สนับสนุนด้านการศึกษา

การสนับสนุนการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ความเสี่ยงและโอกาส


เครื่องมือสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์คือการศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นสิทธิเบื้องต้นและปัจจัยสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสทางสังคมและสร้างเส้นทางในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน ตลอดจนขับเคลื่อนสังคมและประเทศให้ความก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพแต่อย่างไรก็ตามยังมีประชากรจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ บริษัทร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบโอกาสการเข้าถึงการศึกษาให้เด็ก เยาวชน รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเท่าเทียมทั้งในระบบและนอกระบบผ่านโครงการทางการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ ตลอดจนสนับสนุนให้เยาวชนเติบโตมาเป็น “คนเก่ง คนดี” เพื่อสังคมต่อไป

สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน


ผลการดำเนินงานเทียบเป้าหมาย


เป้าหมายปี 2573

500,000 ราย

สนับสนุนเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถึงการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ ให้มีทักษะทางเทคนิคและอาชีพที่จำเป็นต่อการทำงาน รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

สรุปผลการดำเนินงาน ปี 2564

ส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

  มัธยมศึกษา      อุดมศึกษา      อาชีวศึกษา

พัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ

สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

โรงเรียนประชารัฐที่บริษัทร่วมดูแล (จำนวนสะสม)

โรงเรียนประชารัฐที่บริษัทร่วมพัฒนา (จำนวนสะสม)

จิตอาสาเพื่อการพัฒนา (School Partner)

จำนวนจิตอาสา
(รายสะสม)

ชั่วโมงจิตอาสาเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (ชั่วโมงสะสม

งบประมาณสนับสนุนในการพัฒนาโรงเรียน (ล้านบาทสะสม)

แนวทางการดำเนินงาน


เพราะตระหนักดีว่าความรู้ คือ โอกาสและอนาคตสำหรับเยาวชน และประเทศชาติ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) มุ่งดำเนินงานด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สนับสนุนการมีทักษะใหม่ การสร้างทัศนคติที่ดี การพัฒนาสิ่งท้าทายใหม่ๆ ตลอดจนสนับสนุนให้มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ของเยาวชน เพื่อให้เยาวชนสามารถรับมือและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในอนาคต พร้อมกันนี้ บริษํทยังส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จัดตั้งสถาบันการศึกษาและส่งมอบความรู้ในรูปแบบการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนควบคู่กับการปฏิบัติงานจริง พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาภายใต้เส้นทางการพัฒนาเยาวชนสู่มืออาชีพอย่างยั่งยืนตั้งแต่ปี 2538 เพื่อเป็นแนวทางสร้างโอกาสทางอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เยาวชน โดยบริษัทเชื่อว่าการศึกษาที่มีคุณภาพจะสามารถสร้างโอกาสทางอาชีพ และคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนในสังคมได้

ในปี 2564 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงการศึกษาของเยาวชน บริษัทจึงพัฒนาการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ให้แก่นักศึกษา เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อและสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ง่าย รวดเร็วและปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 พร้อมกันนี้ บริษัทกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับการเปิดสถานศึกษา อาทิ การตรวจคัดกรองอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าสถานศึกษา การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม และการทำความสะอาดอุปกรณ์และสถานที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักศึกษาและบุคลากรในสถานศึกษาทุกคน

ส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งสถาบันการศึกษาเพื่อสังคมขึ้นมา 2 แห่ง เป็นเวลามากกว่า 15 ปี ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT) ที่ผลิตบุคลากรด้านวิชาชีพระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ที่มอบโอกาสต่อยอดทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก บริษัทขยายขอบเขตการศึกษา โดยจัดตั้งโรงเรียนสาทิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (สาธิตพีไอเอ็ม) ครอบคลุมระดับมัธยมศึกษา ตั้งแต่มัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 รวมถึงก่อตั้งศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์อีกกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ผ่านระบบออนไลน์ (VDO Conference)

วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT)

บริษัทจัดตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญยาภิวัฒน์ (PAT) เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษา มุ่งเน้นให้ความรู้แบบครบวงจร โดยให้ความรู้ภาคทฤษฎี ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ ควบคู่กับการปฏิบัติจริง (Work-based Learning) เพื่อสร้างอาชีพด้านธุรกิจค้าปลีก และสร้างรายได้ให้แก่เยาวชนผ่านการให้โอกาสเข้าฝึกงานที่ร้าน 7-Eleven ตามสโลแกน “เรียนฟรี มีงานทำ ฝึกอาชีพ มีรายได้ระหว่างเรียน” ซึ่งวิทยาลัยฯ มีหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งหมด 3 หลักสูตร ดังนี้

นอกจากนี้ บริษัทจัดตั้งศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์กระจายตามพื้นที่ชุมชนต่างๆ รวม 20 ศูนย์ และลงนามความร่วมมือกับสถานศึกษาเอชน และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 118 แห่ง ในการเปิดสอนหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขางานธุรกิจค้าปลีก ปัจจุบันมีจำนวนนักศึกษาในระบบกว่า 15,000 ราย พร้อมทั้งจัดทำกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานองค์กร โดยมีโครงการที่โดดเด่น ดังนี้


โครงการคืนคนดีสู่สังคม

วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มอบโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนทั่วประเทศที่กระทำความผิด ได้ศึกษาต่อกับทางเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ในระดับอาชีวศึกษา หลักสูตรธุรกิจค้าปลีก และการจัดการธุรกิจค้าปลีก ในรูปแบบทวีภาคี โดยเรียนภาคทฤษฎีที่สถานศึกษาสลับกับการฝึกอาชีพที่ร้าน 7-Elelven เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน โดยได้รับรายได้ระหว่างเรีัยนและยังเป็นหลักประกันการมีงานทำหลังจากสำเร็จการศึกษา นอกจากนี้ เด็กและเยาวชนยังได้รับการฝึกอาชีพกาแฟ โดยศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพกาแฟปัญญาภิวัฒน์ (P-CoT) ร่วมกับหน่วยงานคัดสรรและเบลลินี่ พรีเมียมคาเฟ่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) อบรมให้ความรู้เรื่องการทำกาแฟประกอบด้วย 3 หัวข้อย่อย ได้แก่ การทำบาริสต้า การทำเบเกอรี่และการบริหารจัดการร้าน พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการจัดแข่งขันบาริสต้า ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมและพัฒนาทักษะเด็กและเยาวชนด้านวิชาชีพ” เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กและเยาวชนที่เคยกระทำผิด ในการเข้าสู่สังคมสามารถนำไปประกอบวิชาชีพเลี้ยงดูตนเองและเป็นคนที่มีคุณภาพของประเทศชาติ สามารถใช้ชีวิตในสังคมอย่างเต็มภาคภูมิได้ ช่วยลดปัญหาของสังคมอันเนื่องมาจากการกระทำผิดซ้ำ มอบทุนการศึกษา 62 ทุน


โครงการ PAT Go GREEN

เพื่อสร้างจิตสำนึกให้นักเรียน นักศึกษา และบลุคลากรในวิทยาลัยมีความรับผิดชอบในการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองนโยบายลดขยะพลาสติก ด้วยการสนับสนุนการใช้ถุงผ้า และการนำแก้วน้ำ กล่องอาหาร ช้อนส้อมส่วนตัวมาใช้ รวมถึงรณรงค์การแยกขยะพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิล โดยการเพิ่มจุดทิ้งและเพิ่มถังแยกขยะ มีการจัดกกิจกรรมประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เช่น กิจกรรมหน้าเสาธง บอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต้น รวมถึงการตั้งทีมตาสัปปรด โดยคณะกรรมการองค์การนักวิชาชีพในอนาคต (อวท.) ช่วยดูแลโครงการอัตลักษ์ “รักและห่วงใยสิ่งแวดล้อม” เป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ที่ร่วมสร้างความยั่งยืนในการรักษาสิ่งแวดล้อม



โครงการทวิศึกษา

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา และสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ทำข้อบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ตามโครงการการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำบูรณาการทวิศึกษาและทวิภาคี ด้วยระบบการสื่อสาร 2 ทาง ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 โดยหลักการของโครงการนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีหน้าที่ในการสนับสนุนทุนการศึกษาและจัดหาสถานประกอบการในการฝึกประสบการณ์ โดยมอบหมายให้วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์เป็นผู้ดำเนินการจัดการเรียนรายวิชาชีพในรูปแบบการสอนทางไกล (Conference) ให้กับสถานศึกษา สถานศึกษา ในสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐษน (สพฐ.) มีหน้าที่ในการสรรหา จัดการเรียนการสอนกำกับดูแลนักเรียนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาโดยวิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี มีหน้าที่ในการนิเทศก์ติดตามการฝึกประสบการณ์ จัดการเรียนการสอนด้านวิชาชีพ และเทียบโอนผลการเรียนรูปแบบทวิศึกษา

โครงการทวิศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาด้านสายอาชีพให้กับนักเรียนสายสามัญ ได้เรียนควบคู่กันไปในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จบการศึกษาได้ 2 วุฒิ วุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายและวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังตอบโจทย์นโยบายภาครัฐเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ และสุดท้ายเป็นการเตรียมแรงงานระดับฝีมือเข้าสู่ตลาดแรงงานเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต ปัจจุบันมีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ จำนวน 29 สถานศึกษา มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการ 898 ราย

พร้อมกันนี้ สถาบันฯ จัดตั้ง “กองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้” หรือ PIM SMART สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ โดยเป็นทุนที่ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เมื่อสำเร็จการศึกษาและช่วยเหลือให้นักศึกษามีรายได้ระหว่างที่ศึกษาอีกด้วย ปัจจุบันบัณฑิตของสถาบันฯ มีทั้งหมด 11 รุ่น จำนวนกว่า 19,000 ราย

นอกจากนี้ บริษัทจัดตั้งสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์วิทยาเขต อีอีซี ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อผลิตบัณฑิอตที่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ปัจจุบันมีการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาในหลายหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจอาหาร หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการและการผลิตอัจฉริยะและหลักสุตรที่ได้รับการอนุมัติล่าสุด คือหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาลงมือฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการจริง และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานด้านการบริหารจัดการ และธุรกิจบริการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้นักศึกษากว่า 350 ราย

โรงเรียนสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (สาธิตพีไอเอ็ม)

บริษัทจัดตั้งโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (สาธิตพีไอเอ็ม) เพื่อมอบโอกาสให้เยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ได้เรียนรู้สิ่งที่เหมาะกับตนเอง ผ่านการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยพัฒนาผู้เรียนให้เป็นเลิศตามความถนัดและความสนใจของตนเองและต้องการเรียนรู้ โดยมีการเรียน การสอนเป็นภาษาอังกฤษใน 3 วิชาหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ รวมถึงมีการสอนภาษาที่ 3 เพิ่มเติม ได้แก่ ภาษาจีน ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมต่อการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพในรูปแบบ Digital Class Room พร้อมทั้งปลูกฝังด้านคุณธรรม ความรับผิดชอบ และความมีวินัยให้นักศึกษา เพื่อสร้างเยาวชนให้เป็นคนเก่งและคนดีในสังคม ปัจจุบันมีนักเรียน 850 ราย

การมอบโอกาสทางการศึกษา

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) สานต่อนโยบายส่งเสริมการศึกษาพัฒนาเยาวชนและตามปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสต่อกัน” โดยสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนไทยระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ระดับอาชีวศึกษา (ปวช. และ ปวส.) และระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดยในปี 2564 ได้สนับสนุนทุนการศึกษาไปแล้วทั้งสิ้น 37,132 ทุน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1,247 ล้านบาท และมีผู้สำเร็จการศึกษาทุกหลักสูตรทั้งสิ้น 7,938 ราย นอกจากนี้ ยังมอบโอกาสในการศึกษาต่อระดับปริญญาโทและโอกาสในการเข้าร่วมทำงานกับบริษัท ให้แก่นักศึกษาของกลุ่มการศึกษาในความร่วมมือกับบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับอาชีวศึกษาในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการและระดับอุดมศึกษาในตำแหน่งผู้จัดการร้าน 7-Eleven ได้ทันที อีกทั้งมอบโอกาสพิเศษในการเข้าร่วมเป็นเจ้าของร้าน 7-Eleven ประเภทร่วมลงทุน (Store Business Partner : SBP) ซึ่งในปีการศึกษานี้มีจำนวนบัณฑิตที่จบการศึกษาเข้าร่วมงานกับบริษัทจำนวน 2,663 ราย อีกทั้งยังมอบโอกาสในการเข้าร่วมเป็นเจ้าของร้าน 7-Eleven ประเภทร่วมลงทุน (Store Business Partner : SBP) อีกด้วย

สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning)

โครงกรสานอนาคตการศึกษา CONNECT ED เฟส 4

แม้จะเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 บริษัทยังคงมุ่งมั่นดูแลและยกระดับการศึกษาของโรงเรียนและชุมชนต่างๆ โครงการสานอนาคตการศึกษา CONNECT ED ดำเนินการภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ผนวกกับกรอบความยั่งยืนในการสร้างโรงเรียนที่พึ่งพาตนเองได้ ปลูกฝังให้โรงเรียนและชุมชนมีทักษะความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ให้โรงเรียนและโครงการของโรงเรียนเดินหน้าต่อไปได้ บูรณาการความรู้ สู่หลักสูตรสถานศึกษาหรือหลักสูตรท้องถิ่นบูรณาการจุดเด่นของแต่ละโครงการเข้ากับ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง สร้างกระบวนการจัดการเรียนรู้ทั้งแบบลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) และแบบปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ที่มีความสอดคล้องกับหลักสูตรฐานสมรรถนะตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงพัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เป็นพื้นที่เปิดให้คนในชุมชนสามารถเข้ามาเรียนรู้ในรูปแบบคอร์สระยะสั้น สร้างการเรียนรู้แบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) และพิจารณาขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นๆ โดยการดำเนินการในเฟส 4 ปีการศึกษา 2564 บริษัทร่วมพัฒนาโรงเรียนเพิ่มเติบอีก 105 โรงเรียน สนับสนุนงบประมาณ องค์ความรู้ อุปกรณ์การศึกษา วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น พร้อมทั้งส่งบุคลากรของบริษัทที่ผ่านการพัฒนาทักษะและมีจิตสาธารณะเข้าไปเป็นผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) เพื่อเป็นคู่คิดช่วยเหลือโรงเรียนต่างๆ ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของโรงเรียนในบริบทที่แตกต่างกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ ทั้งด้านวิชาชีพ ด้านเกษตรกรรม ด้านวิชาการ ด้านศิลปวัฒนาธรรม ด้านสิ่งแวดล้อม กว่า 500 โครงการ รวมถึงเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับคนในชุมชน ยกระดับสถานการศึกษาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน (Learning Community Center) นอกจากนี้ บริษัทบูรณาการความรู้ด้านเกษตรกรรม ด้านหัตถกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม เข้าเป็นเนื้อหาในรูปแบบหลักสูตรท้องถิ่นให้คูรและนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งขยายผลโมเดลความสำเร็จของโรงเรียนต้นแบบสู่โรงเรียนอื่นๆ ในปี 2564 มีโครงการของโรงเรียน Best Practice, School Model และ Partnership School ที่บริษัทไปช่วยพัฒนและโดดเด่นหลายโครงการ



โครงการ “หูหิ้วถ้วยกาแฟ เส้นกกสายใยรักษ์โลก”

ของโรงเรียนัวดประดู่หอม (สุขประชาสรรค์) อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง นำวัชพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติในท้องถิ่นอย่าง “ต้นกก” และ พืชเศรษฐกิจอย่าง “กระจูด” มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่มีในชุมชน ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก สร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างหลักสูตร “หูหิ้วถ้วยกาแฟ เส้นกกสายใยรักษ์โลก” บูรณาการร่วมกับหลักสูตรท้องถิ่นนำเทคนิคฝีมือด้านหัตถกรรมมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบสายหูหิ้วถ้วยกาแฟได้อย่างสวยงาม โดยบริษัทสนับสนุนงบประมาณในโครงการพร้อมทั้งส่งเสริมให้โรงเรียนนำหูหิ้วถ้วยกาแฟจากเส้นกก มาใช้กับ All Café ในร้าน 7-Eleven สาขาทดลองจำนวน 3 สาขา คือ สาขาทะเลน้อย สาขาควนขนุน และสาขาโพธิ์ทองควนขนุน โดยกำหนดจัดวางในระยะทดลอง 3 เดือน หากลูกค้าให้ผลตอบรับที่ดีพิจารณาเตรียมขยายผลไปยังร้าน 7-Eleven ที่มีบริการกาแฟและเครื่องดื่มจาก All Café ในเขตพื้นที่ภาคใต้

ส่งเสริมทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต

บริษัทส่งเสริมความรู้ ความสามารถ แลฝึกทักษะที่จำเป็น เพื่อการประกอบอาชีพแก่เยาวชน ผ่านโครงการที่หลากหลาย โดยในปี 2564 มีโครงการที่โดดเด่น ดังนี้

โครงการ Creative AI Camp ปี 4

บริษัทดำเนินโครงการค่า Creative AI Camp ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อพัฒนาทักษะความสามารถการสร้างสรรค์ AI ให้แก่เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และอาชีวศึกษาภายใต้แนวคิด “วิถีความเป็นมนุษย์ AI สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ AI” (AI Creativeness) เพื่อประโยชน์ต่อสังคม ในปี 2564 บริษัทดำเนินโครงการผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบผสมผสานออนไลน์และออฟไลน์ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ และ Phenomena Work-based Education Learning เสมือนอยู่ค่ายจริงต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรและวิทยากรหลักในการจัดงานโครงการค่ายมากกว่า 20 ความร่วมมือ อาทิ คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI บริษัท โกซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไอโนว์พลัส จำกัด SUNPLEX GROUP AMBIENT GROUP รวมไปถึง Data Scientist จากบริษัท AI ชั้นนำในญี่ปุ่น Amazon Web Service (AWS) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มคลาวด์และให้บริการระบบคลาวด์ระดับโลก และบริษัท ทีเคเค คอร์หอเรชั่น จำกัด ผู้ให้บริการด้านหุ่นบนต์และระบบอัตโนมัติสำหรับงานบริการและอุตสาหกรรมแบบครบวงจร นอกเหนือจากการบูรณาการวิธีสร้างสรรค์ AI ผ่านปรัชญาการเล่นหมากล้อม (Creative AI Convergence by Go Philosophy) และการเพิ่ม IQ ผ่านความรู้เกี่ยวกับกลุ่มเทคโนโลยี ABCD แล้ว ในปีนี้ยังได้มีการผสมผสานเยาวชนที่มีความสนใจในการเรียนรู้ 2 กลุ่ม คือ Business AI ทีุ่ม่งเน้นองค์ความรู้เชิงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ AI และ Technical AI ทีุ่ม่งเน้นทักษะเชิงลึกด้านเทคโนโลยี สร้างสรรค์ไอเดีย และผลิตผลงานให้ตอบโจทย์และสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโรคปัจจุบัน โดยกิจกรรมทั้งหมดได้ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบอย่างเข้มข้นเป็นระยะเวลาเกือบ 2 เดือน


  • New Learning Space พื้นที่การเรียนรู้ที่มีสิ่งอำนวยความสะอวดสำหรับต่อยอดด้าน AI
  • New Creative Community ชุมชนใหม่ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานด้าน AI
  • New Noonvations & Solutions นวัตกรรมใหม่ๆ และวิธีการแก้ปัญหาใหม่ๆ ด้วย AI ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาโดยคนในคลับ