การสนับสนนุนสังคมและชุมชน

  >  การสนับสนนุนสังคมและชุมชน

เติมความรัก สร้างด้วยใจ เพิ่มความเข้มแข็งให้ชุมชน

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของชุมชนโดยรอบที่ธุรกิจได้เข้าไปดำเนินการถือเป็นสิ่งที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทย่อย (“บริษัท”) ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก  เนื่องจากชุมชน     เป็นทั้งเพื่อนบ้าน ลูกค้าและคู่ค้าที่สำคัญของบริษัทซึ่งจะสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ในเวลาเดียวกัน  นอกจากนี้การดำเนินงานต่าง ๆ ของบริษัทอาจมีผลกระทบต่อชุมชนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่สบายใจหรือข้อห่วงกังวลจากชุมชนรอบๆ ได้ และข้อห่วงกังวลเหล่านี้อาจกลายเป็นข้อขัดแย้ง ในที่สุดและทำให้ความสัมพันธ์ในภาพรวมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งลูกค้า คู่ค้า หรือบุคลากรที่อาศัยอยู่ในรอบ ๆ พื้นที่การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างราบรื่น บริษัทจึงตั้งเป้าหมายให้เป็นบริษัทที่ปราศจากข้อขัดแย้งที่สำคัญในทุกส่วนงานของการดำเนินธุรกิจและในทุกพื้นที่แหล่งดำเนินการของธุรกิจภายในปี 2563

บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจในข้อเสนอแนะ ข้อห่วงกังวล และความคาดหวังของชุมชนในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน ควบคู่กับการยกระดับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน  สมดังอุดมการณ์ของบริษัท “ร่วมสร้างสรรค์ และแบ่งปันโอกาส ให้ทุกคน

การดำเนินงาน

เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย บริษัทได้วางแนวทางในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ดังนี้

นโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท

กลยุทธ์และแนวทางในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการศูนย์สนับสนุนชุมชน (Community Support Center : CSC) ภายใต้  3 แนวทางหลัก  คือ

  1. สร้างงานท้องถิ่น ผ่านโครงการ พนักงานในท้องถิ่น ผู้รับเหมาท้องถิ่น   และ ผลิตภัณฑ์ชุมชน 
  2. สนับสนุนการศึกษาในชุมชน ผ่านโครงการ 1 สาขา 1 ทุนการศึกษา
  3. กิจกรรมจิตสาธารณะ ผ่านโครงการพัฒนาชุมชน และสังคมในรูปแบบต่างๆ รวมถึงกำหนดให้ร้านสาขาที่มีพื้นที่เหมาะสมและศูนย์กระจายสินค้าเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนความรู้ของชุมชนและหน่วยงานราชการต่างๆ

– คณะทำงานโครงการ CP ALL Opportunities Days เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน SMEs ในชุมชนพัฒนาศักยภาพของธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

– กระบวนการจัดการข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ช่องทางรับข้อเสนอแนะและข้อห่วงกังวลของชุมชน พร้อมทั้งแนวทางในการตอบสนองความต้องการของชุมชนผ่านขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

– ความใส่ใจต่อชุมชนโดยการสำรวจความพึงพอใจของชุมชนต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการผนวกแนวทางในการตอบสนองความต้องการและข้อห่วงกังวลของคนในชุมชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการขยายร้านสาขา ซึ่งสามารถสรุปขั้นตอนได้ดังนี้

ผลการดำเนินงาน

บริษัทมุ่งมั่นเสริมสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างบริษัทและชุมชน เพื่อให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากชุมชนและสังคมในการดำเนินธุรกิจ โดยในปี  2561 บริษัทมีการสนับสนุนทางการเงินและทรัพยากรสำหรับดำเนินโครงการสำคัญต่างๆ เพื่อบริหารจัดการข้อห่วงกังวลของชุมชน ดังต่อไปนี้

การก่อสร้างที่คำนึงถึงสถาปัตยกรรมโดยรอบของชุมชน

บริษัทมีการสำรวจสภาพแวดล้อมและสถาปัตยกรรมโดยรอบ รวมถึงข้อห่วงกังวลของคนในชุมชนก่อนบริษัทดำเนินการก่อสร้างร้านสาขา สำหรับร้านสาขาที่จัดอยู่ในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อสถาปัตยกรรมของชุมชน บริษัทได้ดำเนินการลดข้อห่วงกังวลดังกล่าวด้วยการออกแบบร้านสาขาให้มีความกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมเดิมของชุมชนโดยรอบ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ

โดยในปี 2561 ได้เปิดร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาธาราพัทยา  แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในเมืองพัทยาใต้ Flagship Store ของบริษัท ออกแบบเป็นพิเศษด้วยแนวคิดการก่อสร้าง Oceania ในรูปแบบมหาสมุทร มีกลิ่นอายของท้องทะเลสีคราม  ผสานกับจุดเด่นของเมืองพัทยา  ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เป็นร้านเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นของพื้นที่ภาคตะวันออก  มีเอกลักษณ์ คือ ปลาโลมา  ท้องทะเล  และเป็นร้านที่ไม่ขายเหล้า บุหรี่

มีการนำเรือยอร์ชมาเป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบ  และเพื่อให้ลูกค้าได้ชื่นชมความสวยงามของท้องทะเลไทย  ได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยบูรพา สรรสร้างสื่อวิดีทัศน์ เปิดโลกทะเลไทย เพื่อให้สาธารณชนรับรู้  เกิดความตระหนักในการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพของท้องทะเลไทยให้ดำรงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

จากข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจที่ชุมชนต่าง ๆ มีต่อการดำเนินงานของบริษัท บริษัทจึงกำหนดแผนสนับสนุนด้านเศรษฐกิจดังนี้

การส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนท้องถิ่น

บริษัทส่งเสริมการจ้างงานภายในท้องถิ่นที่บริษัทได้เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทมีการจ้างผู้รับเหมาและแรงงานท้องถิ่นในการก่อสร้างร้านสาขา ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในผลงานการสร้างที่สำเร็จของชุมชน นอกจากนี้ บริษัทยังมีการจ้างคนในท้องถิ่นมาปฏิบัติงานในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น  สาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ

การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน

บริษัทส่งเสริมการยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนให้ดีขึ้น โดยการส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากชุมชน หรือผลิตภัณฑ์ OTOP และให้ความร่วมมือกับผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ชุมชนและบรรจุภัณฑ์ให้ดีขึ้น  พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นผ่านโครงการสินค้าชุมชน  ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายให้กับผลิตภัณฑ์ในชุมชนได้ โดยภาพรวมแล้วสินค้าท้องถิ่นที่ดำเนินการปรับปรุงสินค้า บรรจุภัณฑ์  และเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่ายของร้านสะดวกซื้อจะสามารถเพิ่มยอดขายได้กว่าร้อยละ 290 นอกจากนี้ บริษัทยังได้ดำเนินการแบ่งปันพื้นที่หน้าเซเว่นอีเลฟเว่นเพื่อแบ่งปันโอกาสให้ชุมชนนำผลผลิตทางการเกษตร หรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาจำหน่าย

โครงการสินค้าชุมชน

ในปี 2561 บริษัทยังคงดำเนินโครงการสินค้าชุมชน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการที่ทางบริษัทริเริ่มตั้งแต่ปี  2559 เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน และสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งบริษัทมีการพิจารณาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนตามแนวทางดังต่อไปนี้

นอกจากนี้เพื่อพัฒนาเศรฐกิจในชุมชน บริษัทมีการส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ ผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร  กลุ่มวิสหกิจชุมชน   วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  ผู้ประกอบการรายย่อย (SME)  รวมถึงสหกรณ์  โดยในปี 2561 บริษัทได้ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มดังกล่าว สรุปได้ดังนี้

นอกเหนือจากโครงการข้างต้น บริษัทยังร่วมกับบริษัทย่อยต่างๆ ของบริษัทในการดำเนินโครงการบริหารจัดการข้อห่วงกังวลและความคาดหวังของชุมชน ดังต่อไปนี้

โครงการชุมชนสุขภาพดี

ร้านขายยา เอ็กซ์ต้า พลัส (eXta Plus) ร่วมกับสำนักงานเขตกรุงเทพดำเนินโครงการชุมชนสุขภาพดี โดยให้ความรู้กับคนชุมชนให้เข้าใจถึงวิธีการรักษาสุขภาพร่างกาย รู้จักการกินอาหารที่เป็นประโยชน์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้คนในชุมชนมีสุขภาพดี  ทั้งนี้บริษัทยังบริจาคยาให้กับโรงพยาบาลต่างจังหวัดเพื่อนำไปใช้กับผู้ป่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โครงการส่งเสริมและฝึกอบรมการจัดทำน้ำหมักชีวภาพ และปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

ศูนย์กระจายสินค้าบางบัวทอง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลละหารให้คำแนะนำกับชุมชนต่างๆ และโรงเรียนในชุมชนจัดทำน้ำหมักเพื่อนำไปแก้ปัญหาน้ำเสียในชุมชนและนำไปรดน้ำต้นไม้ช่วยเพิ่มผลผลิตให้เจริญงอกงาม ทั้งนี้ ยังแนะนำให้ชุมชนรู้จักใช้ประโยชน์จากมูลสัตว์ เศษอาหารและ เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อนำมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก ให้คำแนะนำการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้ดินโดยใช้ธรรมชาติ

โครงการ 1 สาขา 1 ทุนการศึกษา

บริษัทมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนไทย ผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในชุมชนต่างๆ กว่า 28,000 ทุน รวมมูลค่ากว่า 966 ล้านบาท เพื่อเป็นการสร้างรากฐานทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทยได้มีโอกาสเข้าศึกษาระดับ ปวช. ปวส. ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์  ศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ 20 แห่ง เครือข่ายอาชีวศึกษารัฐบาล (สอศ.) เครือข่ายอาชีวศึกษาเอกชน (สช),สพฐ. และกศน. รวม 174 แห่งทั่วประเทศ

บริษัทมีช่องทางรับข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลจากคนในชุมชนหลากหลายช่องทาง เพื่อนำมาดำเนินการปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง