การกำกับดูแลกิจการ

องค์กรแห่งธรรมาภิบาล บริหารด้วยความโปร่งใส

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2563


ความเสี่ยงและโอกาส


บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี จะส่งเสริมให้องค์กรเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีจริยธรรม คุณธรรม มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว นอกจากนี้ การจัดการที่เหมาะสมต่อความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้บริษัทมีความยั่งยืนมากขึ้น ดังนั้น เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนด้วยระบบบริหารจัดการภายในองค์กร บริษัทจึงมุ่งมั่นกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพภายใต้ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นได้ให้มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ พร้อมกับปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ และสอดคล้องมาตรฐานสากล ตลอดจนสร้างความเข้าใจและสื่อสารให้แก่พนักงานในองค์กร ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรและสังคมต่อไป

แนวทางการดำเนินงาน


บริษัทมีการดำเนินงานด้านการกำกับดูแล โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาลขององค์กรทำหน้าที่กำหนดนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการ นโยบายด้านการต่อต้านการทุจริต จริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน พร้อมทั้งทบทวนนโยบายต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาลของหน่วยงานกำกับดูแลตามกฎหมาย ตลอดจนมีความสอดคล้องตามแนวปฏิบัติสากล ในปี 2563 บริษัทมุ่งส่งเสริมการสร้างความตระหนักและความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริตให้กับพนักงานทุกระดับ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พนักงานทุกระดับมีจิตสำนึกและดำเนินงานให้ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล ตลอดจนร่วมต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ ดังนั้น การมุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับพนักงานทุกระดับจึงมีความจำเป็นต่อการนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องและมีความโปร่งใส นอกจากนี้ ยังมีคณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาลและคณะอนุกรรมการพัฒนาความยั่งยืนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการกำกับดูแลกิจการขององค์กร ดังนี้

พร้อมกันนี้ บริษัทมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ซึ่งประกอบไปด้วย 1) คณะกรรมการตรวจสอบ 2) คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล 3) คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญ ดังนี้

โครงการการกำกับดูแลกิจการ

โครงการที่สำคัญ ปี 2563


โครงการฝึกอบรมคู่มือจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน

วัตถุประสงค์ เพื่อให้พนักงานทุกคนรับรู้และเข้าใจข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน ที่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ควบคู่กับการมีจริยธรรม

บริษัทมีการจัดฝึกอบรมคู่มือจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน ให้กับผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานทุกระดับในองค์กร รวมทั้งผนวกเนื้อหาการฝึกอบรมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการอบรมพนักงานใหม่ (On-boarding) นอกจากนี้ พนักงานทุกคนที่เข้ารับการอบรม ต้องทำการทดสอบ CG Quiz เพื่อประเมินผลความรู้หลังจากที่ได้รับการอบรมเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทได้จัดอบรมให้กับพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ได้แก่ กลุ่มผู้จัดการร้านเซเว่นอีเลฟเว่นของร้านสาขาประเภทร่วมลงทุน (Store Business Partner) และร้านสาขาที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต (Sub Area) เพิ่มเติมอีกด้วย

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

โครงการ CG Self-Assessment 2020

วัตถุประสงค์ เพื่อนำข้อมูลเป็นแนวทางวางแผนเพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญของการมีธรรมาภิบาล

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของผู้นำในระดับผู้จัดการทั่วไป (เทียบเท่า) ในเรื่องธรรมาภิบาล ดังนั้น จึงได้จัดทำ CG Self-Assessment เพื่อวัดระดับการปฏิบัติและการบังคับบัญชาตามหลักธรรมาภิบาล

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

ข้อมูลอื่นๆ


การจัดโครงสร้างการบริหารงานด้านงานกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริษัท

1. คณะกรรมการบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 คณะกรรมการของบริษัทมีจำนวนทั้งสิ้น 15 คน ประกอบด้วย

1) กรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 5 คน
2) กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน  10 คน ประกอบด้วย
– กรรมการอิสระจำนวน 5 คน (คิดเป็น 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ)
– กรรมการที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงาน จำนวน 5 คน (คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ)

รายชื่อคณะกรรมการบริษัท

คำนิยาม

1) กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารและมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานประจำของบริษัท
2) กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานประจำของบริษัท อาจจะเป็นหรือไม่เป็นกรรมการอิสระก็ได้
3) กรรมการอิสระ หมายถึง กรรมการอิสระหรือกรรมการจากภายนอก (Outside Director) และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำและไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท นอกจากนี้ยังต้องมีความเป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ*
4) กรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท หมายถึง ตัวแทนกรรมการจากกลุ่ม 1 ลงนามร่วมกับตัวแทนกรรมการจากกลุ่ม 2 ยกเว้นประธานกรรมการ รวมเป็นสองคน ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท โดยยกเว้นกรรมการอิสระเพื่อดำรงความเป็นอิสระตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

* คุณสมบัติของกรรมการบริษัทฯ สามารถอ้างอิงได้ที่ กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ภายใต้นโยบายการกำกับดูแลกิจการและนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันของบริษัท โดยปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท กฎบัตรและแนวปฏิบัติของคณะกรรมการ มติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

รายละเอียดเพิ่มเติมของคณะกรรมการบริษัท

2. หลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทจะถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการกําหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ โดยมีการพิจารณาหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยจัดทำ Board Skill Matrix เพื่อประกอบในการสรรหา รวมทั้ง คัดเลือกบุคคลตามกระบวนการสรรหาที่ได้กำหนดไว้ เช่น พิจารณาจากรายชื่อและประวัติของผู้ที่ถูกเสนอซึ่งเป็นกรรมการจากคณะกรรมการชุดเดิม การเปิดโอกาสให้ผ้ถือหุ้นเสนอชื่อกรรมการเข้าดํารงตําแหน่งหรือพิจารณาการใช้บริษัทที่ปรึกษาภายนอก หรือพิจารณาบุคคลจากทําเนียบกรรมการอาชีพ เป็นต้น โดยพิจารณาคุณสมบัติที่มีความเหมาะสมและหลากหลายทั้งในด้านคุณวุฒิ วิชาชีพ ทักษะ อายุ ประสบการณ์ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา ถิ่นกําเนิด ความเชี่ยวชาญ และความสามารถเฉพาะด้านที่จําเป็นต้องมีในคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่บริษัทและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท

3. การดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ในคณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการชุดย่อยภายใต้คณะกรรมการบริษัทมี 3 คณะ คือ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดููแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล และคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ

1) คณะกรรมการตรวจสอบ

2) คณะกรรมการกำกับดููแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล

3) คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ

4. ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

4.1 การประชุมคณะกรรมการ

1. บริษัทฯ มีการประชุุมคณะกรรมการในวาระปกติไตรมาสละ 1 ครั้ง และกรรมการบริษัทต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับทราบและร่วมตัดสินใจในการดำเนินธุุรกิจของบริษัทฯ โดยมีการจัดประชุุมอย่างน้อยปีละ 7 ครั้ง

2. บริษัทฯ ส่งเสริมให้กรรมการทุกคนของบริษัทฯ มีสัดส่วนของการเข้าร่วมประชุุมคณะกรรมการ อย่างน้อยร้อยละ 75 ของการประชุุมทั้งปี โดยกำหนดวันประชุุมคณะกรรมการอย่างเป็นทางการล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้กรรมการสามารถจัดสรรเวลาในการเข้าประชุุมได้ อย่างไรก็ตามอาจมีการเรียกประชุุมเพิ่่มเติมได้หากมีวาระพิเศษต้องขอมติอนุุมัติจากกรรมการหรือพิจารณาเรื่่องที่่มีความสำคัญเร่งด่วน

3. ในปี 2563 บริษัทฯ มีการประชุุมคณะกรรมการจำนวน 10 ครั้ง ซึ่งเหมาะสมกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและการดำเนินธุุรกิจของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมาซึ่งกรรมการบริษัททั้งคณะเข้าร่วมประชุุมร้อยละ 98% และมีการประชุุมคณะกรรมการที่ไม่เป็นกรรมการบริหาร 1 ครั้ง ซึ่งกรรมการเข้าร่วมประชุุมครบทุุกคน

4. บริษัทฯ จัดส่งหนังสือเชิญประชุุมและเอกสารประกอบการประชุุมโดยมีรายละเอียดครบถ้วนในแต่ละวาระให้กรรมการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมููลอย่างเพียงพอ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาตัดสินใจ นอกจากนี้ในการพิจารณาเรื่องหนึ่งเรื่องใดกรรมการมีสิทธิขอดููหรือตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง ขอให้ฝ่ายบริหารชี้แจงข้อมููลรายละเอียดเพิ่มเติม

5. บริษัทฯ ยังไม่ได้กำหนดนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับจำนวนองค์ประชุุมขั้นต่ำ ณ ขณะที่่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุุมคณะกรรมการว่าต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด แต่ในทางปฏิบัติบริษัทฯ ได้ดำเนินการเช่นนี้มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยสามารถพิจารณาได้จากตารางรายชื่่อคณะกรรมการ บริษัทและการเข้าร่วมประชุุมของกรรมการในปี 2563

6. ในการประชุุมแต่ละครั้ง ที่ประชุุมได้มีการซักถามฝ่ายจัดการและมีการใช้ดุุลยพินิจที่่รอบคอบ มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและโปร่งใส โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมและกรรมการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่พิจารณาโดยนัยสำคัญัต้องออกจากห้องประชุมในระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ประธานกรรมการยังได้จัดสรรเวลาให้กับที่่ประชุุมอย่างเพียงพอเพื่อให้กรรมการ ได้ร่วมกันอภิปรายปัญหาและแนวทางแก้ไขและยังได้มีการเชิญผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุุมในวาระที่่นำเสนอ เพื่อให้สารสนเทศรายละเอียดเพิ่มเติมหากมีประเด็นซักถามและเป็นโอกาสที่ทำให้รู้จักผู้บริหารระดับสููงสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาแผนการสืบทอดงานอีกด้วย

7. หลังการประชุุมคณะกรรมการ เลขานุการบริษัทเป็นผู้จัดทำรายงานการประชุุมเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีความถููกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน ทั้งผลการประชุุมและความเห็นกรรมการ และจัดเก็บรายงานการประชุุมที่ผ่านการรับรองแล้วจากคณะกรรมการไว้ที่หน่วยงานเลขานุการบริษัท เพื่อให้กรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องที่มีสิทธิสามารถเรียกดููข้อมููลหรือตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายในบริษัทฯ ให้ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการอย่างเคร่งครัด

8. บริษัทฯ ได้จัดหาที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาให้ความเห็นหรือข้อมููลเพิ่มเติมแก่คณะกรรมการบริษัทในบางกรณี โดยบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

รายชื่อคณะกรรมการบริษัทและการเข้าร่วมประชุุมของกรรมการในปี 2563
(จำนวนครั้งที่่เข้าประชุุมในช่วงที่เป็นกรรมการ)

* กรรมการเป็นกรรมการบริหาร
หมายเหตุ เป็นการจัดประชุมผู้ถือหุ้นภายใต้สถานการณ์ COVID-19 ที่จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม

4.2. การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานและทบทวนผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยเป็นประจำทุุกปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยให้กรรมการของบริษัทฯ ได้มีการพิจารณาทบทวนผลงาน ปัญหาและอุุปสรรคต่างๆ ในระหว่างปีที่ผ่านมา อันจะช่วยให้การทำงานของคณะกรรมการมีประสิทธิผลมากขึ้นเพราะทราบถึงความรับผิดชอบของตนได้ชัดเจนและยังเป็นการช่วยปรับปรุุงความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการ การประเมินผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการบริษัทแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการทั้งคณะ (As a whole) และการประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเอง (Self-assessment)

โดยในปี 2563 คะแนนผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการทั้งคณะอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยได้คะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ ร้อยละ 88 และได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ดี ที่คะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ ร้อยละ 12  ส่วนคะแนนผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการรายบุคคลอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยได้คะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ ร้อยละ 82 และได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ดี ที่คะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ ร้อยละ 18  นอกจากนี้บริษัทได้รับผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ซึ่งถือได้ว่าเป็นองค์กรที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เพื่อให้แน่ใจถึงประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านการกำกับดูแล เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำในประเทศไทย โดยผลการประเมินของบริษัทได้คะแนน 5 ดาว และได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มดีเลิศ (Excellent)

การจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการรายบุุคคล

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ เป็นผู้พิจารณาหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาเห็นชอบและนำเสนอต่อที่ประชุุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุุมัติเป็นประจำทุุกปี โดยมีการพิจารณาปรับปรุุงหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับอุุตสาหกรรมเดียวกันและอยู่ระดับที่จููงใจและรักษากรรมการที่มีคุณภาพ (อ้างถึง รายงานประจำปี 2563 ของบริษัท หน้า 172)

(1) ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน

ที่ประชุุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2563 เมื่อวัันที่ 16 กรกฎาคม 2563 ได้อนุุมัติค่าตอบแทนประจำรายเดือนของกรรมการในอัตราเดิมตามที่ได้อนุุมัติไว้เมื่อปี 2562 และยังคงเป็นอัตราเดิมตังแต่ประชุุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2559 ได้อนุุมัติไว้เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559 ดังนี้

1. กรรมการอิสระที่เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย120,000 บาท/คน
2. กรรมการอิสระที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย100,000 บาท/คน
3. กรรมการอิสระที่ไม่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย80,000 บาท/คน
4. ประธานกรรมการ120,000 บาท/คน
5. รองประธานกรรมการ100,000 บาท/คน
6. กรรมการ60,000 บาท/คน

โดยกรรมการอิสระที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยหลายคณะจะได้รับค่าตอบแทนที่อัตราสููงสุุดเพียงคณะเดียว นอกจากนี้ทีประชุุมผู้ถือหุ้นยังได้อนุุมัติเงินโบนัสให้กรรมการในอัตราร้อยละ 0.50 ของเงินปันผลที่มีการจ่ายให้ผู้ถือหุ้น โดยประธานกรรมการจะเป็นผู้พิจารณากำหนดจำนวนเงินที่เหมาะสมเพื่อจัดสรรให้กรรมการแต่ละคน

ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทตั้้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2563 (หน่วย : บาท)

* นายธนินท์ เจียรวนนท์ ได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบของโบนัสจากการเป็นประธานกรรมการในช่วงวันที่ 1 มกราคา – 8 พฤษภาคม 2563 และนายศุภกิต เจียรวนนท์ ได้รับค่าตอบแทนในรูปของโบนัสในฐานะประธานกรรมการในช่วงวันที่ 9 พฤษภาคม – 31 ธันวาคม 2563

นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ ทั้งคณะยังได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทย่อย (คือสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์) ในฐานะกรรมการตรวจสอบ ในปี 2563 รวม 38,000 บาท

ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทย่อย (บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2563 (หน่วย : บาท)

* นายศุภชัย เจียรวนนท์ ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563

(2) ค่าตอบแทนอื่นของกรรมการ

บริษัทฯ ได้จัดทำประกันความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหารระดับสููง (Directors’ and Officers’ Liabilities Insurance) ที่ทุุนประกันจำนวน 40 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา คิดเป็นเบี้ยประกันประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี

ตัวชี้วัดการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการบริหาร สำหรับปี 2563

ตั้งแต่ปี 2561 คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาอนุุมัติหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดในการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสููงในรููปแบบของบำเหน็จพิเศษเพื่อสร้างแรงจููงใจและผลักดันให้ผู้บริหารสามารถบรรลุเป้าหมายใหม่ที่เพิ่มเติมจากแผนการจ่ายโบนัส ปัจจุุบัน โดยพิจารณาจากการบรรลุเป้าหมาย 3 ประการคือ

ค่าตอบแทนรวมของกรรมการบริหารและเจ้าหน้าที่บริหาร (ผู้บริหารระดับสููง)

(1) ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน

ปี 2563 ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินสะสมของทั้งบริษัท24,114 ล้านบาท
ค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสููงคิดเป็น % ของค่าตอบแทนทั้งบริษัท1.67%

(2) ค่าตอบแทนอื่่น

1. เงินกองทุุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทฯ ได้จัดให้มีกองทุุนสำรองเลี้ยงชีพโดยบริษัทฯ ได้สมทบในอัตราส่วนร้อยละ 2 ของเงินเดือน โดยในปี2563 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินสมทบกองทุุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับผู้บริหารระดับสููงจำนวน 6.642 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2562 และปี 2561 บริษัทฯ จ่ายสมทบจำนวน 6.035 ล้านบาทและ 4.839 ล้านบาท ตามลำดับ

2. โครงการร่วมลงทุุนระหว่างนายจ้างและลููกจ้าง (EJIP) บริษัทฯ ได้จัดให้มีโครงการร่วมลงทุุนระหว่างนายจ้างและลููกจ้าง (EJIP) เพื่อเป็นแรงจููงใจในการปฏิบัติงานและร่วมทำงานกับบริษัทฯ ในระยะยาว โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 มีระยะเวลาของโครงการ 5 ปี สิ้นสุุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ผู้บริหารที่สามารถเข้าร่วมโครงการ EJIP ได้ จะต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยบริษัทฯ จะหักเงินเดือนผู้บริหารร้อยละ 5 หรือร้อยละ 7 แล้วแต่จะเลือก และบริษัทฯ ได้จ่ายเงินสมทบอีกในอัตราร้อยละ 80 ของยอดที่หักจากเงินเดือนผู้บริหารเช่นกัน ในปี 2563 (มกราคม – พฤษภาคม) บริษัทฯ ได้จ่ายเงินสมทบให้กับผู้บริหารระดับสููงที่เข้าร่วมโครงการเป็นเงินรวม 4.286 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2562 และปี 2561 บริษัทฯ จ่ายเงินสมทบจำนวน 12.205 ล้านบาทและ 11.604 ล้านบาท ตามลำดับ

หมายเหตุุ บริษัทฯ หยุุดพักโครงการ EJIP ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาภาระให้แก่พนักงานในโครงการ EJIP อันเนื่องมาจากภัย COVID-19 จนกว่าสถานการณ์ของโรคติดเชื้อ COVID-19 จะคลี่คลายลง

รายละเอียดเพิ่มเติม —> รายงานประจำปี 2563 , รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2563

นโยบายที่เกี่ยวข้อง

แนวปฏิบัติคณะกรรมการบริษัทดาวน์โหลด
กฏบัตรคณะกรรมการตรวจสอบดาวน์โหลด
กฏบัตรคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการดาวน์โหลด
กฏบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาลดาวน์โหลด
นโยบายหลักการกำกับดูแลกิจการดาวน์โหลด
แนวปฏิบัติตามแผนธุรกิจขององค์กรให้ถูกต้องตามกฎหมาย บมจ.ซีพี ออลล์ดาวน์โหลด
แนวทางปฏิบัติตามนโยบายกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าดาวน์โหลด
นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดาวน์โหลด