยพืชสดและชีวภัณฑ์

3: เพิ่มช่องทางการจัดจําหน่าย ทีมงานสินค้าเกษตรของเซเว่นอีเลฟเว่นเข้าไปพัฒนาโครงสร้างสถานที่ผลิตบุคลากรที่เกี่ยวข้องและกระบวนการผลิต ได้แก่

  • การคัดเลือกวัตถุดิบเช่นระดับความแก่ของกล้วยการยอมรับตำหนิของผิวกล้วยการกำหนดน้ำหนักต่อหวี

  • การบ่มเย็นซึ่งมีการควบคุมสภาวะในการบ่ม ได้แก่ อุณหภูมิความชื้นสัมพัทธ์ระยะเวลาในการบ่มเทคนิดนี้สามารถก่าหนดระดับความสุกให้มีช่วงความอร่อยพร้อมรับประทานเมื่อถึงร้านสาขาพอดีรสชาติจะหวานพอดีมีความเหนียวนุ่มไม่เละและมีความโดดเด่นแตกต่างจากกล้วยหอมทองตามท้องตลาด (ใช้วิธีบ่มร้อน) เนื้อจะเละเสื่อมสภาพเร็ว

  • การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับข้อมูลทางสรีรวิทยาของกล้วยหอมทองที่ช่วยยืดอายุให้อยู่นานขึ้น พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยและรักษาคุณภาพได้ดียิ่งขึ้นเอื้อต่อการจัดจําหน่ายร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศส่งผลให้สามารถวางจําหนายกล้วยหอมทองได้ 4 วันซึ่งช่วยลดการสูญเสียได้เป็นอย่างมาก

  • การขนส่งกล้วยหอมทองนั้นมีการกำหนดรูปแบบรถขนส่งทั้งแบบควบคุมอุณหภูมิและไม่ควบคุมอุณหภูมิเพื่อลดต้นทุนให้กับโรงคัดบรรจุขนาดเล็กที่เริ่มต้นธุรกิจและโรงคัดบรรจุสามารถจัดส่งสินค้าที่คลังสินค้า (BDC) ใกล้เคียงตามภูมิภาคทั่วประเทศไม่ต้องจัดส่งมายังส่วนกลางกรุงเทพฯ และปริมณทล

การพัฒนาข้างต้นทีมงานได้ใช้ Packing house เป็นศูนย์กลางเชื่อมระหว่างเกษตรกรและซีพีออลล์ มีการคาดการณ์ยอดส่งสินค้าส่งให้ packing house เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรในการวางแผนปลูกเพื่อลดการล้นตลาดของกล้วยหอมทองรวมทั้งให้คำปรึกษาและให้ความรู้ตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยวจนถึงหลังเก็บเกี่ยวแล้วยังส่งเสริมให้มีการทำกล้วยปอกเพื่อส่งโรงงานเบเกอรี่ (เค้กกล้วยหอม CPRAM) และทำปุ๋ยชีวภาพ / ปุ๋ยพืชสดเพื่อลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด

มูลค่าทางสังคม

1: สร้างงานและอาชีพให้กับชุมชน
ผลลัพธ์: สามารถเพิ่มเกษตรกรรายย่อยหลังเข้าร่วมโครงการเป็น 1,125 รายและมีพื้นที่เพาะปลูก 19,056 ไร่ (ก่อนเริ่มโครงการมีเกษตรกรรายย่อย 479 ราย และมีพื้นที่เพาะปลูก 3,868 ไร่) ทำให้โรงคัดบรรจุในแต่ละภูมิภาคสามารถรับวัตถุดิบกล้วยหอมทองโดยตรงจากเกษตรกรในพื้นที่โดยไม่ต้องเสียเวลาขนวัตถุดิบกล้วยหอมทองมายังส่วนกลางเช่นกล้วยหอมทางภาคใต้ก็จะใช้กล้วยในพื้นที่ชุมพร สุราษฎร์ สงขลา พัทลุงและสตูล เป็นต้น ซึ่งเป็นการสร้างงานให้ชุมชนและสร้างความมีส่วนร่วมกับชุมชนเกษตรกรไม่ต้องวิ่งหาที่จําหน่ายวัตถุดิบไกล ๆ ผลผลิตไม่เสียหายและสร้างความพึงพอใจให้เกษตรกร รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอีกด้วย

2: เกษตรกรมีการจัดการสารเคมีที่เหมาะสมและปลอดภัย
ผลลัพธ์: จากผลการศึกษาข้างต้นหลังเข้าร่วมโครงการสามารถลดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและปุ๋ยเคมีได้ลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับก่อนเริ่มโครงการ สามารถลดต้นทุนให้กับเกษตรกร 600 บาทต่อไร่ ลดปริมาณซากขยะอันตรายและเกษตรกรมีสุขภาพดีขึ้นจากการลดใช้สารเคมีรวมถึงการส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์

3: เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ผลลัพธ์: การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายข้างต้นสามารถขยายโรงคัดบรรจุจาก 3 เป็น 17 โรงงาน ครอบคลุมทุกภูมิภาค และสามารถส่งกล้วยหอมทองได้ครอบคลุมร้านเซเว่นอีเลฟเว่น กว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ  คิดเป็นมูลค่า 865 ล้านบาท  ส่งผลให้การรวมกลุ่มของเกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้นสะท้อนผ่านรายได้ที่มั่นคงและมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดมากยิ่งขึ้น (เดิมเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง ขายในตลาดกลางหรือตลาดทั่วไป จะมีรายได้เฉลี่ย 182,500 – 385,000 บาทต่อปี เ มื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว จะมีรายได้เฉลี่ย 328,500 – 1,845,000 บาทต่อปี

มูลค่าทางธุรกิจ

เซเว่นอีเลฟเว่นมี ยอดการจำหน่ายกล้วยหอมทองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 275,000 ลูกต่อวัน หรือ ประมาณ 100,375,000 ลูกต่อปี คิดเป็นมูลค่า 865 ล้านบาท

ส่งเสริมเกษตรกรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี

บริษัทมุ่งดำเนินงานการส่งเสริมเกษตรกรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การส่งมอบองค์ความรู้ในการพัฒนา บริหาร และเพิ่มประสิทธิภาพในที่ดินทำกิน การส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีการเกษตร พร้อมทั้งสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร ในปี 2563 มีการสนับสนุนเกษตรกรผ่านโครงการต่าง ๆ ภายใต้โครงการ 7-11 เคียงข้างเกษตรกรไทย ซึ่งต่อยอดความสำเร็จจากโครงการกล้วยหอมทอง ขยายผลมายังกลุ่มสินค้าทางการเกษตรอื่น ๆ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผลไม้ตามฤดูกาล กลุ่มผลไม้ตัดแต่ง กลุ่มผักพร้อมปรุง และกลุ่มสลัดผัก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สินค้าทางการเกษตรมีมูลค่าสูงขึ้น มีตลาดที่แน่นอนตลอดจนการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

นอกจากนี้ การดำเนินงานด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเกษตรกรยังสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติเป้าหมายที่ 1 ที่มุ่งดำเนินงานเพื่อลดความยากจนทั้งทางเศรษฐกิจ และมิติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายที่ 2 การเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตรและรายได้ของผู้ผลิตเพื่อมุ่งขจัดความหิวโหย และเป้าหมายที่ 10 ที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตของรายได้ประชากร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านความเป็นอยู่ของเกษตรกร

โครงการวันแห่งโอกาสดี@CPALL

ซีพี ออลล์ ได้ดำเนินการโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” เพื่อสร้างเสริมโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการวางจำหน่ายสินค้าผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นและร้านค้าออนไลน์ โดยเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในการดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัท ซึ่งผู้ประกอบการรายย่อยจะสามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์เพื่อนัดเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) หรือสามารถปรึกษาขอข้อมูลเพิ่มเติม จากมุมเอสเอ็มอีคลินิก (SMEs Clinic) ทั้งด้านจัดการคุณภาพสินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือแนวทางการขยายตลาด เพื่อผู้ประกอบการรายย่อยสามารถนำเสนอสินค้าจำหน่ายในช่องทางที่หลากหลาย ไม่ว่าจะผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ร้านค้าออนไลน์ 24 Shopping ออลล์ ออนไลน์ และร้านยาเอ็กซ์ต้า พลัส และผู้ประกอบการยังสามารถติดต่อขอคำปรึกษาจากเครือข่ายพันธมิตรของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และรับการสนับสนุนการลงทุนจากธนาคารชั้นนำ รวมทั้งแนวทางการทำธุรกิจจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยนอกจากการร่วมธุรกิจแล้ว ยังเปิดโอกาสในการเสนอทำเลพื้นที่สำหรับเปิดร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และในด้านการส่งเสริมทรัพยากรบุคคล ยังเปิดโอกาสให้กับนักเรียนนักศึกษาสามารถสมัครเพื่อรับทุนการศึกษา ส่งเสริมให้มีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับองค์กร ชุมชนและสังคม รวมถึงประเทศชาติในอนาคตต่อไป

โครงการสร้าง ซีพี ออลล์ จากความห่วงใยสู่การให้โอกาส Giving Ambassadors : from “Care” to “Share”

บริษัทได้ประสานความร่วมมือไปยังศิลปินนักออกแบบแครักเตอร์ (Character) ที่มีชื่อเสียง และองค์กรผู้พิการที่มีความสนใจ ร่วมกันต่อยอดออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผู้พิการ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ตัดเย็บจากผ้า เพื่อวางจำหน่ายผ่านทางช่องทาง 24 Shopping และมอบรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าธรรมเนียมคลังสินค้า (Fulfillment Fee) แก่สมาคมองค์กรผู้พิการทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สมาคมรวมใจคนพิการ จังหวัดอุดรธานี ชมรมบูรณาการคนพิการอย่างยั่งยืน ตำบลปากโทก จังหวัดพิษณุโลก สมาคมคนพิการ จังหวัดอ่างทอง และศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายในการผลิตผ้าแคนวาส สายคล้องกระเป๋า และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีผู้พิการที่ได้รับการส่งเสริมอาชีพ จำนวน 95 ราย

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ —>  รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2563