การกำกับดูแลกิจการ

  >  การกำกับดูแลกิจการ

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) มุ่งมั่นประกอบธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน ด้วยระบบบริหารจัดการภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการอย่างมีจริยธรรม มีคุณภาพ คุณธรรม ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยยึดมั่นการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ และสอดคล้องหลักมาตรฐานสากล เพื่อประโยชน์ต่อสังคมพัฒนาหรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถปรับตัวได้ภายใต้ปัจจัยการเปลี่ยนแปลง

เป้าหมายปี 2563 : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยมีการเปิดเผยการดำเนินการด้านธรรมาภิบาล

บริษัทจัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการ แนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่มีเนื้อหาครอบคลุม 5 หมวดหลัก ได้แก่ สิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปิดเผยข้อมูลความโปร่งใส และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ มีการทบทวนปรับปรุงแก้ไขนโยบายและแนวปฏิบัติให้มีความทันสมัยต่อเหตุการณ์สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสากล โดยนำเอาหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (Corporate Governance Code: CG Code) ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบททางธุรกิจของบริษัท

บริษัทจัดทำคู่มือจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน (Business Ethics and Code of Conduct) เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัททุกคนยึดถือเป็นแนวทางในการทำงานและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักนิติธรรม มีความโปร่งใส ตั้งมั่นในความยุติธรรม และความมีคุณธรรม ให้ความสำคัญต่อลูกค้า มีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม การไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน การต่อต้านการทุจริต ไม่รับสิ่งตอบแทนที่เกินปกติวิสัย ไม่ข้องเกี่ยวกับการเรียกรับหรือจ่ายสินบน ไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์และไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ของผู้อื่น

คณะกรรมการบริษัทมีจำนวนทั้งสิ้น 15 คน ประกอบด้วย
1. กรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน¹ 5 คน
2. กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน² 10 คน ประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 5 คน (คิดเป็น 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ) และกรรมการที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงาน จำนวน 5 คน

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ภายใต้นโยบายการกำกับดูแลกิจการและนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันของบริษัท โดยปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท กฎบัตรและแนวปฏิบัติของคณะกรรมการมติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการสรรหาที่เคารพและสนับสนุนความหลากหลายทั้งในด้าน เพศ ประวัติ สัญชาติ เชื้อชาติ ความเชื่อถือ และศาสนา

คำนิยาม

  1. กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงานประจำของบริษัท อาจจะเป็นหรือไม่เป็นกรรมการอิสระก็ได้
  2. กรรมการอิสระ หมายถึง กรรมการอิสระหรือกรรมการจากภายนอก (Outside Director) และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำและไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท นอกจากนี้ยังต้องมีความเป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ*

* คุณสมบัติของกรรมการบริษัทฯ สามารถอ้างอิงได้ที่ กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท

การประชุมคณะกรรมการ

  1. บริษัทมีการประชุมคณะกรรมการในวาระปกติไตรมาสละ 1 ครั้ง และได้กำหนดวันประชุมคณะกรรมการอย่างเป็นทางการ ล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปีเพื่อให้กรรมการสามารถจัดสรรเวลาในการเข้าประชุมได้ อย่างไรก็ตามอาจมีการเรียกประชุม เพิ่มเติมได้หากมีวาระพิเศษต้องขอมติอนุมัติจากกรรมการ
  2. ในปี 2560 บริษัทมีการประชุมคณะกรรมการจำนวน 6 ครั้ง ซึ่งเหมาะสมกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะ กรรมการและการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีที่ผ่านมา และมีการประชุมคณะกรรมการที่ไม่เป็นกรรมการบริหาร 1 ครั้ง
  3. บริษัทจัดส่งหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุมโดยมีรายละเอียดครบถ้วนในแต่ละวาระให้กรรมการ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ตัดสินใจ นอกจากนี้ในการพิจารณาเรื่องหนึ่งเรื่องใดกรรมการมีสิทธิ์ขอดูหรือตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง ขอให้ฝ่ายบริหาร ชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม
  4. ในการประชุมแต่ละครั้ง ที่ประชุมได้มีการซักถามฝ่ายจัดการและมีการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบ มีการอภิปรายแสดงความ คิดเห็นได้อย่างอิสระและโปร่งใส โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม และกรรมการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่พิจารณาโดยนัยสำคัญต้องออกจากห้องประชุมในระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ประธานกรรมการยังได้จัดสรรเวลาให้กับที่ประชุมอย่างเพียงพอเพื่อให้กรรมการได้ร่วมกันอภิปรายปัญหาและแนวทางแก้ไข และยังได้มีการเชิญผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในวาระที่นำเสนอ เพื่อให้สารสนเทศรายละเอียดเพิ่มเติมหาก มีประเด็นซักถาม และเป็นโอกาสที่ทำให้รู้จักผู้บริหารระดับสูง สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาแผนการสืบทอดงานอีกด้วย
  5. หลังการประชุมคณะกรรมการ เลขานุการบริษัทเป็นผู้จัดทำรายงานการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน ทั้งผลการประชุมและความเห็นกรรมการ และจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองแล้วจากคณะ กรรมการไว้ที่หน่วยงานเลขานุการบริษัท เพื่อให้กรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องที่มีสิทธิ์สามารถเรียกดูข้อมูลหรือตรวจสอบได้
  6. บริษัทได้จัดหาที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาให้ความเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมแก่คณะกรรมการบริษัทในบางกรณี โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย 3 คณะ ภายใต้คณะกรรมการบริษัทที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎบัตรและมีความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัทโดยตรง ดังนี้

1. คณะกรรมการตรวจสอบ นอกจากทำหน้าที่สอบทานงบการเงินแล้ว ยังสอบทานการดำเนินงานของบริษัทให้ถูกต้องตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับ กฎหมายระเบียบปฏิบัติ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล รวมทั้งสอบทานให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดี ระบบตรวจสอบภายใน และระบบบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม มีการหารือร่วมกับผู้สอบบัญชีซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบภายนอกที่เป็นอิสระเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับงบการเงินและการควบคุมภายในและรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานและข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นรายไตรมาส บริษัทได้นำข้อเสนอแนะทั้งจากกรรมการตรวจสอบ และผู้สอบบัญชีภายนอกไปปรับปรุงในทันที และรายงานผลการปรับปรุงต่อคณะกรรมการในการประชุมครั้งถัดไป

2. คณะกรรมการบรรษัทภิบาล ทำหน้าที่ในการจัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน แนวปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน และมีการทบทวนให้เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล กฎหมายและระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานภาครัฐ และขององค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแล พร้อมทั้งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานและให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทในเรื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ การต่อต้านการทุจริตและแนวปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ปีละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ยังกำกับดูแลการปฏิบัติงานของกรรมการบริษัทผู้บริหารและพนักงานให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน รวมทั้งสอบทานและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายร่วมกับกรรมการและฝ่ายจัดการ และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินการให้เป็นตามนโยบายดังกล่าว

3. คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ ทำหน้าที่ในการพิจารณาหลักเกณฑ์ในการจ่ายและรูปแบบค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทโดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงและที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้อนุมัติ ค่าตอบแทนของกรรมการ พร้อมประเมินค่าตอบแทน ของผู้บริหารระดับสูงให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังพิจารณาหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท รวมทั้งคัดเลือกบุคคล ตามกระบวนการสรรหาที่ได้กำหนดไว้ และบุคคลที่ได้เสนอโดยผู้ถือหุ้นรายย่อยตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด และเสนอความเห็นต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ

แนวทางในการดำเนินงานด้านการกำกับดูแล

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาล ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนของทุกสายงานร่วมกันทำงานเพื่อเป็นกลไกในการช่วยกำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้บริหาร และพนักงานให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน แนวปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องคู่มือจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญภายนอกเป็นที่ปรึกษาแก่คณะกรรมการบรรษัทภิบาล เพื่อให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลกิจการเพื่อยกระดับให้เป็นมาตรฐานสากล ได้แก่ นโยบายกำกับดูแลกิจการ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบายเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน นโยบายบริหารความเสี่ยง นโยบายการกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนโยบายการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน การเปิดเผยสารสนเทศตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พร้อมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาล

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย

ทุกปีบริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทเป็นรายคณะและรายบุคคล คณะกรรมการชุดย่อยเป็นรายคณะ เพื่อช่วยให้กรรมการของบริษัทและกรรมการชุดย่อย ได้มีการพิจารณาทบทวนผลงาน ปัญหาและอุปสรรคต่างๆในระหว่างปีที่ผ่านมา อันจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะทราบถึงความรับผิดชอบของตนได้ชัดเจน และยังช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการอีกด้วย

ในปี 2560 ผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทรายคณะ รายบุคคล คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบรรษัทภิบาล และคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ สรุปคะแนนผลการดำเนินการอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมโดยได้คะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ ร้อยละ 88, 86, 100, 95 และ 93 ตามลำดับ

สำหรับการประเมินผลและพิจารณาจ่ายผลตอบแทนพิเศษของคณะกรรมการบริหารที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการมีมติ

ตามแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการสำหรับคณะกรรมการบริษัท ข้อ 4.2 ได้กำหนดให้คณะกรรมการต้องกำกับดูแลให้มีการกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนที่เป็นเครื่องจูงใจให้ผู้บริหารระดับสูง โดยให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของบริษัทและสอดคล้องกับผลประโยชน์ของบริษัทในระยะยาวและมีการประเมินผลที่เหมาะสม โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ในการจ่ายและรูปแบบค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
(อ้างถึงแนวปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการสำหรับคณะกรรมการบริษัท)

คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการได้พิจารณาแนวทางการกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงวิธีการ และหลักเกณฑ์การกำหนดค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ประเมินค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานโดยได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอกมาเป็นที่ปรึกษาในการหาข้อมูล และให้คำปรึกษา ข้อแนะนำเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ โดยมีการพิจารณาและปรับปรุงให้เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันและอยู่ในระดับที่จูงใจและรักษาผู้บริหารระดับสูงที่มีคุณภาพไว้ได้ (อ้างถึง รายงานประจำปีของบริษัท หน้า 90 และ 97)

ค่าตอบแทนคณะกรรมการ

ภายใต้อำนาจที่คณะกรรมการบริษัทได้ให้ไว้ คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการได้กำหนดอัตราค่าตอบแทนคงที่ทุกเดือนให้แก่ผู้บริหารระดับสูงโดยเทียบเคียงกับบริษัทชั้นนำที่มีขนาดใหญ่ในประเทศ และบริษัทค้าปลีกชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนระยะสั้นเพิ่มเติมเป็นบำเหน็จพิเศษ (Management Incentive Plan-MIP) สำหรับผู้บริหารระดับสูง ค่าตอบแทนระยะสั้นที่จะได้รับเป็นโบนัสเพิ่มเติมจะแปรผันไปตามผลการปฏิบัติงานที่สามารถบรรลุถึงระดับค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ชัดเจน คือ 1) อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity-ROE) 2) ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) 3) ผลดำเนินการด้านความยั่งยืน (Sustainability Performance) (อ้างถึง มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและมติที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ)

หมายเหตุ : บริษัทไม่มีข้อกำหนดให้มีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้บริหารระดับสูงในรูปแบบของหุ้นสามัญ หรือ ผูกพันไปกับผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว นอกจากนี้ไม่มีข้อบังคับที่กำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต้องถือหุ้นสามัญของบริษัท แต่บริษัทมีโครงสร้างสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน (Employee Joint Investment Program-EJIP) ที่มีนโยบายให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของบริษัท เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานมีความจงรักภักดีต่อองค์กร และมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อเติบโตไปพร้อมกับองค์กร โดยกำหนดให้เฉพาะพนักงานที่มีสิทธิ์และสมัครใจเข้าร่วมโครงการ โดยโครงการนี้เป็นครั้งที่ 3 ระยะเวลา 5 ปี (กรกฎาคม 2560 ถึง 2565) ต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 (ครั้งที่ 1 ระยะเวลา 3 ปี และครั้งที่ 2 ระยะเวลา 5 ปี) (อ้างถึงรายงานประจำปีของบริษัท หน้า 68-69)

นอกจากนี้ บริษัทได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ ในการขับเคลื่อนผลดำเนินการดังกล่าวข้างต้นให้บรรลุผลสำเร็จ จึงได้มีการกำหนดตัวชี้วัดระดับบริษัท (Corporate KPI) และเป้าหมาย ที่สมดุลทั้งในด้านการเงิน การมุ่งเน้นลูกค้าและสังคม การพัฒนากระบวนการภายในเพื่อความเป็นเลิศ และการเรียนรู้ขององค์กร อาทิ ผลดำเนินการด้านความยั่งยืน (Sustainability Performance) , ความผูกพันของลูกค้า (Customer Engagement) ตัววัดดังกล่าวมีการทบทวนผล รายไตรมาส รายปี โดยมีความเชื่อมโยงกับการพิจารณาจ่ายโบนัสเพิ่มเติม (Incentive) ของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ

การบริหารความเสี่ยงและการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบและข้อบังคับ

บริษัทกำหนดให้มีหน่วยงานที่ชัดเจนไว้ในโครงสร้างขององค์กร ได้แก่ หน่วยงานบริหารความเสี่ยง (Risk management unit) และหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบและข้อบังคับ (compliance unit) ภายใต้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk management Committee) โดยมีตัวแทนของทุกสายงานในบริษัทร่วมกันเป็นคณะทำงานให้กับทั้งสองหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล พร้อมทั้งให้รายงานการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบในการสอบทานประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยงต่างๆ เช่น ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับ ความเสี่ยงด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ความเสี่ยงด้านภาษีรวมถึงความเสี่ยงด้านการทุจริต

การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ในปี 2560 บริษัทสื่อสารสร้างความตระหนักเรื่องจริยธรรมธุรกิจ นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันและแนวปฏิบัติให้กับพนักงานทุกระดับรวมถึงพนักงานในบริษัทย่อย จำนวนทั้งสิ้น 142,784 คน และจัดอบรมเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับพนักงานจำนวนทั้งสิ้น 3,161 คน ดังตาราง

นอกจากนี้เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจสามารถนำไปปฏิบัติตามได้บริษัทจึงจัดให้มีการทดสอบความรู้ความเข้าใจสำหรับผู้บริหารระดับฝ่ายขึ้นไป โดยผู้รับการทดสอบทุกคนต้องผ่านการทดสอบที่คะแนนเต็ม 100% และเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลในทุกหน่วยงาน บริษัทได้ประยุกต์ใช้มาตรฐานต่างๆ มาพัฒนาเครื่องมือการประเมินตนเองเกี่ยวกับธรรมาภิบาล (Corporate Governance Self-Assessment) แล้วเสร็จและเริ่มใช้ในปี 2560 เป็นปีแรกโดยเครื่องมือดังกล่าวได้อ้างอิงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามมาตรฐานสากล แนวทางการประเมินและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี อาทิ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International)ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ และหลักการกำกับดูแลกิจการขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development Principles of Corporate Governance) เป็นต้น แบบประเมินตนเองได้ถูกส่งต่อไปยังผู้บริหารระดับสำนักหรือหน่วยธุรกิจของบริษัทรวมถึงบริษัทย่อยทั้งหมด 100% และได้รับการตอบกลับถึง 98%โดยมีภาพรวมของผลการประเมินตนเอง 97% สรุปผลแยกตามหมวด ดังนี้

นโยบายที่เกี่ยวข้อง