การดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน

เคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน

ผลการดำเนินงานที่สำคัญปี 2566


ซีพีแรม ได้รับรางวัลในฐานะองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2566 ระดับดีเด่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ประเภทองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผู้นำธุรกิจค้าส่ง “แม็คโคร” ได้รับรางวัลระดับสากล “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2566” บริษัทที่น่าทำงานด้วยที่สุดในเอเชียต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และบริษัทย่อยค้าปลีก “โลตัส” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากนิตยสาร HR Asia สื่อชั้นนำด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาคเอเชีย

ร้อยละ  100

ของพนักงานในระดับบริหารขึ้นไปของกลุ่ม
ซีพี ออลล์ ได้รับการให้ความรู้และสอบผ่านการวัดผลความรู้ ความเข้าใจ หลักสูตร "สิทธิมนุษยชนกับภาคธุรกิจ"

ร้อยละ  100

ของพนักงานทุกระดับกลุ่ม ซีพี ออลล์ ได้รับการให้ความรู้และสอบผ่านการวัดผลความรู้ ความเข้าใจ หลักสูตร "สิทธิมนุษยชน"

ร้อยละ  100

ของคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 1 ได้รับการให้ความรู้และประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

ร้อยละ  100

ของสโตร์พาร์ทเนอร์รายใหม่ ได้รับการให้ความรู้และประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ร้อยละ  100

ของพื้นที่เป้าหมายได้รับการตรวจรับรองมาตรฐานสากล เพื่อการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001: 2018

การดำเนินงานที่สำคัญปี 2566


บริษัท ซีพีแรม จำกัด เข้าร่วมประกวดองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ปี 2566

ติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานตามแผนของมาตรการควบคุมความเสี่ยงที่มีอยู่ขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน

ประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน จากกระบวนการตรวจอสบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

จัดกิจกรรมส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนสากลแก่พนักงานทุกระดับของกลุ่ม ซีพี ออลล์

จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานต่อเนื่องแก่พนักงานทุกระดับของกลุ่ม ซีพี ออลล์

ขยายขอบเขตการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนไปย้งสโตร์พาร์ทเนอร์และคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 1

ผู้มีส่วนได้เสียหลักที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ


สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน


SDG 3 สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย

3.4 ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อ ผ่านทางการป้องกัน การรักษา สนับสนุนสุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดี
3.6 ลดจำนวนการตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน

SDG 5 บรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศและให้อำนาจของผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน

5.1 ยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกที่

SDG 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องและยั่งยืน การจ้างงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน

8.5 บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพและการมีงานที่สมควรสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน
8.8 ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะผู้หญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย

SDG 10 ลดความไม่เสมอภาคภายในและระหว่างประเทศ

10.3 สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงโดยการขจัดกฎหมายนโยบาย และแนวปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย
และการกระทำที่เหมาะสม

SDG 16 ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม และสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผล รับผิดชอบและครอบคลุมในทุกระดับ

16.3 ส่งเสริมนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ และสร้างหลักประกันว่าจะมีการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมแก่ทุกคน

ผลการดำเนินงานเทียบเป้าหมาย


เป้าหมายปี 2573

  

ดำเนินการให้เกิด "การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน" อย่างต่อเนื่องตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ ทั้งในขอบเขตการดำเนินงานของบริษัท และคู่ค้าความเสี่ยงสูงด้านความยั่งยืน

ความก้าวหน้าเทียบกับเป้าหมาย

สรุปผลการดำเนินงาน ปี 2566

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

พื้นที่ดำเนินการและกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท

ของ FTEs ได้รับการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ของ FTEs มีความเสี่ยงสูงที่สำคัญด้านสิทธิมนุษยชน

ของ FTEs ที่ถูกระบุว่ามีความเสี่ยงมีมาตรการบรรเทา
ผลกระทบและดำเนินการแก้ไข

ประเด็นความเสี่ยงสูงที่สำคัญ

ความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน ร้าน 7-Eleven และ 24Shopping

ประเด็นอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติงาน ได้แก่ อุบัติเหตุจากการจัดส่งสินค้า ลื่นหรือตกจากบันได สิ่งของหรือสินค้าตกจากที่สูง อุบัติเหตุจากรถยกพุ่งชน มีดบาด

ประเด็นอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้านิรภัย
ชุดคลุมปฏิบัติงาน ห้องควบคุมอุณหภูมิ เป็นต้น


คู่ค้าลำดับที่ 1 ของบริษัท

  

ได้รับการประเมินความเสี่ยง

  

ถูกระบุว่ามีความเสี่ยง

  

ที่ถูกระบุว่ามีความเสี่ยงมีมาตรการบรรเทาผลกระทบ

การเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านการเคารพและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล

การฝึกอบรม

พนักงานได้รับการฝึกอบรม

สโตร์พาร์ตเนอร์ (พันธมิตรทางธุรกิจ) ได้รับการฝึกอบรม

คู่ค้าลำดับที่ 1 ของบริษัทได้รับการฝึกอบรม

ข้อร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชน

  

การละเมิดสิทธิมนุษยชน

  

การเลือกปฏิบัติ

  

การล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเทศ

  

การละเมิดสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง

มาตรการบรรเทาผลกระทบและการดำเนินการแก้ไข

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รับรองว่าจะมีการดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม ในกรณีที่เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผ่านการติดตาม ตรวจสอบ วางแผนมาตรการป้องกัน บรรเทา และรายงานผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งดำเนินการพิจารณรการชดเชยและเยียวยาทุกรูปแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือครองสิทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม และเพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมหรือดีขึ้น อาทิ การแสดงความขอโทษ การชดใช้ความเสียหาย การฟื้นฟูสมรรถภาพ การชดเชยในรูปแบบของตัวเงินหรือไม่ใช่ตัวเงิน การลงโทษ และการป้องกันอันตราย เช่น คำสั่งห้าม หรือการรับประกันไม่ให้เกิดกรณีซ้ำ เป็นต้น

การส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียม และความหลากหลายของบุคลากร

ความหลากหลายทางเพศ

  จำนวน (คน) จำนวนเทียบ FTEs
ชาย
64189
(ร้อยละ 35.44)
62707
(ร้อยละ 36.11)
หญิง
116919
(ร้อยละ 64.56)
110934
(ร้อยละ 63.89)
 หมายเหตุ : FTEs การทำงานเต็มเวลาของพนักงาน

ความหลากหลายทางอายุ

  จำนวน (คน) จำนวนเทียบ FTEs
อายุน้อยกว่า 30 ปี
100973
(ร้อยละ 55.75)
96340
(ร้อยละ 55.48)
อายุ 30-50 ปี
76189
(ร้อยละ 42.07)
73438
(ร้อยละ 42.29)
อายุมากกว่า 50 ปี
3946
(ร้อยละ 2.18)
3863
(ร้อยละ 2.23)

ความหลากหลายทางสัญชาติ

  พนักงานทั้งหมด (ร้อยละ) ผู้บริหารทั้งหมด (ร้อยละ)
ไทย
97.09
42.21
กัมพูชา
0.75
20.96
พม่า
1.47
29.92
เกาหลี
0.00
0.02
อินเดีย
0.01
0.11
ออสเตรเลีย
0.00
0.03
อื่นๆ
0.10
1.74

การส่งเสริมขีดความสามารถของพนักงานหญิงในองค์กร


การจ้างงานผู้พิการในองค์กร

จำนวน  1215  
ร้อยละเทียบ FTEs  0.70

เสรีภาพในการสมาคม

การดำเนินงานของคณะกรรมการสวัสดิการของบริษัทครอบคลุมพนักงาน

ความเสี่ยงและโอกาส


ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ถือเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแรงงานคือฟันเฟืองที่สำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจอย่างยั่งยืนของทุกองค์กรในภาคธุรกิจ โดยในแต่ละกิจกรรมทางธุรกิจ อาทิ จัดซื้อวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง และการบริการ มีความเสี่ยงที่จะเกิดประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งข้อบังคับและกฎหมายเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติด้านแรงงาน ทำให้องค์กรทั่วโลกดำเนินงานทางธุรกิจภายใต้หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่ออกในปี 2554 เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งส่งเสริมการปฏิบัติที่เท่าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ดีในสถานที่ทำงาน ตลอดจนจัดโครงการส่งเสริมด้านสุขภาพที่ดีสำหรับพนักงาน และลูกค้า

ดังนั้น บริษัทกำหนดให้มีการทบทวนและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน และกระบวนการติดตามสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงกำหนดกรอบการดำเนินงานขององค์กรให้สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนสากล และกฎหมายของประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินธุรกิจขององค์กรกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า

แนวทางการดำเนินงาน


บริษัทกำหนดการดำเนินงานตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของการดำเนินธุรกิจ รวมถึงคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งสอดคลองตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ และสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ รวมทั้งกฎหมายแรงงานของแต่ละประเทศที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ เช่น การเลือกปฏิบัติและการคุกคามทางเพศการใช้แรงงานเด็ก การใช้แรงงานบังคับ เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทมีกระบวนการประเมินประเด็นสำคัญ ผลกระทบ และความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุก 3 ปี ในทุกพื้นที่ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจขององค์กร และครอบคลุมการวิเคราะห์กระบวนการทำงาน โดยเฉพาะในหน่วยงานที่มีความเสี่ยงพร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบของประเด็นที่เสี่ยงสูงแบบบูรณาการ ผ่านกระบวนการด้านสิทธิมนุษยชน ดังนี้

การประเมินสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนขององค์กร

นอกจากนี้ บริษัทมุ่งสร้างความตระหนักรู้ในด้านการเคารพและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลแก่พนักงานทุกระดับ พันธมิตรทางธุรกิจ และคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 1 ผ่านโครงการที่หลากหลาย พร้อมทั้งผลักดันความเท่าเทียมค่าครองชีพและปัจจัยการจ้างงานให้สอดคล้องกับนโยบายและหลักการการกำหนดค่าตอบแทนและผลประโยชน์ โดยการประเมินค่าครองชีพของพนักงานและคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 1 เพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายครอบคลุมพนักงานทั้งหมดร้อยละ 100 ภายในปี 2568 และบริษัทมีแผนที่จะขยายการประเมินให้ครอบครัวคู่ค้าและผู้รับเหมาในอนาคต

พร้อมกันนี้ บริษัทได้ประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ครอบคลุมทุกพื้นที่การดำเนินการของบริษัท รวมทั้งจัดทำโครงการสนับสนุน ตลอดจนส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ พนักงานและครอบครัวผ่านโครงการต่างๆ เช่น การสนับสนุนการศึกษาของบุตรหลานพนักงาน การช่วยเหลือพนักงานด้านการรักษาสุขภาพ การใช้พนักงานมีสิทธิเลือกการใช้ค่ารักษาพยาบาลสำหรับบิดา-มารดา หรือคู่สมรส/บุตร การทำงานแบบยืดหยุ่น เป็นต้น

กระบวนการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

บริษัทดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านอย่างเป็นระบบเป็นประจำทุก 3 ปี เพื่อระบุประเด็นสำคัญและกลุ่มผู้ถือครองสิทธิ์ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมทุกพื้นที่ดำเนินการ และทุกกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท รวมถึงคู่ค้า ผู้จัดหา ผู้รับเหมา กิจการร่วมค้า และกิจการควบรวมและกิจการเข้าซื้อ โดยบริษัทพิจารณาประเด็นสิทธิมนุษยชนสำคัญที่เกี่ยวของกับการดำเนินธุรกิจขององค์กร ได้แก่ การใช้แรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก สิทธิและเสรีสาภาพในการสมาคม สิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง การให้ค่าตอบแทนที่เท่าเทียม การเลือกปฏิบัติ และการคุกคามทั้งที่เกี่ยวข้องกับทางเพศและรูปแบบอื่นๆ รวมถึงความมั่นคง ปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และสิทธิลูกค้า ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้แก่ พนักงาน ชุมชนและคนในท้องถิ่น คู่ค้า ผู้จัดหา ผู้รับเหมา ลูกค้าและผู้บริโภค รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้หญิง เด็ก ชนพื้นเมือง แรงงานต่างด้าว แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เพศทางเลือก ผ่านการรับฟังประเด็นจากผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทไม่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษชน

ความมุ่งมั่น

1

ปลูกฝังในองค์กร

2

นโยบายสิทธิมนุษยชน

ประเมินผลกระทบ

3

การบูรณาการ

4

  • ระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจ ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
  • ระบุผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงพิจารณาสถานะของผู้ที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้หญิงและเด็ก แรงงานอพยพ บุคคลทุพพลภาพและผู้สูงอายุ
  • การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
  • การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ติดตามประสิทธิผล

5

การสื่อสาร

6

  • ออกแบบมาตรการป้องกันและลดผลกระทบความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
  • นำมาตรการในเบื้องต้นไปปฏิบัติใช้สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ติดตามผลและทบทวนกระบวนการ

มีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย

7

มีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก เช่น พนักงาน ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคประชาสังคม เพื่อสื่อสารผลลัพธ์การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท

การเยียวยาและรับข้อร้องเรียน

8

  • การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  • การจัดตั้งกลไกรับข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทจัดทำการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุก 3 ปี โดยการระบุประเด็นสำคัญและกลุ่มผู้ถือครองสิทธิ์ที่ได้รับผลกระทบตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้กระบวนการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านครอบคลุม 8 หน่วยงานธุรกิจหลัก โดยคิดเป็นร้อยละ 100 ของพื้นที่ดำเนินธุรกิจ และคิดเป็นร้อยละ 100 ของกิจกรรมทางธุรกิจ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 กิจกรรม ได้แก่ Employees Practice, Community Rights, Custoner Rights, Supplier & Contractor Rights

จากการทบทวนและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครั้งล่าสุดปี 2565 เพื่อพิจารณาประเด็นความเสี่ยงเดิม ประเด็นความเสี่ยงในปัจจุบัน และความเสี่ยงที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในอนาคต ครอบคลุมสิทธิของพนักงาน คู่ค้าและผู้รับเหมา สิทธิมนุษยชน และสิทธิลูกค้าหรือผู้บริโภค ตลอดจนครอบคลุมประเด็นด้านสภาพการทำงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ด้านการเลือกปฏิบัติและการคุกคาม ด้านการใช้แรงงานผิดกฎหมาย ด้านมาตรฐานการครองชีพ และด้านข้อมูลและความเป็นส่วนตัว พบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญในกลุ่มธุรกิจบริการร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และ 24Shopping ได้แก่ 1) ประเด็นอุบัติเหตุระหว่างการปฏิบัติงาน 2) ประเด็นอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลไม่เหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทมีการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในคู่ค้าลำดับที่ 1 ทั้งหมด ครอบคลุมคู่ค้าจำนวน 2,242 ราย โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น ประเด็นการจัดอบรมด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ประเด็นการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ในการทำงานและอุปกรณ์เกี่ยวกับการระงับเหตุ การซ้อมหนีไฟ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทส่งเสริมให้คู่ค้าจัดทำแนวทางการป้องกันและแก้ไขสำหรับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นอย่างครบถ้วนครอบคลุมคู่ค้าลำดับที่ 1 ทั้งหมด

ในกรณีที่เกิดประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทจะดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานอย่างต่อเนื่องตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนของประเด็นที่เสี่ยงสูงแบบบูรณาการเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือครองสิทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจะได้รับการชดเชยและเยียวยาอย่างเหมาะสมหรือดีขึ้น อาทิ การแสดงความขอโทษ การชดใช้ความเสียหาย การฟื้นฟูสมรรถภาพ การชดเชยในรูปแบบของตัวเงินหรือไม่ใช่ตัวเงิน การลงโทษและการป้องกันอันตราย เช่น คำสั่งห้าม หรือการรับประกันไม่ให้เกิดกรณีซ้ำ เป็นต้น

การปฏิบัติของพนักงาน แนวทางปฏิบัติของชุมชน แนวทางปฏิบัติของลูกค้า แนวปฏิบัติของคู่ค้าและผู้รับเหมา
  • สภาพการทำงาน
  • สุขภาพและความปลอดภัย
  • การเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด
  • การใช้แรงงานผิดกฎหมาย
  • เสรีภาพในการสมาคมและสิทธิเพื่อการเจรจาต่อรองร่วมกัน
  • สุขภาพและความปลอดภัย
  • มาตรฐานการครองชีพ
  • สุขภาพและความปลอดภัย
  • การเลือกปฏิบัติ
  • ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  • สภาพการทำงาน
  • สุขภาพและความปลอดภัย
  • การเลือกปฏิบัติ
  • การใช้แรงงานผิดกฎหมาย

การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

หลังจากจบกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทกำหนดให้มีการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจในประเด็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการก่อนผ่านการเก็บข้อมูล การสำรวจความคิดเห็นของผู้ถือครองสิทธิ์ครอบคลุมจำนวนพนักงานทั้งหมดในทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสำคัญ และมีความเสี่ยงสูงที่ต้องบริหารจัดการก่อน โดยแบ่งการประเมินออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.สายปฏิบัติการร้าน 2.ศูนย์กระจายสินค้า ซีพี ออลล์ 3.ศูนย์กระจายสินค้า 24Shopping 4.สายงานการผลิตและโลจิสติกส์ ซีพีแรม เมื่อผลกระทบบริษัทดำเนินการยกระดับมาตรการบรรเทาผลกระทบ รวมทั้งมุ่งสื่อสารการปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียมตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชนภายในองค์กร ผ่านการสื่อสารในรูปแบบ Infographic การเดินรณรงค์ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงมีการส่งสารผ่านการจัดทำตัวบันทึกถึงพนักงานทั้งองค์กร

มาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนของประเด็นที่เสี่ยงสูงแบบบูรณาการภายใต้ขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัท สโตร์พาร์ทเนอร์ (พันธมิตรทางธุรกิจ)

ผู้ถือครองสิทธิ ประเด็นที่มีความเสี่ยงสูง มาตรการป้องกันและลดผลกระทบ การบูรณาการมาตรการ
พนักงานร้าน 7-Eleven และ 24Shopping ความปลอดภัยและสุขภาพ
  • ประเด็นอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติงาน ได้แก่ อุบัติเหตุจากการจัดส่งสินค้า ลื่นหรือตกจากบันได สิ่งของหรือสินค้าตกจากที่สูง อุบัติเหตุจากรถยกพุ่งชน มีดบาด
  • ประเด็นอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้านิรภัย ชุดคลุมปฏิบัติงานห้องควบคุมอุณหภูมิ เป็นต้น
  • คู่มือความปลอดภัย
  • ดำเนินการวิเคราะห์ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
  • ใบรับรอง ISO 45001/มอก. 18001
  • อบรมด้านชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับพนักงาน
  • อบรมการขับขี่อย่างปลอดภัยบนท้องถนนสำหรับพนักงาน
  • จัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลและเครื่องทุ่นแรงสำหรับพนักงาน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลประจำเดือน โดยคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (OHS&E) และตรวจสอบทุกครั้งก่อนใช้งาน โดยผู้จัดการสายงาน
  • จัดหาชุดคลุมปฏิบัติงานที่มีความหนาและวิตามินบำรุงร่างกาย สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานในห้องควบคุมอุณหภูมิ มีช่วงเวลาให้พนักงานปรับอุณหภูมิร่างกายก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • นโยบายองค์กร (เช่น นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทำงาน นโยบายสิทธิมนุษยชน เป็นต้น)
  • กฎระเบียบสำหรับสถานที่ปฏิบัติงาน
  • คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • ประกาศเป้าหมายการดำเนินงานความปลอดภัยยานยนต์
  • มาตรฐานการปฏิบัติงาน

กลไกรับข้อร้องเรียนและการแก้ไขเยียวยา

การสร้างความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชน

การอบรมหลักสูตร "สิทธิมนุษยชนกับภาคธุรกิจ"

บริษัทจัดอบรมหลักสูตร "สิทธิมนุษยชนกับภาคธุรกิจ" สำหรับพนักงานระดับบริหารขึ้นไปของ ซีพี ออลล์ และบริษัทย่อย เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสม รวมถึงป้องกันการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนภายใน และภายนอกองค์กร โดยหลักสูตรมีเนื้อหาครอบคลุมด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ได้แก่

มาตรฐานสากลในเรื่องการเคารพสิทธิมนุษยชน

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

แนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน

วัฒนาธรรมองค์กรกับการเคารพสิทธิมนุษยชน

ในปี 2566 มีผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวน 181,1081 ราย และมีแผนขยายขอบเขตการสร้างความตระหนัก ตลอดจนมุ่งสร้างความเข้าใจให้แก่พนักงานทุกระดับ ทุกพื้นที่ รวมถึง คู่ค้า และสโตร์พาร์ทเนอร์ (พันธมิตรทางธุรกิจ) ผ่านระบบออนไลน์ ครบร้อยละ 100 ภายในปี 2568

การสื่อสาร "เรื่อง สิทธิมนุษยชนภายในบริษัทและบริษัทย่อย

บริษัทมีการสื่อสารแนวปฏิบัติของนโยบาย ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน จริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงานให้พนักงานทุกระดับรับทราบ เพื่อให้พนักงานปฏิบัติตามนโยบาย และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานรวมถึงเพื่อป้องกันการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนภายในองค์กรโดยมีการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ได้แก่
- จัดทำบันทึกขอความร่วมมือให้มีการปฏิบัติต่อกันที่ดีและไม่เลือกปฏิบัติ
- สื่อสารแนวปฏิบัติและบทลงโทษในรูปแบบ Infographic
- กิจกรรมเดินรณรงค์ สื่อสารให้มีการปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

บริษัทยึดมั่นในการเคารพสิทธิแรงงานของพนักงาน และการปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายและนโยบายต่างๆ ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานไทยและสากล ผ่านการสร้างความเหมาะสมด้านการจ้างงาน ค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน วันหยุด และสวัสดิการ รวมถึงสถานที่ทำงานที่มีความปลอดภัย และมีสภาพแวดล้อมที่ดี ทั้งนี้ บริษัทกำหนดสวัสดิการสำหรับพนักงาน อาทิ

สวัสดิการ สิทธิตามกฎหมายกำหนด สิทธิที่บริษัทมอบให้พนักงาน
จำนวนวันเพื่อเลี้ยงดูบุตรสำหรับพนักงานหญิง
98  
120  
วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่าปีละ
13  
14-18  
วันหยุดพักผ่อนประจำปี ไม่น้อยกว่าปีละ
6  
6-15  
วันลากิจ
3  
3-7  
วันลาเพื่อดูแลบุตรที่คลอดใหม่สำหรับพนักงานชาย โดยได้รับค่าจ้าง 0  
5  
วันลากิจธุระส่วนตัว เพื่อสร้างสมดุลในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว อาทิ บำเพ็ญประโยชน์ให้กับชุมชนหรือสังคมตามความสนใจของพนักงาน ดูแลบุคคลในครอบครัวที่เจ็บป่วย หรือมีภาวะทางด้านร่างกายและจิตใจ ลาเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง -
7  
ลาโดยได้รับค่าจ้างและไม่นับเป็นวันหยุดที่คั่นกลางระหว่างการลา
ทางเลือกการทำงานแบบพาร์ตไทม์ (Part-time working options) สำหรับพนักงานประจำ สายสำนักงานระดับเจ้าหน้าที่ และบังคับบัญชา - เฉพาะวันหยุดของพนักงาน (ขั้นต่ำวันละ 4 ชม)

นอกจากนี้ บริษัทจัดสรรสวัสดิการที่หลากหลายให้กับพนักงาน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีระหว่างการทำงานร่วมกับบริษัท เช่น สวัสดิการเงินกู้ฉุกเฉินจากสถาบันการเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เงินช่วยเหลือบ้านเช่าบ้านพัก เงินช่วยเหลือกรณีปฏิบัติงานประจำสำนักงานต่างจังหวัด (เบี้ยกันดาร) เป็นต้น ตลอดจนสวัสดิการด้านความมั่นคงของชีวิต อาทิ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันชีวิตจากโรคและอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพกลุ่มภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองพนักงานรวมถึงครอบครัวพนักงาน สวัสดิการเงินยืมฉุกเฉินสำหรับพนักงานและครอบครัว และเงินช่วยเหลือกรณีประสบภัยพิบัติต่างๆ รวมถึงบริการศูนย์สุขภาพ (CPALL Health Care Center) และศูนย์ออกกำลังกายสำหรับพนักงาน (The Tara Fitness Club) ฝึกสอนโดยผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา พร้อมทั้งมีโครงการ Exercise My Way บริการตรวจวัดสุขภาพ โดยเภสัชกรด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของพนักงาน

หมายเหตุ: พื้นที่สำคัญในการดำเนินการให้การสนับสนุน ครอบคลุมพนักงานที่ปฏิบิัติงานในพื้นที่สำนักงาน พื้นที่ศูนย์กระจายสินค้า และพื้นที่ปฏิบัติการร้าน 7-Eleven

เสรีภาพในการสมาคม

บริษัทสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นและข้อกังวลผ่านการจัดช่องทางการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์แจ้งข้อมูล สื่อออนไลน์ของบริษัท เคาะระฆัง ระบบ Voice of Employee เป็นต้น รวมทั้งผ่านคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ (คสส.) ที่ถูกจัดตั้งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ปัจจุบันมีพนักงานตัวแทนคณะกรรมการสวัสดิการ จำนวน 2,397 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมด โดยกำหนดให้มีการประชุมหารือร่วมกันทุกไตรมาส ในปี 2566 มีประเด็นข้อเสนอแนะที่ได้รับการอนุมัติดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้

1. โครงการสวัสดิการเงินยืมเพื่อการศึกษาสำหรับบุตรพนักงาน

2. โครงการค่ารักษาพยาบาลสำหรับบิดา-มารดาของพนักงานกรณีคนไข้ใน (IPD)

3. เพิ่มรถรับส่งสายรังสิตและสายบางใหญ่สำหรับพนักงาน

การส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมและความหลากหลายของบุคลากร

บริษัทปฏิบัติกับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม เคารพในความหลากหลายและความแตกต่างของบุคลากรบนพื้นฐานที่ไม่แบ่งแยกทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศ สีผิว ภาษา อายุ รวมถึงผู้พิการ ตลอดจนส่งเสริมและพิจารณาให้พนักงานทุกคนได้รับการจ้างงาน โอกาสในการพัฒนาศักยภาพ และเติบโตก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเท่าเทียม รวมทั้งสนับสนุนการสร้างอาชีพ โดยจัดจ้างบุคคลทุพพลภาพให้เป็นพนักงานอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทร่วมจัดกิจกรรมเพื่อผลักดันสิทธิของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 มีการให้ความรู้ และจัดกิจกรรมสัมมนาในหัวข้อที่สอดคล้องกับกระแสสังคมโลก "ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่แบ่งแยก" ในช่วงเดือนไพรด์ของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อร่วมสนับสนุนความหลากหลายและเท่าเทียมทางเพศ ตลอดจนสนับสนุนให้หน่วยงานทุกภาคส่วนลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมให้บุคคลากรทุกกลุ่มแสดงศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ทั้งภายใน ภายนอกองค์กร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายของกลุ่มคนในสังคม เพื่อไม่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติและการคุกคามทุกรูปแบบในการดำเนินงานทางภาคธุรกิจ

ค่าครองชีพ

เนื่องจากบุคลากรเป็นเสาหลักสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นอันดับแรก โดยดำเนินงานเพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานจะได้รับการดูแลที่เหมาะสม มีสวัสดิการบรรยากาศในการทำงานที่ดี และสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย พร้อมทั้งได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ผ่านการกำหนดนโยบายและวางแนวทางการจัดการค่าตอบแทนและผลประโยชน์ รวมทั้งพิจารณาเงินเดือนและสวัสดิการสำหรับพนักงานและพันธมิตรทางธุรกิจ (สโตร์พาร์ตเนอร์) ในแต่ละพื้นที่อย่างเป็นธรรม เท่าเทียม และสอดคล้องตามกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ โดยเป็นค่าตอบแทนที่สามารถเทียบเคียงในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวได้ นอกจากนี้ บริษัทให้เงินสนับสนุนและค่าตอบแทนที่เหมาะสมและสูงกว่าค่าจ้าง ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งให้เงินสำหรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อาทิ ค่าทำงานนอกเวลา ค่าเดินทาง เบี้ยพิเศษ ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร เบี้ยขยัน เพื่อให้พนักงานได้รับค่าจ้างที่เหมาะสมที่สุดในการดำรงชีพ ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทจ่ายค่าตอบแทนและผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมและแข่งขันได้ บริษัทกำหนดให้มีการประเมินค่าตอบแทนและสวัสดิการกับ 2 บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Korn Ferry Hay Group และ Mercer ตลอดจนกำหนดให้มีการประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของค่าครองชีพและปัจจัยการจ้างงานในแต่ละด้านของการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัท มีเป้าหมายครอบคลุมพนักงานทั้งหมดร้อยละ 100 ภายในปี 2568 พร้อมวางแผนขยายเป้าหมายการประเมินไปยังคู่ค้าและผู้รับเหมาในอนาคต

นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงานดาวน์โหลด
คู่มือการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนดาวน์โหลด

เว็บไซต์ cpall.co.th มีการเก็บคุกกี้ซึ่งเป็นการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้า นโยบายการใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า