การกำกับดูแลกิจการ

  >  การกำกับดูแลกิจการ

องค์กรแห่งธรรมาภิบาล บริหารด้วยความโปร่งใส

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2562


ความท้าทาย


บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”)  มีความเชื่อมั่นว่าแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี สามารถช่วยสร้างพื้นฐานความยั่งยืนขององค์กรให้สามารถเติบโตและเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความสามารถการแข่งขันขององค์กรได้ เช่น สามารถดึงดูดความสนใจที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มนักลงทุน และการปรับปรุงแผนการดำเนินงานภายในองค์กรที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ของการมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพยังสะท้อนให้เห็นถึงระบบการบริหารจัดการที่มีคุณภาพขององค์กร ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว  พร้อมกันนี้ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลกเรื่องการกำกับดูแล เป็นหนึ่งในความท้าทายที่องค์กรติดตามและให้ความสำคัญ อาทิ สัดส่วนและคุณสมบัติของคณะกรรมการบริษัท (Board composition and qualification)  ที่สถาบันนักลงทุนมีความคาดหวัง ต่อกระบวนการประเมินคณะกรรมการบริษัทที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการบริษัทยังเป็นประเด็นที่สถาบันนักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจด้วยเช่นกัน ประเด็นความสำคัญของการกำกับดูแลกับวัฒนธรรมองค์กร (Deeper focus on oversight of corporate culture) รวมถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงขององค์กร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการดึงดูดและรักษาพนักงาน นอกจากนี้  การบูรณาการประเด็นด้านความยั่งยืนกับการกำกับดูแล (ESG continues to be a critical issue globally) เป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจในหน้าที่การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทที่ผนวกประเด็นด้านความยั่งยืนเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจ  ดังนั้น บริษัทจึงกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ภายใต้พื้นฐานความเสี่ยงทางจริยธรรมธุรกิจ และกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจและสื่อสารให้แก่พนักงานทั้งในแง่การกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาความยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความท้าทายอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร

แนวทางการดำเนินงาน


คณะกรรมการบริษัทจัดโครงสร้างการบริหารงานด้านการกำกับดูแล พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน นโยบายความยั่งยืนและแนวปฏิบัติ รวมถึงจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน พร้อมทั้งทำหน้าที่ทบทวนและปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการขององค์กรให้มีความเหมาะสมและเป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาลของหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลตามกฎหมาย สอดคล้องตามแนวปฏิบัติสากลที่ได้รับการยอมรับ ในปี 2562 บริษัทได้ทำการปรับปรุงมาตรฐานหรือข้อกำหนดขององค์กรให้ครอบคลุมในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล และกำหนดให้มีคณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาลและคณะอนุกรรมการพัฒนาความยั่งยืน ทำหน้าที่รายงานผลและขึ้นตรงต่อคณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล โดยดำเนินการภายใต้แนวปฏิบัติ และนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ดังนี้

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริษัทมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย 3 คณะ ที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ซึ่งประกอบไปด้วย 1) คณะกรรมการตรวจสอบ  2) คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล 3) คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ  โดยมีหน้าที่กำกับดูแลและความรับผิดชอบสำคัญดังต่อไปนี้

โครงการที่สำคัญ ปี 2562


โครงการสร้างความตระหนักในเรื่องจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน (Business Ethics and Code of Conduct)

วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงแนวปฏิบัติ เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง โดยยึดหลักนิติธรรม ความโปร่งใส คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ให้แก่ ผู้บริหาร พนักงาน คู่ค้า และผู้รับเหมา

การดำเนินโครงการ

1)  สร้างแนวทางการปฏิบัติแก่ผู้บริหาร พนักงาน คู่ค้า และผู้รับเหมาที่เป็นรูปธรรม

2)  สื่อสารให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบถึงแนวปฏิบัติเพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง ผ่านการจัดประชุม บรรยาย การออกนโยบายหรือประกาศในเรื่องสำคัญ

3)  จัดอบรมเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางธุรกิจ เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้าใจและพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

4)  จัดอบรมและทดสอบความรู้ ความเข้าใจ ของหลักสูตรธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริต  หลักสูตร ดิจิทัล มายเซ็ท (Digital Mindset) ในรูปแบบแอนิเมชันผ่านระบบ E-Learning

5)  ให้คำแนะนำต่อหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการปฏิบัติไม่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติฯ

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

โครงการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ด้านธรรมาภิบาล (Mister & Miss Good Governance)

วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความตระหนักให้ทุกภาคส่วนในองค์กรเห็นความสำคัญของธรรมาภิบาล

เป็นเวทีประชันความสามารถสำหรับคนรุ่นใหม่ได้แสดงออกถึงแนวคิดเรื่องธรรมาภิบาลที่ทันยุคสมัย โดยตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ด้านธรรมาภิบาลในกลุ่มธุรกิจของ ซีพี ออลล์ ต้องผ่านการอบรมเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตอบคำถาม วัดทัศนคติ มุมมอง และวิธีปฏิบัติด้านธรรมาภิบาล ซึ่ง Mister & Miss Good Governance  มีหน้าที่

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

ตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ด้านธรรมาภิบาลกว่า      

124 คน  จาก 62 สำนัก/หน่วยงาน

ข้อมูลอื่นๆ


การจัดโครงสร้างการบริหารงานด้านงานกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริษัท

1. คณะกรรมการบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการของบริษัทมีจำนวนทั้งสิ้น 15 คน ประกอบด้วย

1) กรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 5 คน
2) กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน  10 คน ประกอบด้วย
– กรรมการอิสระจำนวน 5 คน (คิดเป็น 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ)
– กรรมการที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงาน จำนวน 5 คน

คำนิยาม

1) กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารและมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานประจำของบริษัท

2) กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานประจำของบริษัท อาจจะเป็นหรือไม่เป็นกรรมการอิสระก็ได้

3) กรรมการอิสระ หมายถึง กรรมการอิสระหรือกรรมการจากภายนอก (Outside Director) และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำและไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท นอกจากนี้ยังต้องมีความเป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ*

4) กรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท หมายถึง ตัวแทนกรรมการจากกลุ่ม 1 ลงนามร่วมกับตัวแทนกรรมการจากกลุ่ม 2 ยกเว้นประธานกรรมการ รวมเป็นสองคน ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท โดยยกเว้นกรรมการอิสระเพื่อดำรงความเป็นอิสระตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

* คุณสมบัติของกรรมการบริษัทฯ สามารถอ้างอิงได้ที่ กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ภายใต้นโยบายการกำกับดูแลกิจการและนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันของบริษัท โดยปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท กฎบัตรและแนวปฏิบัติของคณะกรรมการ มติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

รายละเอียดเพิ่มเติมของคณะกรรมการบริษัท

ความหลากหลายและคุณสมบัติของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทจะถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการกําหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ โดยมีการพิจารณาหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยจัดทำ Board Skill Matrix เพื่อประกอบในการสรรหา รวมทั้ง คัดเลือกบุคคลตามกระบวนการสรรหาที่ได้กำหนดไว้ เช่น พิจารณาจากรายชื่อและประวัติของผู้ที่ถูกเสนอซึ่งเป็นกรรมการจากคณะกรรมการชุดเดิม การเปิดโอกาสให้ผ้ถือหุ้นเสนอชื่อกรรมการเข้าดํารงตําแหน่งหรือพิจารณาการใช้บริษัทที่ปรึกษาภายนอก หรือพิจารณาบุคคลจากทําเนียบกรรมการอาชีพ เป็นต้น โดยพิจารณาคุณสมบัติที่มีความเหมาะสมและหลากหลายทั้งในด้านคุณวุฒิ วิชาชีพ ทักษะ อายุ ประสบการณ์ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา ถิ่นกําเนิด ความเชี่ยวชาญ และความสามารถเฉพาะด้านที่จําเป็นต้องมีในคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่บริษัทและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท

การดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ในคณะกรรมการชุดย่อย

การประชุมคณะกรรมการ

  1. บริษัทมีการประชุมคณะกรรมการในวาระปกติไตรมาสละ 1 ครั้ง และกรรมการบริษัทต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับทราบและร่วมตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยมีการจัดประชุมอย่างน้อยปีละ 7 ครั้ง
  2. บริษัทส่งเสริมให้กรรมการทุกคนของบริษัทมีสัดส่วนของการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยร้อยละ 75 ของการประชุมทั้งปี โดยกำหนดวันประชุมคณะกรรมการอย่างเป็นทางการล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้กรรมการสามารถจัดสรรเวลาในการเข้าประชุมได้ อย่างไรก็ตามอาจมีการเรียกประชุมเพิ่มเติมได้หากมีวาระพิเศษต้องขอมติอนุมัติจากกรรมการหรือพิจารณาเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วน
  3. ในปี 2562 บริษัทมีการประชุมคณะกรรมการจำนวน 7 ครั้ง ซึ่งเหมาะสมกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีที่ผ่านมา ซึ่งกรรมการบริษัททั้งคณะเข้าร่วมประชุมร้อยละ 95 และมีการประชุมคณะกรรมการที่ไม่เป็นกรรมการบริหาร 1 ครั้ง ซึ่งกรรมการเข้าร่วมประชุมครบทุกคน
  4. บริษัทจัดส่งหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุมโดยมีรายละเอียดครบถ้วนในแต่ละวาระให้กรรมการ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ตัดสินใจ นอกจากนี้ในการพิจารณาเรื่องหนึ่งเรื่องใดกรรมการมีสิทธิ์ขอดูหรือตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง ขอให้ฝ่ายบริหารชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม
  5. บริษัทยังไม่ได้กำหนดนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำ ณ ขณะที่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการว่าต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทได้ดำเนินการเช่นนี้มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยพิจารณาได้จากตารางรายชื่อคณะกรรมการบริษัทและการเข้าร่วมประชุมของกรรมการในปี 2562 (จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุมในช่วงที่เป็นกรรมการ)
  6. ในการประชุมแต่ละครั้ง ที่ประชุมได้มีการซักถามฝ่ายจัดการและมีการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบ มีการอภิปราย แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและโปร่งใส โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม และกรรมการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่พิจารณาโดยนัยสำคัญต้องออกจากห้องประชุมในระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ประธานกรรมการยังได้จัดสรรเวลาให้กับที่ประชุมอย่างเพียงพอเพื่อให้กรรมการได้ร่วมกันอภิปรายปัญหาและแนวทางแก้ไข และยังได้มีการเชิญผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในวาระที่นำเสนอ เพื่อให้สารสนเทศรายละเอียดเพิ่มเติมหากมีประเด็นซักถาม และเป็นโอกาสที่ทำให้รู้จักผู้บริหารระดับสูง สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาแผนการสืบทอดงานอีกด้วย
  7. หลังการประชุมคณะกรรมการ เลขานุการบริษัทเป็นผู้จัดทำรายงานการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน ทั้งผลการประชุมและความเห็นกรรมการ และจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองแล้วจากคณะกรรมการไว้ที่หน่วยงานเลขานุการบริษัท เพื่อให้กรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องที่มีสิทธิ์สามารถเรียกดูข้อมูลหรือตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายในบริษัทให้ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการอย่างเคร่งครัด
  8. บริษัทได้จัดหาที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาให้ความเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมแก่คณะกรรมการบริษัทในบางกรณีโดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย

กลไกการประเมินการปฏิบัติงานด้านการกำกับดูแลกิจการเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันการดำเนินงานให้เป็นไปตามความคาดหวัง และช่วยในการพัฒนากิจกรรมทางด้านการกำกับดูแลกิจการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บริษัทตระหนักถึงความสำคัญและได้รับการประเมินผลถึง 2 รูปแบบ คือ การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท รายคณะและรายบุคคล คณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการดำเนินการของคณะกรรมการชุดต่างๆ โดยในปี 2562 คะแนนผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการทั้งคณะอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยได้คะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ ร้อยละ 90 และได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ดี ที่คะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ ร้อยละ 10  ส่วนคะแนนผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการรายบุคคลอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยได้คะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ ร้อยละ 89 และได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ดี ที่คะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ ร้อยละ 11  นอกจากนี้บริษัทได้รับผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ซึ่งถือได้ว่าเป็นองค์กรที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เพื่อให้แน่ใจถึงประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านการกำกับดูแล เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำในประเทศไทย โดยผลการประเมินของบริษัทได้คะแนน 5 ดาว และได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มดีเลิศ (Excellent)

การประเมินผลและพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ เป็นผู้พิจารณาหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาเห็นชอบและนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี  โดยมีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันและอยู่ระดับที่จูงใจและรักษากรรมการที่มีคุณภาพ

นโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง

คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยโครงสร้างการจัดการรายงานประจำปี 2562 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (อ้างถึง รายงานประจำปีของบริษัท หน้า 172)

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอกมาเป็นที่ปรึกษาในการหาข้อมูลและให้คำแนะนำในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้บริหารระดับสูงเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ  โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ ประกอบดังนี้

  • ผลประกอบการของธุรกิจโดยพิจารณาจากตัวชี้วัดทางธุรกิจด้านต่างๆ ที่ได้มีการกำหนดไว้
  • เปรียบเทียบผลประกอบการของธุรกิจกับอุตสาหกรรมเดียวกัน
  • ความสามารถในการพัฒนาธุรกิจและการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจให้ดีขึ้น ในแต่ละปี
  • การเปรียบเทียบอ้างอิงอัตราจ่ายค่าตอบแทนจากอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการได้พิจารณาค่าตอบแทนประจำรายเดือนและบำเหน็จประจำปี 2562 ของประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยเปรียบเทียบค่าตอบแทนกับบริษัทชั้นนำที่มีขนาดใหญ่ในประเทศและบริษัทค้าปลีกชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย เห็นว่ามีความเหมาะสมและให้เป็นไปตามหลักการแผนการจ่าย (Management Incentive Plan – MIP) ที่คณะกรรมการบริษัทได้เคยอนุมัติไว้ โดยตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายเพื่อเป็นเกณฑ์ในการให้บำเหน็จพิเศษแก่กรรมการบริหารของบริษัทประจำปี 2562 ได้แก่ ความพึงพอใจของลูกค้า ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และคะแนนที่ใช้ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทเพื่อการรับคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีแห่งความยั่งยืน (DJSI) (อ้างถึง มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและมติที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ)

ตัวชี้วัดการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการบริหาร สำหรับปี 2562

ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายเพื่อเป็นเกณฑ์การให้บำเหน็จพิเศษของกรรมการบริหาร ประจำปี 2562 เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการพิจารณามีดังนี้

หมายเหตุ : บริษัทไม่มีข้อกำหนดให้มีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้บริหารระดับสูงในรูปแบบของหุ้นสามัญ หรือ ผูกพันไปกับผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว นอกจากนี้ไม่มีข้อบังคับที่กำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต้องถือหุ้นสามัญของบริษัท แต่บริษัทมีโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (Employee Joint Investment Program-EJIP -EJIP)  ที่มีนโยบายให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของบริษัท  เพื่อเป็นแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและร่วมทำงานกับบริษัทในระยะยาว โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 มีระยะเวลาของโครงการ 5 ปี ผู้บริหารที่สามารถเข้าร่วมโครงการ EJIP ได้จะต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยบริษัทจะหักเงินเดือนผู้บริหารร้อยละ 5 หรือร้อยละ 7 แล้วแต่จะเลือก และบริษัทได้จ่ายเงินสมทบอีกในอัตราร้อยละ 80 ของยอดที่หักจากเงินเดือนผู้บริหารเช่นกัน ในปี 2561 บริษัทได้จ่ายเงินสมทบให้กับผู้บริหารระดับสูงที่เข้าร่วมโครงการเป็นเงินรวม 11.604 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ ในการขับเคลื่อนผลดำเนินการดังกล่าวข้างต้นให้บรรลุผลสำเร็จ จึงได้มีการกำหนดตัวชี้วัดระดับบริษัท (Corporate KPI) และเป้าหมาย    ที่สมดุลทั้งในด้านการเงิน การมุ่งเน้นลูกค้าและสังคม การพัฒนากระบวนการภายในเพื่อความเป็นเลิศ และการเรียนรู้ขององค์กร อาทิ ผลดำเนินการด้านความยั่งยืน (Sustainability Performance) , ความผูกพันของลูกค้า (Customer Engagement) ตัววัดดังกล่าวมีการทบทวนผล รายไตรมาส รายปี โดยมีความเชื่อมโยงกับการพิจารณาจ่ายโบนัสเพิ่มเติม (Incentive) ของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ

รายละเอียดเพิ่มเติม —>  รายงานประจำปี 2562 , รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2562

นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง