การกำกับดูแลกิจการ

การกำกับดูแลกิจการ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2564


ความเสี่ยงและโอกาส


การเสริมสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจนั้นส่วนสำคัญที่สุดเกิดจากการให้ความสำคัญเรื่องการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งเป็นปัจจัยในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาวและดึงดูดความสนใจของนักลงทุน ตลอดจนเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยสร้างคุณค่าให้กิจการและช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน องค์กรตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงจริยธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องควบคู่กับการสร้างความเข้าใจและสื่อสารให้แก่พนักงานทุกระดับในองค์กรให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงเรื่องการละเมิดกฎหมายปัจจุบันการบูรณาการด้านความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการเป็นประเด็นที่ผู้มีส่วนได้เสียให้ความสำคัญซึ่งถือเป็นความท้าทายในการผลักดันให้องค์กรเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน


ผลการดำเนินงานเทียบเป้าหมาย


เป้าหมายปี 2573

ได้รับการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Goveernance Rating) โดยสถาบันที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลหรือเทียบเท่าในระดับดีเลิศ (Excellence)

2562 ระดับดีเลิศ
2563 ระดับดีเลิศ
2564 ระดับดีเลิศ
เป้าหมายปี 2564 ระดับดีเลิศ
เป้าหมายปี 2573 ระดับดีเลิศ

สรุปผลการดำเนินงาน ปี 2564

องค์ประกอบคณะกรรมการบริษัท

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง

การอบรมและสื่อสารด้านธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริต



สร้างวัฒนธรรมการทำงานให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ

การทุจริตคอร์รัปชัน

การรายงานทุจริตที่ตรวจพบ (กรณี)

    ปี 2564
รายงานทุจริตที่ตรวจพบ 434
ตรวจสอบแล้วพบว่าทุจริตจริง 434
ดำเนินการแก้ไข 434

สัดส่วนพื้นที่ดำเนินการที่เกิดการทุจริต


อัตราการทุจริตร้าน 7-Eleven เฉลี่ยต่อร้านต่อปี (ร้อยละ)

ข้อร้องเรียนการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (กรณี) ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าผิดจริง

แนวทางการดำเนินงาน


บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินกงานด้านกำกับดูแลกิจการโดยคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความยั่งยืนและบรรษัทภิบาลของค์กร ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายความยั่งยืน นโยบายด้านการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน ตลอดจนหน้าที่ทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับหลักบรรษัทภิบาลของหน่วยงานกำกับดูแลตามกฎหมายและแนวปฏิบัติสากลอย่างเหมาะสม นอกจากนี้บริษัทยังจัดการอบรมหลักสูตรธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้แก่พนักงานในองค์กรทุกระดับและทำแบบทดสอบความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างความตระหนักและส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจต่อการดำเนินงานให้ถูกต้องด้วยจริยธรรมที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล รวมถึงสร้างจิตสำนึกที่ดีเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่มีหลักปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ตลอดจนขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ผู้นำด้านความยั่งยืน

ทั้งนี้ ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ส่งผลให้คณะผู้บริหารมีความตระหนักถึงผลกระทบที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ดังนั้น บริษัทจึงมีการตอบสนองต่อผลกระทบดังกล่าว ผ่านการกำหนดมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 สำหรับพนักงานทั้งภายในสำนักงาน ศูนย์กระจายสินค้า และร้าน 7-Eleven รวมไปถึงลูกค้า อาทิ มาตรการทำงานที่บ้าน (Work from Home) การกำหนดขั้นตอนการจัดส่งสินค้าแบบ 7Delivery เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสสำหรับพนักงาน 7-Eleven และลูกค้า ตลอดจนจัดให้มีสวัสดิการสำหรับพนักงานที่ครอบคลุมถึงครอบครัวพนักงานด้วยเช่นกัน

นโยบายการกำกับดูแลกิจการของ ซีพี ออลล์

โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการชุดย่อย

บริษัทมีคณะกรรมการชุดย่อยที่เป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญประกอบไปด้วย

คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ
  • สอบทานงบการเงิน
  • สอบทานการดำเนินงานให้ถูกต้องตามนโยบาย ระเบียบข้อบังคับ กฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
  • สอบทานให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดีรวมถึงระบบตรวจสอบภายใน และระบบบริหารความเสี่ยงให้รัดกุม
  • หารือร่วมกับผู้สอบบัญชีในเรื่องเกี่ยวกับงบการเงิน และการควบคุมภายใน
  • พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์
  • รายงานผลสรุปการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและให้คำปรึกษาข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัท
    ปีละ 4 ครั้ง
  • จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายความยั่งยืน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน
  • ทบทวนนโยบายที่เกี่ยวข้องให้มีความต่อเนื่องและเป็นปัจจุบันอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
  • กำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานให้เป็นไปตามนโยบายที่เกี่ยวข้อง
  • สอบทานและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายร่วมกับกรรมการและฝ่ายจัดการ
  • รายงานผลสรุปผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัท
    ปีละ 2 ครั้ง
  • พิจาณาหลักเกณฑ์ในการจ่ายและรูปแบบค่าตอบแทนของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง พร้อมทั้งเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง ส่วนค่าตอบแทนของคณะกรรมการคณะกรรมการบริษัทเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นผู้อนุมัติเป็นประจำทุกปี
  • ประเมินค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงให้สอดคล้องกับผลปฏิบัติงาน
  • พิจารณาหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาบุคคลที่เหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริษัท
  • คัดเลือกบุคคลตามกระบวนการสรรหาที่กำหนดไว้ รวมถึงบุคคลที่เสนอผู้ถือหุ้นรายย่อย
  • เสนอความเห็นต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ

โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีคณะกรรมการบริษัทจำนวน 16 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 5 ท่าน กรรมการที่เป็นอิสระจำนวน 6 ท่าน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 5 ท่าน นอกจากนี้ บริษัทมอบอำนาจในการดำเนินงานโดยแบ่งอำนาจดำเนินงานระหว่างประธรรมการ (Chairman) และประธานกรรมการหาร (CEC) ไว้อย่างชัดเจนและต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน ทั้งนี้บริษํทได้มีการเปิดเผยข้อมูลความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการบริษัท ผ่านเมทริกซ์ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการบริษัท (Board Skills Matrix) และข้อมูลประสบการณ์ของคณะกรรมการบริษัท (ฺBoard Industry Experience) เพื่อแสดงถึงความเชี่ยวชาญ ทักษะ และประสบการณ์ตลอดจนคุณสมบัติที่เหมาะสมในตำแหน่งกรรมการบริษัทให้สอดคล้องตามมาตรฐานการจำแนกอุตสาหกรรมระดับโลก (Gloabl Industry Classification Standard : GICS) กลุ่มสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (Consumer Staples) และดำเนินงานตอบสนองต่อกลยุทธ์และเป้าหมายของบริษัท ตลอดจนมีผู้มีส่วนได้เสียอย่างมีประสิทธิภาพ

ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ของกรรมการบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

รายชื่อคณะกรรมการ ความรู้ ความชำญ และประสบการณ์เฉพาะด้านของคณะกรรมการ
อุตสาหกรรม ค้าปลีกและการตลาด เศรษฐ์ศาสตร์การเงิน และการธนาคาร การบัญชีและการตรวจสอบภายใน บริหารความเสี่ยงและจัดการภาวะวิกฤติ เทคโนโลยีดิจิทัลสารสนเทศ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ บริหารธุรกิจและการจัดการองค์กร กฎหมายและคดีความ ความมั่นคงและสังคม
1. ศ.(พิเศษ) ประสพสุข บุญเดช        
2. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ        
3. นายผดุง เตชะศรินทร์  
4. นายปรีดี บุญยัง          
5. นางนํ้าผึ้ง วงศ์สมิทธิ์        
6. ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์          
7. นายสุภกิต เจียรวนนท์    
8. นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์      
9. นายศุภชัย เจียรวนนท์      
10. นายอดิเรก ศรีประทักษ์      
11. นายอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์    
12. นายณรงค์ เจียรวนนท์    
13. นายประเสริฐ จารุพนิช          
14. นายพิทยา เจียรวิสิฐกุล      
15. นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล        
16. นายธานินทร์ บูรณมานิต        
  1. อุตสาหกรรมค้าปลีกและการตลาด ครอบคลุมความชำนาญ ประสบการณ์การขนส่งและกระจายสินค้า
  2. เศรษฐศาสตร์ การเงิน และการธนาคาร ครอบคลุมความชำนาญ ประสบการณ์ด้านการคลัง และสถาบันการเงิน รวมถึงตลาดทุน
  3. เทคโนโลยีดิจิทัล สารสนเทศ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ครอบคลุมความชำนาญ ประสบการณ์ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  4. บริหารธุรกิจและการจัดการองค์กร ครอบคลุมความชำนาญ ประสบการณ์ด้านบริหารจัดการองค์กร ธุรกิจระหว่างประเทศ การตลาด การบริหารทรัพยากรมนุษย์
  5. กฎหมายและคดีความ ครอบคลุมความชำนาญ ประสบการณ์ด้านกฎหมายแพ่ง/พาณิชย์ กฎหมายอาญา กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายมหาชน
  6. ความมั่นคงและสังคม ครอบคลุมความชำนาญ ประสบการณ์ด้านความมั่นคงระดับประเทศ ด้านการข่าว และการเมือง/การปกครอง

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสบการณ์ตาม GICS Level1classification  ของกรรมการอิสระ และกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร ได้ที่ —> Board Industry Experience

โครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการ บริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2564

บริษัทเข้ารับการประเมินการเปิดเผยรายงานการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2564 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IDO) โดยมีหลักเกณฑ์การประเมินใน 5 หมวด ได้แก่ 1.สิทธิของผู้ถือหุ้น 2.การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน 3.การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย 4.การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส 5.ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โดยในปี 2564 บริษัทได้รับการประเมินในระดับดีเลิศ (Excellence) หรือ 5 ดาว และมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทในกลุ่ม SET 100 Index และ SET 50 Index ในทุกหมวด นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ในกลุ่มที่มีคะแนนสูงสุด (Top Quartile) ของบริษัทที่มีมูลค่าทางการตลอด (Market Capitalization) ขนาด 10,000 ล้านบาท ขึ้นอีกด้วย

ข้อมูลอื่นๆ


การจัดโครงสร้างการบริหารงานด้านงานกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริษัท

1. คณะกรรมการบริษัท

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 คณะกรรมการของบริษัทมีจำนวนทั้งสิ้น 16 คน ประกอบด้วย กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 5 คน กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 11 คน ประกอบด้วย กรรมการอิสระจำนวน 6 คน (คิดเป็น 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ) กรรมการที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงาน จำนวน 5 คน (คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ)

รายชื่อคณะกรรมการบริษัท

รายชื่อคณะกรรมการบริษัท ตำแหน่ง
1. ศ. (พิเศษ) ประสพสุข บุญเดช กรรมการอิสระและประธานกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล
2. พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ กรรการอิสระ ประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ กรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล
3. นายผดุง เดชะศรินทร์ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล และกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ
4. นายปรีดี บุญยัง กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ
5. นางน้ำผึ้ง วงศ์สมิทธ์ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ
6. ศ. (พิเศษ) ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ กรรมการอิสระ
7. นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ
8. นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร
9. นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการและกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ
10. นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการ
11. นายอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์ กรรมการ กรรมการบริหาร และกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล
12. นายณรงค์ เจียรนนท์ กรรมการ
13. นายประเสริฐ จารุพนิช กรรมการ
14. นายพิทยา เจียรวิสิฐกุล กรรมการและรองประธานกรรมการบริหาร
15. นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการและรองประธานกรรมการบริหาร
16. นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  1. กรรมการลำดับที่ 8-16 เป็นกรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพันธ์บริษัท
  2. ศ. (พิเศษ) ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทที่เป็นกรรมการอิสระ จากมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น วันที่ 12 ตุลาคม 2564
  3. นายธานินทร์ บูรณมานิต ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานกรรมการบริษัท จากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป

คำนิยาม

  • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารและมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานประจำของบริษัท
  • กรรมการที่เป็นไม่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการบริหารงานประจำของบริษัท อาจจะเป็นหรือไม่เป็นกรรมการอิสระก็ได้
  • กรรมการอิสระ หมายถึง กรรมการอิสระหรือกรรมการจากภายนอก (Outside Director) และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องการบริหารงานประจำและไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท นอกจากนี้ยังต้องมีความเป็นสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ คุณสมบัติของกรรมการบริษัทฯ สามารถอ้างอิงได้ที่ กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท
  • กรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท หมายถึง ตัวแทนกรรมการจากกลุ่ม 1 ลงนามเป็นตัวแทนกรรมการจากกลุ่ม 2 ยกเว้นประธานกรรมการ รวมเป็น 2 คน ลงลายมือร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท โดยยกเว้นกรรมการอิสระเพื่อดำรงความเป็นอิสระตามหลักการณ์กำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ภายใต้นโยบายการกำกับดูแลกิจการและนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันของบริษัท โดยปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท กฎบัตรและแนวปฏิบัติของคณะกรรมการ มติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น รายละเอียดเพิ่มเติมของคณะกรรมการบริษัท

2. การดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ในคณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการชุดย่อยภายใต้คณะกรรมการบริษัทมี 3 คณะ คือ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดููแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล และคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ

คณะกรรมการตรวจสอบ

1. นายผดุง เดชะศรินทร์*ประธานกรรมการตรวจสอบ
2. นายปรีดี บุญยังกรรมการตรวจสอบ
3. นางน้ำผึ้ง วงศ์สมิทธ์กรรมการตรวจสอบ

* กรรมการตรวจสอบที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงิน และสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน

คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล

1. ศ. (พิเศษ) ประสพสุข บุญเดช*ประธานกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล
2. พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ*กรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล
3. นายผดุง เดชะศรินทร์*กรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล
4. นายอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์กรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล

* เป็นกรรมการอิสระ

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ

1. พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ*ประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ
2. นายผดุง เดชะศรินทร์*กรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ
3. นายศุภชัย เจียรวนนท์กรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ

* เป็นกรรมการอิสระ

3. สรุปผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการในรอบปีที่ผ่านมา

การประชุมคณะกรรมการ

  • บริษัทฯ มีการประชุมคณะกรรมการวาระปกติไตรมาสละ 1 ครั้ง และกรรมการบริษัทต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับทราบและร่วมตัดสินใจการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยมีการจัดประชุมอย่างน้อยปีละ 7 ครั้ง
  • บริษัทฯ ส่งเสริมให้กรรมการทุกคนของบริษัทฯ มีสัดส่วนของการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยร้อยละ 75 ของการประชุมทั้งปีโดยกำหนดวันประชุมคณะกรรมารอย่างเป็นทางการล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้กรรมการสามารถจัดสรรเวลาในการเข้าประชุมได้ อย่างไรก็ตามอาจมีการเรียกประชุมเพิ่มเติมได้หากมีวาระพิเศษต้องขอมติอนุมัติจากกรรมการหรือพิจารณาเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วน ในปี 2564 กรรมการบริษัททุกคนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทคิดเป็นร้อยละ 99.28 ของการประชุมทั้งปี
  • ในปี 2564 บริษัท มีการประชุมคณะกรรมการจำนวน 9 ครั้ง ซึ่งเหมาะสมกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมาซึ่งกรรมการบริษัททั้งคณะเข้าร่วมประชุมร้อยละ 99 และมีการประชุมคณะกรรมการที่ไม่เป็นกรรมการบริหาร 1 ครั้ง โดยกรรมการเข้าร่วมประชุมครบทุกคน
  • บริษัทฯ จัดส่งหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุมโดยมีรายละเอียดครบถ้วนในแต่ละวาระให้กรรมการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาตัดสินใจ นอกจากนี้ ในการพิจารณาเรื่องหนึ่งเรื่องใดกรรมการมีสิทธิขอดูหรือตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง ขอให้ฝ่ายบริหารชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม
  • บริษัทฯ ยังไม่ได้กำหนดนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำ ณ ขณะที่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการว่าต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด แต่ในทางปฏิบัติบริษัทฯ ได้ดำเนินการเช่นนี้มาเป็นเวลาหลายปีแล้วโดยสามารถพิจารณาได้จากตารางรายชื่อคณะกรรมการบริษัทโดยในปี 2564 มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทรวมทั้งหมด 9 ครั้ง กรรมการทุกคนเข้าร่วมปรชุมครบทุกครั้งจำนวน 8 ครั้ง และมี 1 ครั้งที่กรรมการจำนวน 15 คน จากทั้งหมด 16 คน เข้าประชุมคิดเป็นร้อยละ 93.75
  • ในการประชุมแต่ละครั้งที่ประชุมได้มีการซักถามฝ่ายจัดการและมีการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบ มีการอภิปรายและแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและโปร่งใส โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม และกรรมการผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาโดยนัยสำคัญต้องออกจากห้องประชุมในระหว่างพิจารณาเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ประธานกรรมการยังได้จัดสรรเวลาให้ที่ประชุมอย่างเพียงพอเพื่อให้กรรมการได้ร่วมกันอภิปรายปัญหาและแนวทางแก้ไข และยังได้มีการเชิญผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในวาระที่นำเสนอเพื่อให้สารสนเทศรายละเอียดเพิ่มเติมจากประเด็นซักถาม และเป็นโอกาสที่ทำให้รู้จักผู้บริหารระดับสูงสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาแผนการสืบทอดงานอีกด้วย
  • หลังประชุมคณะกรรมการ เลขานุการบริษัทเป็นผู้จัดทำรายงานการประชุมเป็นลายษณ์อักษรที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน ทั้งผลการประชุมและความเห็นกรรมการ และจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการไว้ที่หน่วยงานเลขานุการบริษัท เพื่อให้กรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องมีสิทธิสามารถเรียกดูข้อมูลหรือตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายในบริษัทฯ ให้ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการอย่างเคร่งครัด
  • บริษัทฯ ได้จัดหาที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาให้ความเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมแก่คณะกรรมการบริษัทในบางกรณี โดยบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

รายชื่อคณะกรรมการบริษัทและการเข้าร่วมประชุุมของกรรมการในปี 2564
(จำนวนครั้งที่่เข้าประชุุมในช่วงที่เป็นกรรมการ)

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง ประชุมคณะกรรมการ
(9 ครั้ง)
ประชุมคณะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (1 ครั้ง) ผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี
(1 ครั้ง)
วิสามัญผู้ถือหุ้น
(1 ครั้ง)
1. ศ. (พิเศษ) ประสพสุข บุญเดช กรรมการอิสระ 9/9 1/1 1/1 1/1
2. พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ กรรมการอิสระ 9/9 1/1 1/1 1/1
3. นายผดุง เดชะศรินทร์ กรรมการอิสระ 9/9 1/1 1/1 1/1
4. นายปรีดี บุญยัง กรรมการอิสระ 9/9 1/1 1/1 1/1
5. นางน้ำผึ้ง วงศ์สมิทธ์ กรรมการอิสระ 9/9 1/1 1/1 1/1
6. ศ. (พิเศษ) ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์** กรรมการอิสระ 3/3 1/1
7. นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ 9/9 1/1 1/1 1/1
8. นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์* รองประธานกรรมการ 9/9 1/1 1/1
9. นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ 8/9 1/1 1/1 1/1
10. นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการ 9/9 1/1 1/1 1/1
11. นายอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์* กรรมการ 9/9 1/1 1/1
12. นายณรงค์ เจียรนนท์ กรรมการ 9/9 1/1 1/1 1/1
13. นายประเสริฐ จารุพนิช กรรมการ 9/9 1/1 1/1 1/1
14. นายพิทยา เจียรวิสิฐกุล* กรรมการ 9/9 1/1 1/1
15. นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล* กรรมการ 9/9 1/1 1/1
16. นายธานินทร์ บูรณมานิต* กรรมการ 9/9 1/1 1/1
  1. เป็นการประชุมผู้ถือหุ้นภายใต้สถานการณ์ COVID-19 ที่จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม
  2. * หมายเหตุ กรรมการที่เป็นกรรมการบริหาร
  3. ** ศ. (พิเศษ) ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการของบริษัทตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2564

การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานและทบทวนผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยเป็นประจำทุุกปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยให้กรรมการของบริษัทฯ ได้มีการพิจารณาทบทวนผลงาน ปัญหาและอุุปสรรคต่างๆ ในระหว่างปีที่ผ่านมา อันจะช่วยให้การทำงานของคณะกรรมการมีประสิทธิผลมากขึ้นเพราะทราบถึงความรับผิดชอบของตนได้ชัดเจนและยังเป็นการช่วยปรับปรุุงความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการ การประเมินผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการบริษัทแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการทั้งคณะ (As a whole) และการประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเอง (Self-assessment)

การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการรายบุคคล

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ เป็นผู้พิจารณาหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาเห็นชอบและนำเสนอต่อที่ประชุุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุุมัติเป็นประจำทุุกปี โดยมีการพิจารณาปรับปรุุงหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับอุุตสาหกรรมเดียวกันและอยู่ระดับที่จููงใจและรักษากรรมการที่มีคุณภาพ

(1) ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2564 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 ได้อนุมัติค่าตอบแทนประจำรายเดือนของคณะกรรมการในอัตราเดิมตามที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2563 ได้อนุมัติไว้เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 และยังคงเป็นอัตราเดิมตั้งแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2559 ได้อนุมัติไว้เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2559 ดังนี้

1. กรรมการอิสระที่เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย120,000 บาท/คน
2. กรรมการอิสระที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย100,000 บาท/คน
3. กรรมการอิสระที่ไม่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย80,000 บาท/คน
4. ประธานกรรมการ120,000 บาท/คน
5. รองประธานกรรมการ100,000 บาท/คน
6. กรรมการ60,000 บาท/คน

โดยกรรมการอิสระที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยหลายคณะจะได้รับค่าตอบแทนที่อัตราสููงสุุดเพียงคณะเดียว นอกจากนี้ทีประชุุมผู้ถือหุ้นยังได้อนุุมัติเงินโบนัสให้กรรมการในอัตราร้อยละ 0.50 ของเงินปันผลที่มีการจ่ายให้ผู้ถือหุ้น โดยประธานกรรมการจะเป็นผู้พิจารณากำหนดจำนวนเงินที่เหมาะสมเพื่อจัดสรรให้กรรมการแต่ละคน

ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทตั้้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2564 (หน่วย : บาท)

ชื่อกรรมการ ตำแหน่ง ค่าตอบแทน โบนัส รวม
1. ศ. (พิเศษ) ประสพสุข บุญเดช กรรมการอิสระและประธานกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล 1,440,000 3,730,000 5,170,000
2. พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ กรรการอิสระ ประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ กรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล 1,440,000 3,730,000 5,170,000
3. นายผดุง เดชะศรินทร์ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล และกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ 1,440,000 3,730,000 5,170,000
4. นายปรีดี บุญยัง กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ 1,200,000 3,110,000 4,310,000
5. นางน้ำผึ้ง วงศ์สมิทธ์ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ 1,200,000 3,110,000 4,310,000
6. ศ. (พิเศษ) ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์* กรรมการอิสระ 213,333 213,333
7. นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ 1,440,000 3,730,000 5,170,000
8. นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ รองประธานกรรมการ 1,200,000 3,110,000 4,310,000
9. นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการและกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ 1,200,000 3,110,000 4,310,000
10. นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการ 720,000 1,866,000 2,586,000
11. นายอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์ กรรมการ กรรมการบริหาร และกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล 720,000 1,866,000 2,586,000
12. นายณรงค์ เจียรนนท์ กรรมการ 720,000 1,866,000 2,586,000
13. นายประเสริฐ จารุพนิช กรรมการ 720,000 1,866,000 2,586,000
14. นายพิทยา เจียรวิสิฐกุล กรรมการ 720,000 1,866,000 2,586,000
15. นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการ 720,000 1,866,000 2,586,000
16. นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการ 720,000 1,866,000 2,586,000
รวม 15,813,333 40,422,000 56,235,333

* ศ. (พิเศษ) ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของบริษัทฯ ตั้งแต่ 12 ตุลาคม 2564

นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ ทั้งคณะยังได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทย่อย (คือสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์) ในฐานะกรรมการตรวจสอบ ในปี 2564 รวม 38,000 บาท

ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทย่อย (บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2564 (หน่วย : บาท)

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง ค่าตอบแทน โบนัส รวม
1. นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ 1,860,000 1,933,700 3,793,700
2. ศ. (พิเศษ) ประสพสุข บุญเดช กรรมการอิสระและกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 1,260,000 1,511,500 2,771,500
3. นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ รองประธานกรรมการที่ 1 และกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 1,260,000 1,511,500 2,771,500
4. นายอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์ กรรมการและกรรมการกำกับดูแลกิจการ 1,260,000 1,511,500 2,722,240
5. นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการ 1,200,000 1,439,500 2,639,500
6. นายณรงค์ เจียรนนท์ กรรมการ 1,200,000 1,439,500 2,639,500
7. นายประเสริฐ จารุพนิช กรรมการ 1,200,000 1,439,500 2,639,500
8. นายพิทยา เจียรวิสิฐกุล กรรมการ 1,200,000 1,439,500 2,639,500
9. นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการ 1,200,000 1,439,500 2,639,500

(2) ค่าตอบแทนอื่นของกรรมการ

บริษัทฯ ได้จัดทำประกันความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง (Directors’ and Offices’ Liabilities Insurance) ที่ทุนประกันจำนวน 40 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา คิดเป็นเบี้ยประกันประมาณ 2.5 ล้านบาทต่อปี

ค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง

นโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง

คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเป็นธรรมและสอดคล้องกับภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอกมาเป็นที่ปรึกษาในการหาข้อมูลและให้คำแนะนำในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้บริหารระดับสูงเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ ประกอบดังนี้

  • ผลประกอบการของธุรกิจโดยพิจารณาจากตัวชี้วัดทางธุรกิจด้านต่างๆ ที่ได้มีการกำหนดไว้
  • เปรียบเทียบผลประกอบการของธุรกิจกับอุตสาหกรรมเดียวกัน
  • ความสามารถในการพัฒนาธุรกิจและการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจให้ดีขึ้นในแต่ละปี
  • การเปรียบเทียบอ้างอิงอัตราการจ่ายค่าตอบแทนจากอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน

ตั้งแต่ปี 2561 คระกรรมการบริษัทได้อนุมัติหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดในการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงในรูปแบบของบำเหน็จพิเศษ เพื่อสร้างแรงจูงใจและผลักดันให้ผู้บริหารสามารถบรรลุเป้าหมายใหม่ที่เพิ่มจากแผนการจ่ายโบนัสปัจจุบันโดยพิจารณาจากการบรรลุเป้าหมาย 3 ประการ คือ ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) และคะแนน Dow Jones Sustainability Index (DJSI) ซึ่งเป็นการประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท

ตัวชี้วัดประสิทธิภาพและผลการดำเนินงานที่สำคัญของ CEO และผู้บริหาร

ประสิทธิภาพที่เกี่ยวข้องกับตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพหลัก (KPI) ครอบคลุมตัวบ่งชี้ต่อไปนี้ :

  • ผลตอบแทนทางการเงิน เช่น ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA), กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) กำไรสุทธิ (NET PROFIT) เป็นต้น
  • ตัวชี้วัดทางการเงินที่สัมพันธ์กันเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น การเติบโตของธุรกิจเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
  • ตัวบ่งชี้ที่ไม่ใช่ทางการเงินอื่นๆ (เช่น มุมมองของลูกค้า มุมมองกระบวนการทางธุรกิจภายใน และมุมมองการเรียนรู้และการเติบโต)

ผลการดำเนินงานมุ่งเป้าไปที่การสร้างประสิทธิภาพและความสามารถในการบริหารจัดการและความเป็นผู้นำในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลต่อความยั่งยืนในระยะยาวของบริษัท

ความสำเร็จของ KPI เหล่านี้สะท้อนถึงผลตอบแทนสำหรับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหาร มีกระบวนการกำหนดค่าตอบแทนที่โปร่งใสและสมเหตุสมผล ประกอบด้วยเงินเดือน โบนัส และบำเหน็จพิเศษ

บริษัทประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้บริหาร และพนักงานเป็นประจำทุกปีโดยใช้ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลักขององค์กร (KPI) ประเมินประสิทธิภาพตาม : ตัววัดซึ่งสนับสนุน KPI ขององค์กรและการมอบหมายพิเศษ (70%) และพฤติกรรมหลัก (30%) ซึ่งประเมินตามพฤติกรรมของวัฒนธรรม Harmony & CP six core values

CORPORATE KEY PERFORMANCE INDICATORS (KPIs)

Perspective Corporate Key Performance Indicators 2021
Financial Perspective (Revenue & Profit)
  • Net Profit
  • EBIT
  • Other Financial KPIs for Return on equity (ROE)
Customer Perspective (Customer base & Engagement)
  • Total Customer by Sale Platform
  • Customer Satisfaction
Internal Process Perspective (Organization Efficiency)
  • Business Growth
  • Operational Efficiency
  • ROFA
  • Human capital ROI
Sustainability Perspective (Stakeholders’ Trust)
  • Sustainability Performance : DJSI Score
  • Most Trusted Company

ค่าตอบแทนรวมของกรรมการบริหารและเจ้าหน้าที่บริหาร (ผู้บริหารระดับสูง)

(1) ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน

ปี รายการ จำนวน (คน) จำนวน (ล้านบาท)
2562 เงินเดือน โบนัส และบำเหน็จพิเศษ 17 561,393
2563 เงินเดือน โบนัส และบำเหน็จพิเศษ 16 403.098
2564 เงินเดือน โบนัส และบำเหน็จพิเศษ 18 437,945
ปี 2564 ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินสะสมของทั้งบริษัท25,564 ล้านบาท
ค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสููงคิดเป็น % ของค่าตอบแทนทั้งบริษัทร้อยละ 1.71

(2) ค่าตอบแทนอื่น

  • เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทได้จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโดยบริษัทฯ ได้สมทบในอัตราร้อยละ 2 ของเงินเดือน โดยในปี 2564 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับผู้บริหารระดับสูงจำนวน 8.521 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2563 และปี 2562 บริษัทฯ จ่ายสมทบจำนวน 6.642 ล้านบาท และ 6.035 ล้านบาท ตามลำดับ
  • โครงการร่วมลงทุุนระหว่างนายจ้างและลููกจ้าง (EJIP) บริษัทฯ ได้จัดให้มีโครงการร่วมลงทุุนระหว่างนายจ้างและลููกจ้าง (EJIP) เพื่อเป็นแรงจููงใจในการปฏิบัติงานและร่วมทำงานกับบริษัทฯ ในระยะยาว โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 มีระยะเวลาของโครงการ 5 ปี สิ้นสุุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ผู้บริหารที่สามารถเข้าร่วมโครงการ EJIP ได้ จะต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยบริษัทฯ จะหักเงินเดือนผู้บริหารร้อยละ 5 หรือร้อยละ 7 แล้วแต่จะเลือก และบริษัทฯ ได้จ่ายเงินสมทบอีกในอัตราร้อยละ 80 ของยอดที่หักจากเงินเดือนผู้บริหารเช่นกัน ในปี 2563 (มกราคม – พฤษภาคม) บริษัทฯ ได้จ่ายเงินสมทบให้กับผู้บริหารระดับสููงที่เข้าร่วมโครงการเป็นเงินรวม 4.286 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2562 และปี 2561 บริษัทฯ จ่ายเงินสมทบจำนวน 12.205 ล้านบาทและ 11.604 ล้านบาท ตามลำดับ

หมายเหตุ บริษัทฯ หยุุดพักโครงการ EJIP ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาภาระให้แก่พนักงานในโครงการ EJIP อันเนื่องมาจากภัย COVID-19 จนกว่าสถานการณ์ของโรคติดเชื้อ COVID-19 จะคลี่คลายลง

นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

นโยบายการกำกับดูแลกิจการดาวนโหลด
แนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการ ดาวนโหลด
กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท ดาวนโหลด
กฏบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ ดาวนโหลด
กฏบัตรคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ ดาวนโหลด
กฏบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล ดาวนโหลด
แนวปฏิบัติตามแผนธุรกิจขององค์กรให้ถูกต้องตามกฎหมาย บมจ.ซีพี ออลล์ ดาวนโหลด
แนวทางปฏิบัติตามนโยบายกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้า ดาวนโหลด
นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ดาวนโหลด