สร้างสรรค์คุณค่าเพื่อสังคมส่วนรวม

  >  สร้างสรรค์คุณค่าเพื่อสังคมส่วนรวม

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) มุ่งมั่นเป็นบริษัทต้นแบบของธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่สร้างความยั่งยืนสู่สังคม ผ่านการดำเนินธุรกิจที่ดีและกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนโดยรวม จึงมุ่งสร้างรากฐานความยั่งยืนตามแนวทางปรัชญาเศรฐกิจพอเพียงและทิศทางด้านความยั่งยืนในระดับสากลขององค์การสหประชาชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศขององค์กร

บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบริษัทในการ “เป็นองค์กรที่อำนวยความสะดวกให้ทุกชุมชน สังคมมีความกินดีอยู่ดีมีความสุข” โดยกลยุทธ์ระยะยาว ปี 2561-2565 จะดำเนินการภายใต้แนวทาง “Build Trust and Create Shared Value” การดำเนินงานที่สำคัญภายใต้แนวทางการบริหารจัดการดังกล่าวบริษัทได้ประกาศนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทางสังคมผ่านการประกอบธุรกิจที่เป็นธรรมการส่งเสริมความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวประมง ผู้ประกอบการและผู้ผลิตรายย่อย ผ่านการใช้ความสามารถทางธุรกิจของบริษัท และเพื่อร่วมผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (Sustainable DevelopmentGoals: SDGs) หนึ่งในแผนการดำเนินการภายใต้กรอบนโยบายที่สำคัญ คือการประเมินและติดตามผลการดำเนินงานโครงการเพื่อสังคมโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ และผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น ร่วมกับการศึกษาและประเมินผลกระทบภายนอกทั้ง เชิงบวก และเชิงลบ ที่อาจจะเกิดขึ้นเพื่อใช้ประกอบเป็นแนวทางการพัฒนาโครงการใหม่ๆ และปรับปรุงแนวปฏิบัติสำหรับโครงการเดิมให้มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์และสร้างผลกระทบสุทธิเชิงบวกให้สูงที่สุด โดยบริษัทจะเริ่มใช้กระบวนการเหล่านี้กับโครงการกลุ่มการเกษตรและประมงเป็นโครงการนำร่องในปี 2561 นอกเหนือจากแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องปัจจุบันบริษัทได้มีแนวปฏิบัติผ่านการ “เสริม-เพิ่ม-เติม-เต็ม” ในการบ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่นกลุ่มผู้ผลิตสินค้าที่โดดเด่นประจำท้องถิ่น โดยให้โอกาสในการทดลองตลาด เรียนรู้ และเพิ่มขีดความสามารถการบริหาร

เป้าหมายด้านคุณค่าทางสังคม: เกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อยรวมถึงกลุ่มเปราะบาง จำนวน 10,000 ราย ได้รับการส่งเสริมอาชีพและรายได้ภายในปี 2563

โครงการเรียนรู้ คู่อาชีพ เพื่อวิถีเกษตรที่ยั่งยืน

เพราะบริษัท ทำงานกับเกษตรกรทั่วประเทศไทย บริษัท จึงมีเป้าหมายที่ร่วมทำงานและพัฒนาการเกษตรที่ดี เพื่อการเพาะปลูก
ที่ยั่งยืน ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2553
บริษัทมุ่งสร้างความรู้ทางด้านการเกษตรที่เพิ่มขึ้น การสร้างงานและอาชีพในเกษตรกร ส่งเสริมให้เกษตรกรมีการจัดการทางด้าน
การเกษตรที่เหมาะสมและปลอดภัยเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้เกษตรกร

ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีส่วนร่วมในการสร้างตลาดชุมชน และการส่งเสริมด้านการเกษตรแก่ชุมชน รวมถึงการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง โดยบริษัทเข้าสำรวจพื้นที่เพื่อลดและป้องกันความเสี่ยง ส่งเสริมการเพาะปลูกตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice : GAP) รวมไปถึงการติดตามและให้คำแนะนำแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยป้องกัน หรือลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลิตผลที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เหมาะสมต่อการบริโภค และตรงตามความต้องการของตลาด

โครงการเรียนรู้คู่อาชีพ เพื่อวิถีเกษตรที่ยั่งยืนนี้ ช่วยยกระดับมาตรฐานทางการเกษตรให้แก่ชุมชนเกษตรกร และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรกว่า 150 ครัวเรือน หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ คือโครงการเกษตรกรส่งเสริมอาชีพเพาะปลูกกะเพรา ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดำเนินการของ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เป็นโครงการที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 โดยมุ่งหวังสร้างความสัมพันธ์อันดีร่วมกับชุมชนโดยรอบผ่านการผสมผสานองค์ความรู้ด้านการจัดการแปลงเพาะปลูกเข้ากับวิถีชีวิตของเกษตรกร บริษัทได้ทำการให้ความรู้ในการปลูกพืชภายใต้การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะตามมาตรฐาน GAP สร้างความมั่นคงทางอาชีพให้แก่เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตรายย่อยรวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย และบริษัทได้รับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรมต่อเกษตรกร มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือให้คำแนะนำยามเกิดปัญหา และมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นการเสริมสร้างรายได้ สร้างความมั่นคงส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกร

ผลการดำเนินงานโครงการ

  • การสร้างความรู้ทางด้านการเกษตร ผู้เข้าอบรมและศึกษาดูงานแล้ว 1,166 ราย
  • สร้างงานและอาชีพให้กับชุมชนเกิดการจ้างงานในพื้นที่ 90 ราย เกิดการส่งเสริมอาชีพเกษตรกร 6 ราย ส่งเสริมอาชีพ กลุ่มแม่บ้าน 8 ราย
  • เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในชุมชนกว่า 7 ล้านบาทต่อปี
  • เกษตรกรมีการจัดการที่เหมาะสมและปลอดภัยเกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะปลูกที่ดีและเหมาะสม Good Agricultural Practices (GAP)จำนวน 6 ราย และได้รับการส่งเสริมและแนะนำตามมาตรฐาน Good Agricultural Practices (GAP) 53 ราย
  • เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายการรับซื้อผลผลิตมูลค่า 6.75 ล้านบาทต่อปี การเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิต และการเปิดจองผลผลิตทางการเกษตรทางช่องทางออนไลน์
  • เกิดความริเริ่มสร้างสรรค์หรือนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการร่วมกัน การวางแผนระบบการขนส่งผ่านการใช้แผนที่ดิจิทัล การแปรรูปผลผลิตโดยส่งไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย และการพยากรณ์ความต้องการผลผลิตใช้ประกอบการกับวางแผนการเพาะปลูก

โครงการต้นแบบ: กล้วยหอมทอง

เพราะบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมไปถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ที่เน้นการรับประทานอาหารที่สะดวก และดีต่อสุขภาพ ในปี 2555 บริษัทจึงริเริ่มโครงการกระจายกล้วยหอมทองสู่ผู้บริโภคผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

โดยเป็นการทำงานร่วมกันจากหลายภาคส่วน ทั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อรับซื้อกล้วยหอมทองจากสหกรณ์และเกษตรกรรายย่อย ดำเนินการคัดเลือกและส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ สู่มือผู้บริโภค นอกจากนี้บริษัทยังส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อให้เกิดความสามารถในการต่อรอง และประสิทธิภาพในการดำเนินการและรับซื้อผลิตภัณฑ์จากกลุ่มการเกษตรเพื่อให้การรวมกลุ่มมีความมั่นคงอีกด้วย อาทิ กลุ่มสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินบ้านต้นมะพร้าว จำกัด ที่เกิดจากการรวมตัวกันของเกษตรกรชาวสวนยางที่ปรับตัวและเปลี่ยนมาปลูกกล้วยหอมทองกล้วยหอมทองที่จำหน่ายผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นยังคงมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การรวมกลุ่มของเกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้นสะท้อนผ่านรายได้ที่มั่นคง และมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดมากยิ่งขึ้นนอกเหนือจากช่องทางการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทได้สง่ เสรมิ ให้ กล่มุ่วิสาหกิจ ชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสหกรณ์ พัฒนาคุณภาพสินค้าในแง่มุมที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน อาทิ การจัดการและส่งเสริมมาตรฐานพื้นที่เพาะปลูก การส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมทองแบบปลอดสารเคมีรวมถึงการให้ความรู้เรื่องการเก็บเกี่ยวและการคัดบรรจุ ด้วยตระหนักถึงประเด็นสุขภาพทั้งของผู้ปลูก ผู้ค้า และผู้บริโภคปัจจุบันเรากำลังศึกษา ทดลองนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ ที่ช่วยยืดอายุกล้วยหอมทองให้อยู่นานขึ้น พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยรักษาคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น และเอื้อต่อการจัดจำหน่ายสู่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศ

ผลการดำเนินงานโครงการ

ส่งผลให้สามารถวางจำหน่ายกล้วยหอมทองได้ 4 วัน ซึ่งช่วยลดการสูญเสียได้เป็นอย่างมากเป็นต้นโครงการกล้วยหอมทองต้นแบบช่วยเพิ่มรายได้และความมั่นคงให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสหกรณ์ผ่านการทำสัญญาซื้อขาย และการส่งเสริมคุณภาพสินค้า ปัจจุบันมีเกษตรกรรายย่อยเข้าร่วมมากกว่า 1,800 รายรวมพื้นที่เพาะปลูก 12,970 ไร่

ชุดโครงการกาแฟเพื่อมวลชนและความยั่งยืน

เป็นชุดโครงการที่เกิดจากการผลักดันของบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด โดยลักษณะโครงการจะประกอบไปด้วยโครงการที่ช่วยพัฒนาห่ว งโซ่อุปทานกาแฟ ตั้งแต่ก ารส่ง เสริม ความมันคงให้แก่ ผู้ ผลิตรายย่อย ไปจนถึงการสร้างอาชีพและส่งมอบกาแฟคุณภาพไปยังผู้บริโภค

โครงการทหารผ่านศึก

เป็นหนึ่งในชุดโครงการเพื่อคนพิการซึ่งบริษัทมีจุดมุ่งหมายในการร่วมส่งเสริม การทำให้เกิดผลกระทบเชิงบวกและสร้างสรรค์
แก่สังคม และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการเพื่อคนพิการ ขับเคลื่อนการดำเนินการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการให้เห็นเป็นรูปธรรมมากกว่าเรื่องพื้นฐานที่สำคัญตามกฎหมายกำหนด ตั้งแต่ปี 2556
ผลการดำเนินโครงการโครงการทหารผ่านศึก เป็นโครงการที่ผลักดันให้เกิดการดำเนินงานและผลสำเร็จโดยสำนักประสานรัฐกิจ บริษัท ซีพี ออลล์จำกัด (มหาชน) เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายจากการจ้างงานและปฏิบัติตามกฎหมาย โดยพิจารณาขอบเขตงานตามความถนัดของผู้พิการ

บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ

  • ตรวจสำรวจสถานการณ์ด้านความปลอดภัยของร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อป้องกันระวังเหตุ
  • เข้าไปประจำหรือเฝ้าระวังสังเกตุการณ์เหตุที่เกิดกับร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และประสานงานให้การช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุ
  • ให้คำแนะนำ ขั้นตอนปฏิบัติ แนวทางป้องกันตนเอง เมื่อเกิดเหตุ “ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ก่อกวน หรืออาชญากรรม” แก่พนักงานร้าน

ผลการดำเนินโครงการ

โครงการทหารผ่านศึก เป็นโครงการที่ผลักดันให้เกิดการดำเนินงานและผลสำเร็จโดยสำนักประสานรัฐกิจ บริษัท ซีพี ออลล์จำกัด (มหาชน) เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายจากการจ้างงานและปฏิบัติตามกฎหมาย โดยพิจารณาขอบเขตงานตามความถนัดของผู้พิการ
จำนวนผู้พิการที่ได้รับการจ้างงาน
ปี 2557 = 518 คน ปี 2558 = 539 คน
ปี 2559 = 594 คน ปี 2560 = 649 คน