สร้างสรรค์คุณค่าเพื่อสังคมส่วนรวม

  >  สร้างสรรค์คุณค่าเพื่อสังคมส่วนรวม

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ตระหนักอยู่เสมอว่าบริษัทเป็นส่วนหนึ่งในสังคม ซึ่งสามารถส่งผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อกันได้ จึงให้ความสำคัญกับมุมมองของสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยบริษัทมีความพยายามที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการดำเนินงานที่บริษัทเห็นว่าเป็นจุดแข็งของบริษัทต่อ เกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย  รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ซึ่งนับว่าเป็นทั้งคู่ค้า ลูกค้า และอาจเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของบุคลากรของบริษัท ซึ่งหากการดำเนินงานสำเร็จเป็นอย่างดี ก็จะเป็นผลดีกับบริษัทในแง่การประกอบธุรกิจด้วยเช่นกัน

บริษัทเชื่อว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้จะต้องพัฒนาชุมชนและสังคมให้เติบโตไปพร้อม ๆ กัน ที่บริษัทสามารถร่วมพัฒนาสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นได้ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญา 3 ประโยชน์ของบริษัท เพื่อที่จะช่วยเหลือสังคมในการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดี โดยมุ่งเน้นประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ให้สามารถก้าวไปพร้อมกันได้อย่างมั่นคงเข้มแข็ง  รวมถึงได้รับความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นจากชุมชนและสังคมในการดำเนินธุรกิจ

การดำเนินงาน

เพื่อที่จะทราบมุมมองของผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อบริษัทในด้านของผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ บริษัทจึงได้จัดทำการสำรวจทัศนคติของผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านวิธีการประเมินการรับรู้ ทัศนคติ และความเข้าใจต่อบริษัท   ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวทำให้บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง และกลุ่มผู้เปราะบางทางสังคมที่มีความสามารถในการเข้าถึงโอกาสทางสังคมน้อยกว่าประชากรกลุ่มอื่น ๆ และบริษัทมีโอกาสร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและ ซึ่งบริษัทมีความตั้งใจในการพัฒนาและต่อยอดโครงการที่สอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท เพื่อส่งเสริมด้านอาชีพและรายได้แก่เกษตรกร หรือผู้ประกอบการ  รายย่อยรวมถึงกลุ่มเปราะบาง จำนวน 10,000 ราย ภายในปี 2563 ทั้งนี้ บริษัทมีแนวทางการดำเนินการที่สอดคล้องกับธุรกิจโดยการเข้าเป็นส่วนช่วยเหลือในการจัดจำหน่ายสินค้า เพิ่มการจ้างงาน และเป็นหน่วยงานช่วยฝึกอาชีพและเพิ่มโอกาสในการเข้าสังคมของกลุ่มเปราะบางผ่าน โครงการต่าง ๆ ดังนี้      

โครงการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืนด้วย “กล้วยหอมทอง”

โครงการสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางด้วยการเพิ่มช่องทางกระจายสินค้ากล้วยหอมทองสู่ผู้บริโภคผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และส่งเสริมให้มีการเพาะปลูก กระบวนการหลังการเก็บเกี่ยวให้มีมาตรฐาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและลดการเน่าเสีย นอกจากนี้ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ยังมีการนำกล้วยไปผลิตเป็นเค้กกล้วยหอม และบริษัทยังมีการทำสื่อการสอนเพื่อให้ความรู้กับเกษตรกรในการปลูกกล้วยหอมทอง

ความเป็นมา/ปัญหาความเดือดร้อนหรือระดับคุณภาพชีวิต

  • ด้วยบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบหาความการขนาดเล็กและขนาดกลางรวมไปถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป หรือระดับของผู้บริโภคที่เน้นการรับประทานอาหารที่สะดวกและดีต่อสุขภาพพชีวิต บริษัทจึงริเริ่มทำการศึกษาในเรื่องการจัดการผลผลิตของกล้วยหอมทองจากการเก็บเกี่ยวจนถึงการคัดบรรจุ และในปี 2555 สามารถส่งกล้วยหอมทองสู่ผู้บริโภคผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นโดยเป็นการทำงานร่วมกันจากหลายภาคส่วน
    ทั้งสหกรณ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยแต่เดิมการจำหน่ายกล้วยหอมทองมีเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ปลูกส่วนมากอยู่ในบริเวณ จังหวัดปทุมธานีและเพชรบุรีเป็นหลักส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดไกล ๆ นั้นยังไม่มีการจำหน่ายกล้วยหอมทองผลเดี่ยวและยังมีการปลูกกล้วยกันน้อยมากจึงมีความคิดริเริ่มโครงการส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมทางยังต่างจังหวัดมากขึ้นเพื่อให้มีสินค้าจำหน่ายในพื้นที่นั้น ๆ และช่วยแก้ไขปัญหาสังคมเพื่อเป็นการรับซื้อกล้วยหอมทองจากสหกรณ์และเกษตรกรรายย่อยและช่วยแก้ไขปัญหาสังคม เช่น
    • เกษตรกรจังหวัดเพชรบุรีทำสวนมะนาวมาก่อนแต่ต้องมาใส่ปุ๋ยฉีดยาเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะมะนาวปลูกในพื้นที่ซ้ำ ๆ นานหลายปีมีโรคสะสมเปลือกจะหนาแข็งเป็นไตมีน้ำน้อยหลังเปลี่ยนสวนมะนาวมาปลูกกล้วยหอมทองแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะกล้วยไม่ต้องใช้สารเคมี
    • อุบัติการณ์ราคาผลผลิตตกต่ำเช่นยางพารามัน สำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ปาล์ม ข้าวยาสูบกระเทียม เป็นต้น เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มเพื่อปรับตัวและเปลี่ยนมาปลูกกล้วยหอมทองซึ่งมีแนวโน้มการตลาดที่ดีมีอนาคตไกล

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อสร้างงานให้ชุมชนชุมชนมีความเข้มแข็ง และลดการสูญเสียของผลผลิต
  2. เพื่อดูแลระบบนิเวศน์โดยการลดการใช้สารเคมีในแปลงปลูก
  3. เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรม / องค์ความรู้การบ่มกล้วยให้อร่อยแก่โรงคัดบรรจุ (โรงบ่ม) ทุกภูมิภาคทั่วประเทศและลดการนำสินค้าเข้ามาสู่ส่วนกลางและเป็นการต่อยอดนวัตกรรมการจำหน่ายกล้วยหอมทองไปทั่วประเทศอีกด้วย และโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของกล้วยน้ำว้าและผลไม้อื่น ๆ ต่อไป

เป้าหมายของโครงการ

  1. เพิ่มเกษตรกรรายย่อยหลังเข้าร่วมมากกว่า 1,000 ราย และมีพื้นที่เพาะปลูกกว่า10,000 ไร่
  2. กำหนดมาตรฐาน เพื่อลดและควบคุมการใช้สารเคมี (สำหรับกำจัดวัชพืชและปุ๋ยเคมี)
  3. พัฒนาและขยายโรงคัดบรรจุ (โรงบ่ม) และถ่ายทอดนวัตกรรม / องค์ความรู้การบ่มกล้วยมากกว่า 10 โรงคัดบรรจุทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

การดำเนินโครงการ

1: สร้างงานและอาชีพให้กับชุมชน
ทีมงานสินค้าเกษตรของเซเว่นอีเลฟเว่นเข้าไปสอนเทคนิคการจัดการปลูกแปลง ให้กับทีมส่งเสริมของโรงคัดบรรจุให้สามารถประเมินและพัฒนาลูกสวนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แหล่งน้ำพื้นที่ปลูกการจัดการสารเคมีทางการเกษตรการจัดกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพการเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวการบันทึกข้อมูลเอกสารต่าง ๆ เพื่อสืบย้อนกลับและการขนส่งวัตถุดิบจากวิธีการที่ชัดเจนนี้ทำให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพและความปลอดภัยตรงตามมาตรฐานที่รับซื้อและขยายลูกสวนได้อย่างรวดเร็วรวมถึงการขึ้นทะเบียนเกษตรเพื่อสามารถสบย้อนกลับได้อย่างมีระบบ

2: เกษตรกรมีการจัดการสารเคมีที่เหมาะสมและปลอดภัย
ทีมงานสินค้าเกษตรของเซเว่นอีเลฟเว่น มีการศึกษาสารเคมี และการออกฤทธิ์ให้เหมาะสมกับพืชและสอดคล้องตามกฎหมายกำหนด โดยมีการกำหนดประเภทสารเคมีที่ใช้ได้ สัดส่วนการใช้งานเป็นมาตรฐานรวมถึงการจัดเก็บวัตถุอันตรายทางการเกษตรสภาพแวดล้อม (การจัดการซากขยะอันตราย) ถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้กับทีมส่งเสริมของโรงคัดบรรจุเพื่อสอนและติดตามให้ลูกสวนที่ขึ้นทะเบียนมีความเข้าใจและใช้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยรวมถึงการส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยชีวภาพ / ปุ๋ยพืชสดและชีวภัณฑ์

3: เพิ่มช่องทางการจัดจําหน่าย

ทีมงานสินค้าเกษตรของเซเว่นอีเลฟเว่นเข้าไปพัฒนาโครงสร้างสถานที่ผลิตบุคลากรที่เกี่ยวข้องและกระบวนการผลิต ได้แก่

  1. การคัดเลือกวัตถุดิบเช่นระดับความแก่ของกล้วยการยอมรับตำหนิของผิวกล้วยการกำหนดน้ำหนักต่อหวี
  2. การบ่มเย็นซึ่งมีการควบคุมสภาวะในการบ่ม ได้แก่ อุณหภูมิความชื้นสัมพัทธ์ระยะเวลาในการบ่มเทคนิดนี้สามารถก่าหนดระดับความสุกให้มีช่วงความอร่อยพร้อมรับประทานเมื่อถึงร้านสาขาพอดีรสชาติจะหวานพอดีมีความเหนียวนุ่มไม่เละและมีความโดดเด่นแตกต่างจากกล้วยหอมทองตามท้องตลาด (ใช้วิธีบ่มร้อน) เนื้อจะเละเสื่อมสภาพเร็ว
  3. การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับข้อมูลทางสรีรวิทยาของกล้วยหอมทองที่ช่วยยืดอายุให้อยู่นานขึ้น พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยและรักษาคุณภาพได้ดียิ่งขึ้นเอื้อต่อการจัดจําหน่ายร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศส่งผลให้สามารถวางจําหนายกล้วยหอมทองได้ 4 วันซึ่งช่วยลดการสูญเสียได้เป็นอย่างมาก
  4. การขนส่งกล้วยหอมทองนั้นมีการกำหนดรูปแบบรถขนส่งทั้งแบบควบคุมอุณหภูมิและไม่ควบคุมอุณหภูมิเพื่อลดต้นทุนให้กับโรงคัดบรรจุขนาดเล็กที่เริ่มต้นธุรกิจและโรงคัดบรรจุสามารถจัดส่งสินค้าที่คลังสินค้า (BDC) ใกล้เคียงตามภูมิภาคทั่วประเทศไม่ต้องจัดส่งมายังส่วนกลางกรุงเทพฯ และปริมณทล

การพัฒนาข้างต้นทีมงานได้ใช้ Packing house เป็นศูนย์กลางเชื่อมระหว่างเกษตรกรและซีพีออลล์ มีการคาดการณ์ยอดส่งสินค้าส่งให้ packing house เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรในการวางแผนปลูกเพื่อลดการล้นตลาดของกล้วยหอมทองรวมทั้งให้คำปรึกษาและให้ความรู้ตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยวจนถึงหลังเก็บเกี่ยวแล้วยังส่งเสริมให้มีการทำกล้วยปอกเพื่อส่งโรงงานเบเกอรี่ (เค้กกล้วยหอม CPRAM) และทำปุ๋ยชีวภาพ / ปุ๋ยพืชสด เพื่อลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด

มูลค่าทางธุรกิจ

เซเว่นอีเลฟเว่นมี ยอดการจำหน่ายกล้วยหอมทองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 300,000 ลูกต่อวัน หรือ ประมาณ 109,500,000 ลูกต่อปี คิดเป็นมูลค่า 876 ล้านบาท 

มูลค่าทางสังคม

  1. 1. สร้างงานและอาชีพให้กับชุมชน

ผลลัพธ์: สามารถเพิ่มเกษตรกรรายย่อยหลังเข้าร่วมโครงการเป็น 1,825 รายและมีพื้นที่เพาะปลูก 14,863 ไร่ (ก่อนเริ่มโครงการมีเกษตรกรรายย่อย 479 ราย และมีพื้นที่เพาะปลูก 3,868 ไร่) ทำให้โรงคัดบรรจุในแต่ละภูมิภาคสามารถรับวัตถุดิบกล้วยหอมทองโดยตรงจากเกษตรกรในพื้นที่โดยไม่ต้องเสียเวลาขนวัตถุดิบกล้วยหอมทองมายังส่วนกลางเช่นกล้วยหอมทางภาคใต้ก็จะใช้กล้วยในพื้นที่ชุมพร สุราษฎร์ สงขลา พัทลุงและสตูล เป็นต้น ซึ่งเป็นการสร้างงานให้ชุมชนและสร้างความมีส่วนร่วมกับชุมชนเกษตรกรไม่ต้องวิ่งหาที่จําหน่ายวัตถุดิบไกล ๆ ผลผลิตไม่เสียหายและสร้างความพึงพอใจให้เกษตรกร รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอีกด้วย

  1. 2. เกษตรกรมีการจัดการสารเคมีที่เหมาะสมและปลอดภัย

ผลลัพธ์: จากผลการศึกษาข้างต้นหลังเข้าร่วมโครงการสามารถลดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและปุ๋ยเคมีได้ลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับก่อนเริ่มโครงการ สามารถลดต้นทุนให้กับเกษตรกร 600 บาทต่อไร่ ลดปริมาณซากขยะอันตรายและเกษตรกรมีสุขภาพดีขึ้นจากการลดใช้สารเคมีรวมถึงการส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์

  1. 3. เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย

ผลลัพธ์: การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายข้างต้นสามารถขยายโรงคัดบรรจุจาก 3 เป็น 17 โรงงาน ครอบคลุมทุกภูมิภาค และสามารถส่งกล้วยหอมทองได้ครอบคลุมร้านเซเว่นอีเลฟเว่น กว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ  คิดเป็นมูลค่า 876 ล้านบาท  ส่งผลให้การรวมกลุ่มของเกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้นสะท้อนผ่านรายได้ที่มั่นคงและมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดมากยิ่งขึ้น (เดิมเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง ขายในตลาดกลางหรือตลาดทั่วไป จะมีรายได้เฉลี่ย 182,500 – 385,000 บาทต่อปี เ มื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว จะมีรายได้เฉลี่ย 328,500 – 1,845,000 บาทต่อปี

โครงการผลไม้ตามฤดูกาล (ลำไยและเมล่อน)

โครงการผลไม้ตามฤดูกาลได้ถูกพัฒนาด้วยหลักการเดียวกันกับโครงการกล้วยหอมทองคือการเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้า ซึ่งได้นำสินค้าทางการเกษตรตามฤดูกาล เช่น ลำไยอีดอและเมล่อน โดยสินค้าลำไยอีดอ ได้รับการร่วมมือจากกรมการค้าภายในการคัดเฉพาะลำไยเกรด A เพื่อนำมาจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น  5,000 สาขา ในช่วงวันที่ 20 สิงหาคม – 30 ตุลาคม 2561 โดยสามารถขายได้จำนวนน้ำหนักรวม 83.59 ตัน คิดเป็นเงิน 7,642,080 บาท สำหรับสินค้าเมล่อน บริษัทได้นำเมล่อน ซูบาริ คิง สายพันธุ์ญี่ปุ่นที่มีลักษณะและรสชาติเฉพาะที่ปลูกโดยใจดีฟาร์ม ซึ่งเป็นศูนย์สร้างเสริมศักยภาพคนพิการที่ตำบล หันคา อำเภอ หันคา จังหวัดชัยนาท เพื่อนำมาขายผ่านทางเว็บไซต์ของ 24 Shopping ในช่วงวันที่ 1-10 ตุลาคม 2561  ซึ่งยอดสั่งจองทั้งสิ้น 241 ลูก  คิดเป็นมูลค่า 86,139 บาท

โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต

บริษัทได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องในการยกระดับมาตรฐานทางการเกษตรให้แก่ชุมชมและเกษตรกรโดยรอบ โดยให้ความรู้ในการปลูกพืชภายใต้การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสมตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (Good Agriculture Practices หรือ GAP) และสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกรกว่า 150 ครัวเรือน โดยโครงการนี้ได้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2553 และมีผลผลิตที่ประสบความสำเร็จคือการส่งเสริมอาชีพเพาะปลูกกะเพรา ที่ดำเนินการโดย บริษัท ซีพีแรม จำกัดจำนวน 85 ครัวเรือน

ชุดโครงการกาแฟเพื่อมวลชนและความยั่งยืน

ชุดโครงการกาแฟเพื่อมวลชนและความยั่งยืนได้มีการริเริ่มและสนับสนุนจากบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของร้านกาแฟ ในขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบ ช่วยสนับสนุนผู้ป่วยจิตเวชให้สามารถกลับเข้าสู่สังคม ในขั้นตอนการดำเนินงานของร้านและ       รายละเอียดความคืบหน้าของโครงการมีดังนี้

โครงการกาแฟสร้างอาชีพ

จากการร่วมมือกับทางราชการ ได้แก่ กรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในการพัฒนาโครงการปลูกป่าในจังหวัดน่าน เพื่อสนองรับสั่งของสมเด็จพระเทพรัตนราช   สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ได้สนับสนุนในด้านการให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกและแปรรูปเมล็ดกาแฟ เครื่องมือการประกอบอาชีพให้กับประชาชนในจังหวัดน่าน เช่น เครื่องสีกาแฟ โรงตาก และยังรับซื้อเมล็ดกาแฟจากชาวบ้านด้วยราคาที่เป็นธรรม เพื่อใช้สำหรับร้านกาแฟ “ออลล์คาเฟ่” และร้านกาแฟ “มวลชน” โดยในปัจจุบันสามารถสร้างพื้นที่สีเขียวได้ 1,459 ไร่ และสร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 478 ครัวเรือน

ร้านกาแฟหลังคาแดง

บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ร่วมมือกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา โดยคุณหญิงเอื้อปรานี เจียรวนนท์ และสถาบันจิตเวชศาสตร์เจ้าพระยาในการจัดตั้งร้านกาแฟหลังคาแดง โดยรับพนักงานมาจากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาและผ่านเกณฑ์เบื้องต้นมาฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ให้มีอาชีพ และได้รับโอกาสในการกลับเข้าสู่สังคม ทั้งนี้รายได้ที่ได้จากร้านกาแฟได้ถูก

โครงการ 1 บาท ต่อ 1 แก้ว

เพื่อต่อยอดการเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้และอาชีพให้กับสังคมแล้ว บริษัทยังต่อยอดการสนับสนุน การส่งเสริมการมีโอกาสอื่น ๆ          ในสังคมโดยหักรายได้จากการจำหน่ายเครื่องดื่มกาแฟมวลชลทุกแก้วเป็นจำนวน 1 บาทต่อ 1 แก้วมอบเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่          โรงพยาบาล มูลนิธิฯ และองค์กรการกุศล อาทิ วัดพระบาทน้ำพุ วัดสวนแก้ว และมูลนิธิสุทธาสิณี น้อยอินทร์เพื่อเด็กและเยาวชน และมูลนิธิรามาธิบดีฯ ในโครงการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน  รวมกว่า 8 ปี มูลค่าสะสม 11 ล้านบาท

โครงการ U-Project  (เสริมสร้างคู่คิด พัฒนาธุรกิจคุณ)

ภายใต้ชุดโครงการมิตรแท้โชห่วยที่พัฒนาต่อยอดและต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2552  เพื่อพัฒนาร้านค้าปลีกของไทยให้เข้มแข็ง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ครอบคลุม ทั้งกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ร้านค้าให้สามารถสร้างช่องทางการขายได้อย่างยั่งยืน จากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย  บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และร้านค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการ ร่วมจัดทำแผนพัฒนาที่มีความจำเพาะของร้านค้าปลีกแต่ละราย  พัฒนาร้านตามแผนภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยผู้เชี่ยวชาญและพี่เลี้ยงจากสยามแม็คโคร ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสรรหา จัดเรียงสินค้าให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า ไปจนถึงการจัดร้าน การโฆษณา   โดยมีร้านค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการสะสม ณ ปี 2561 กว่า 6,300 รายมีภาพรวมผลการดำเนินการของโครงการพบว่ามียอดขายเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 33 ส่งผลต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนที่เพิ่มขึ้นจากยอดขายที่สูงขึ้นกว่า 343 ล้านบาทต่อปี (ประเมินจากค่าเฉลี่ยยอดขายก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ ปี 2017-2018 )  พัฒนาทักษะด้านค้าปลีกให้กับนักศึกษา สะสม ณ ปี 2561 กว่า 33,600 ราย