การกำกับดูแลกิจการ

  >  การกำกับดูแลกิจการ

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) มุ่งมั่นประกอบธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน ด้วยระบบบริหารจัดการภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการอย่างมีจริยธรรม มีคุณภาพ คุณธรรม ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยยึดมั่นการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ และสอดคล้องหลักมาตรฐานสากล เพื่อประโยชน์ต่อสังคมพัฒนาหรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถปรับตัวได้ภายใต้ปัจจัยการเปลี่ยนแปลง

การดำเนินการ

จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการ แนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการเนื้อหาครอบคลุม 5 หมวดหลัก ได้แก่ สิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปิดเผยข้อมูลความโปร่งใส และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ มีการทบทวนปรับปรุงแก้ไขนโยบายและแนวปฏิบัติให้มีความทันสมัยต่อเหตุการณ์สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสากล โดยนำเอาหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (Corporate Governance Code: CG Code) ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบททางธุรกิจของบริษัท

จัดทำคู่มือจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน (Business Ethics and Code of Conduct) เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัททุกคนยึดถือเป็นแนวทางในการทำงานและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักนิติธรรม มีความโปร่งใส ตั้งมั่นในความยุติธรรม และความมีคุณธรรม ให้ความสำคัญต่อลูกค้า มีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม การไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน การต่อต้านการทุจริต ไม่รับสิ่งตอบแทนที่เกินปกติวิสัย ไม่ข้องเกี่ยวกับการเรียกรับหรือจ่ายสินบน ไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์และไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ของผู้อื่น

การจัดโครงสร้างการบริหารงานด้านงานกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัท  มีจำนวนทั้งสิ้น 15 คน ประกอบด้วย

  1. กรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน¹ 5 คน
  2. กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน² 10 คน ประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 5 คน (คิดเป็น 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ)  และกรรมการที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงาน จำนวน  5 คน

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ   ต่อสังคม คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ภายใต้นโยบายการกำกับดูแลกิจการและนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันของบริษัท โดยปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท กฎบัตรและแนวปฏิบัติของคณะกรรมการ มติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

คำนิยาม

  1. กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานประจำของบริษัท อาจจะเป็นหรือไม่เป็นกรรมการอิสระก็ได้
  2. กรรมการอิสระ หมายถึง กรรมการอิสระหรือกรรมการจากภายนอก (Outside Director) และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำและไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท นอกจากนี้ยังต้องมีความเป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ*
  3. กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารและมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานประจำของบริษัท

* คุณสมบัติของกรรมการบริษัทฯ สามารถอ้างอิงได้ที่ กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท

การประชุมคณะกรรมการ

  1. บริษัทมีการประชุมคณะกรรมการในวาระปกติไตรมาสละ 1 ครั้ง และกรรมการบริษัทต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับทราบและร่วมตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยมีการจัดประชุมอย่างน้อยปีละ 7 ครั้ง และได้กำหนดวันประชุมคณะกรรมการอย่างเป็นทางการล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้กรรมการสามารถจัดสรรเวลาในการเข้าประชุมได้ อย่างไรก็ตามอาจมีการเรียกประชุมเพิ่มเติมได้หากมีวาระพิเศษต้องขอมติอนุมัติจากกรรมการหรือพิจารณาเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วน
  2. ในปี 2561 บริษัทมีการประชุมคณะกรรมการจำนวน 8 ครั้ง ซึ่งเหมาะสมกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีที่ผ่านมา และมีการประชุมคณะกรรมการที่ไม่เป็นกรรมการบริหาร 1 ครั้ง ซึ่งกรรมการบริษัททั้งคณะเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
  3. บริษัทจัดส่งหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุมโดยมีรายละเอียดครบถ้วนในแต่ละวาระให้กรรมการ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ตัดสินใจ นอกจากนี้ในการพิจารณาเรื่องหนึ่งเรื่องใดกรรมการมีสิทธิ์ขอดูหรือตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง ขอให้ฝ่ายบริหารชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม
  4. ในการประชุมแต่ละครั้ง ที่ประชุมได้มีการซักถามฝ่ายจัดการและมีการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบ มีการอภิปราย แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและโปร่งใส โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม และกรรมการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่พิจารณาโดยนัยสำคัญต้องออกจากห้องประชุมในระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ประธานกรรมการยังได้จัดสรรเวลาให้กับที่ประชุมอย่างเพียงพอเพื่อให้กรรมการได้ร่วมกันอภิปรายปัญหาและแนวทางแก้ไข และยังได้มีการเชิญผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในวาระที่นำเสนอ เพื่อให้สารสนเทศรายละเอียดเพิ่มเติมหากมีประเด็นซักถาม และเป็นโอกาสที่ทำให้รู้จักผู้บริหารระดับสูง สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาแผนการสืบทอดงานอีกด้วย
  5. หลังการประชุมคณะกรรมการ เลขานุการบริษัทเป็นผู้จัดทำรายงานการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน ทั้งผลการประชุมและความเห็นกรรมการ และจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองแล้วจากคณะกรรมการไว้ที่หน่วยงานเลขานุการบริษัท เพื่อให้กรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องที่มีสิทธิ์สามารถเรียกดูข้อมูลหรือตรวจสอบได้
  6. บริษัทได้จัดหาที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาให้ความเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมแก่คณะกรรมการบริษัทในบางกรณีโดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย 3 คณะ  ภายใต้คณะกรรมการบริษัท  ที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่  ให้เป็นไปตามกฎบัตรและมีความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัทโดยตรง ดังนี้

1. คณะกรรมการตรวจสอบ นอกจากทำหน้าที่สอบทาน งบการเงิน แล้ว ยังสอบทานการดำเนินงานของบริษัท ให้ถูกต้องตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับ กฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล รวมทั้งสอบทานให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดี ระบบตรวจสอบภายใน และระบบบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม มีการหารือร่วมกับผู้สอบบัญชีซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบ ภายนอกที่เป็นอิสระเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับงบการเงินและการควบคุมภายใน และรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานและข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทปีละ 4 ครั้ง บริษัทได้นำข้อเสนอแนะทั้งจากกรรมการตรวจสอบ และผู้สอบบัญชีภายนอกไปปรับปรุงในทันที และรายงานผลการปรับปรุงต่อคณะกรรมการในการประชุมครั้งถัดไป

2. คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล

ทำหน้าที่ในการจัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน นโยบายความยั่งยืนและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน และมีการทบทวนให้เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล กฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับของหน่วยงานภาครัฐและขององค์กร ที่ทำหน้าที่กำกับดูแล พร้อมทั้งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน และให้คำปรึกษาข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทในเรื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ การต่อต้านการทุจริต ความรับผิดชอบต่อสังคมและการจัดการความยั่งยืน รวมถึงแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ปีละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ยังกำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน นโยบายความยั่งยืน รวมทั้งสอบทานและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายร่วมกับกรรมการและฝ่ายจัดการ และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินการให้เป็นตามนโยบายดังกล่าว

3. คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ

พิจารณาหลักเกณฑ์ในการจ่ายและรูปแบบค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัททั้งรูปแบบที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงินโดยเปรียบเทียบอ้างอิงกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน ผลการปฎิบัติงานที่ผ่านมา ประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบการขยายตัวทางธุรกิจ ฐานะการเงิน ผลประกอบการของบริษัทและสอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายระยะยาวของบริษัท โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง และที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้อนุมัติค่าตอบแทนของกรรมการ นอกจากนี้พิจารณาหลักเกณฑ์และกระบวนการในการ   สรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยจัดทำ Board Skill Matrix เพื่อประกอบในการสรรหา รวมทั้งคัดเลือกบุคคลตามกระบวนการสรรหาที่ได้กำหนดไว้ เช่น พิจารณาจากรายชื่อและประวัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นกรรมการจากคณะกรรมการชุดเดิม การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อกรรมการเข้าดำรงตำแหน่งหรือพิจารณาการใช้บริษัทที่ปรึกษาภายนอก หรือพิจารณาบุคคลจากทำเนียบกรรมการอาชีพ เป็นต้น โดยพิจารณาคุณสมบัติที่มีความเหมาะสมและหลากหลายทั้งในด้านคุณวุฒิ วิชาชีพ ทักษะ อายุ ประสบการณ์ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา ถิ่นกำเนิด ความเชี่ยวชาญ และความสามารถเฉพาะด้านที่จำเป็นต้องมีในคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่บริษัทและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท รวมทั้งคัดเลือกบุคคล ตามกระบวนการสรรหาที่ได้กำหนดไว้ รวมถึงบุคคลที่เสนอโดยผู้ถือหุ้นรายย่อยตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด และเสนอความเห็นต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ

คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาล ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนของทุกสายงานร่วมกันทำงานเพื่อเป็นกลไกในการช่วยกำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้บริหาร และพนักงานให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน แนวปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องคู่มือจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน  นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญภายนอกเป็นที่ปรึกษาแก่คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล เพื่อให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลกิจการเพื่อยกระดับให้เป็นมาตรฐานสากล ได้แก่ นโยบายกำกับดูแลกิจการ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบายเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  จริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน   นโยบายบริหารความเสี่ยง  นโยบายการกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ   นโยบายการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน  การเปิดเผยสารสนเทศตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พร้อมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย

กลไกการประเมินการปฏิบัติงานด้านการกำกับดูแลกิจการเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันการดำเนินงานให้เป็นไปตามความคาดหวัง และช่วยในการพัฒนากิจกรรมทางด้านการกำกับดูแลกิจการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บริษัทตระหนักถึงความสำคัญและได้รับการประเมินผลถึง 2 รูปแบบ คือ การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท รายคณะและรายบุคคล คณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการดำเนินการของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ  โดยในปี 2561 คะแนนผลการดำเนินการอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยได้คะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ ร้อยละ 87, 88, 100, 90 และ 92 ตามลำดับ   นอกจากนี้บริษัทได้รับผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ซึ่งถือได้ว่าเป็นองค์กรที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เพื่อให้แน่ใจถึงประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านการกำกับดูแล เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำในประเทศไทย โดยผลการประเมินของบริษัทอยู่ในระดับดีมาก

การประเมินผลและพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ เป็นผู้พิจารณาหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาเห็นชอบและนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี  โดยมีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันและอยู่ระดับที่จูงใจและรักษากรรมการที่มีคุณภาพ นโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง

คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยโครงสร้างการจัดการรายงานประจำปี 2561 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (อ้างถึง รายงานประจำปีของบริษัท หน้า 92-93)

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอกมาเป็นที่ปรึกษาในการหาข้อมูลและให้คำแนะนำในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้บริหารระดับสูงเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ  โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ ประกอบดังนี้

  • ผลประกอบการของธุรกิจโดยพิจารณาจากตัวชี้วัดทางธุรกิจด้านต่างๆ ที่ได้มีการกำหนดไว้
  • เปรียบเทียบผลประกอบการของธุรกิจกับอุตสาหกรรมเดียวกัน
  • ความสามารถในการพัฒนาธุรกิจและการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจให้ดีขึ้น ในแต่ละปี
  • การเปรียบเทียบอ้างอิงอัตราจ่ายค่าตอบแทนจากอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน

โดยในปี 2561 คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดในการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงในรูปแบบของบำเหน็จพิเศษ เพื่อสร้างแรงจูงใจและผลักดันให้ผู้บริหารสามารถบรรลุเป้าหมายใหม่ที่เพิ่มเติมจากแผนการจ่ายโบนัสปัจจุบัน โดยพิจารณาจากการบรรลุเป้าหมาย 3 ประการ คือ ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) และคะแนน Dow Jones Sustainability Index (DJSI) ซึ่งเป็นการประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท  (อ้างถึง มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและมติที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ)

วาระที่ 4 : พิจารณาอนุมัติตัวชี้วัดการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการบริหาร สำหรับปี 2562

ประธานที่ประชุมมอบหมายให้นางณัฐวลี แกล้วทนงค์ รายงานต่อที่ประชุม ดังนี้

ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายเพื่อเป็นเกณฑ์การให้บำเหน็จพิเศษของกรรมการบริหาร ประจำปี 2562 เพื่อเสนอ

ต่อที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ พิจารณามีดังนี้

ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายในการจ่ายบำเหน็จพิเศษสำหรับปี 2562

หมายเหตุ : บริษัทไม่มีข้อกำหนดให้มีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้บริหารระดับสูงในรูปแบบของหุ้นสามัญ หรือ ผูกพันไปกับผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว นอกจากนี้ไม่มีข้อบังคับที่กำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต้องถือหุ้นสามัญของบริษัท แต่บริษัทมีโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (Employee Joint Investment Program-EJIP -EJIP)  ที่มีนโยบายให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของบริษัท  เพื่อเป็นแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและร่วมทำงานกับบริษัทในระยะยาว โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 มีระยะเวลาของโครงการ 5 ปี ผู้บริหารที่สามารถเข้าร่วมโครงการ EJIP ได้จะต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยบริษัทจะหักเงินเดือนผู้บริหารร้อยละ 5 หรือร้อยละ 7 แล้วแต่จะเลือก และบริษัทได้จ่ายเงินสมทบอีกในอัตราร้อยละ 80 ของยอดที่หักจากเงินเดือนผู้บริหารเช่นกัน ในปี 2561 บริษัทได้จ่ายเงินสมทบให้กับผู้บริหารระดับสูงที่เข้าร่วมโครงการเป็นเงินรวม 11.604 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ ในการขับเคลื่อนผลดำเนินการดังกล่าวข้างต้นให้บรรลุผลสำเร็จ จึงได้มีการกำหนดตัวชี้วัดระดับบริษัท (Corporate KPI) และเป้าหมาย    ที่สมดุลทั้งในด้านการเงิน การมุ่งเน้นลูกค้าและสังคม การพัฒนากระบวนการภายในเพื่อความเป็นเลิศ และการเรียนรู้ขององค์กร อาทิ ผลดำเนินการด้านความยั่งยืน (Sustainability Performance) , ความผูกพันของลูกค้า (Customer Engagement) ตัววัดดังกล่าวมีการทบทวนผล รายไตรมาส รายปี โดยมีความเชื่อมโยงกับการพิจารณาจ่ายโบนัสเพิ่มเติม (Incentive) ของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ

ผลดำเนินการที่สำคัญด้านการกำกับดูแลกิจการและจริยธรรม

การดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมธุรกิจที่โดดเด่น ในปี 2561 บริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างความเข้าใจ และความตระหนักรู้ของบุคลากรภายในบริษัทอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นพื้นฐานของการดำเนินงานให้สอดคล้อง บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมคู่มือจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน Business Ethics and Code of Conduct) ให้กับผู้บริหาร พนักงานทุกระดับ โดยขยายผลการฝึกอบรมครอบคลุมผู้บริหารระดับบังคับบัญชาหรือเทียบเท่าขึ้นไปครบร้อยละ 100  นอกจากนี้ยังได้กำหนดเป้าหมายให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกระดับต้องผ่าน CG Quiz  ร้อยละ 100 รวมถึงมีการจัดอบรมหลักสูตร On-Boarding ให้กับพนักงานใหม่ และ สโตร์พาร์ทเนอร์ ครบร้อยละ 100 ทั้งนี้  บริษัทยังได้ดำเนินการผนวกเนื้อหาการฝึกอบรมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรอบรมสำหรับพนักงานเข้าใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกระดับรับรู้ เข้าใจ และสามารถนำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล จริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน

นอกจากนี้บริษัทมีการสำรวจระดับความคิดเห็นและการรับรู้ของพนักงานที่มีต่อธรรมาภิบาล ผลการสำรวจพบว่าร้อยละ 97 ของพนักงาน รับรู้ เข้าใจ และรู้ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร รวมถึงมีการออกนโยบายกำกับดูแลเพิ่มเติมเรื่อง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data privacy) และแนวปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายป้องกันการฟอกเงิน และนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นต้น และเพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญและแสดง ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลขององค์กร เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ผู้บริหารและพนักงานจึงได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์องค์กรธรรมาภิบาล และต่อต้านคอร์รัปชันรวมถึงการสื่อสารความคาดหวัง สร้างความเข้าใจและจัดอบรมให้กับคู่ค้าที่สำคัญด้วย

นโยบายที่เกี่ยวข้อง