การบริหารผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพและโภชนาการ

  >  การบริหารผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพและโภชนาการ

“จากกระแสความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพและโภชนาการ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่มีแนวโน้มการแข่งขันที่สูงขึ้น จึงนับเป็นความท้าทายของบริษัทในการนำเสนอและส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นหนึ่งในทางเลือกด้านสุขภาพให้แก่ผู้บริโภคเพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า”

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทย่อย (“บริษัท”) ยึดมั่นในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพควบคู่กับการส่งมอบความสะดวกและรอยยิ้ม ปัจจุบันแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับโลก (Mega Trend) ที่ความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการทางด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นสอดคล้องกับความต้องการภายในประเทศของสินค้ากลุ่มสุขภาพที่เติบโต แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของสินค้ากลุ่มนี้จากการลดความเป็นตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่มไปสู่ความเป็นตลาดทั่วไปมากขึ้น ซึ่งนับเป็นโอกาสและความท้าทายของบริษัทในการส่งเสริมสุขโภชนาการแก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ ผ่านการพัฒนานำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ความมุ่งมั่นนี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านนโยบายในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการปลอดภัยต่อการบริโภคและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้การทดสอบและคัดเลือกวัตถุดิบที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย กระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานสากลควบคู่ไปกับการสื่อสารและการดำเนินกิจกรรมด้วยความรับผิดชอบเหล่านี้ล้วนเป็นความตั้งใจของบริษัท ที่จะส่งมอบสินค้าคุณภาพและส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคทั่วประเทศ

แนวปฏิบัติ

เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีสุขโภชนาการที่ดีเหมาะสมกับผู้บริโภคตลอดจนส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพและถูกหลักโภชนาการบริษัทจึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ ดังนี้

ผลิตภัณฑ์

  • กลุ่มอาหารสดอนามัย : ให้ความสำคัญกับหารผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสดอนามัย คุณภาพสูงโดยกระบวนการดำเนินงานสอดคล้องตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับ มาตรฐานของประเทศไทยและประเทศคู่ค้า หรือเหนือกว่าที่กำหนด
  • กลุ่มอาหารพร้อมทานและเครื่องดื่ม : ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายที่เหมาะสม และหรือผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โดยยึดหลักมาตรฐายตามกฎหมายของประเทศไทย และประเทศที่บริษัทมีการดำเนินธุรกิจหรือลงทุนอย่างเคร่งครัด รวมถึงข้อกำหนดของลูกค้าซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมายของประเทศนั้นๆ ทั้งนี้จะมีการกำหนดพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายที่ครบถ้วน และมีปริมาณเหมาะสมต่อการบริโภคในแต่ละมื้อ

การเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสาร

  • ฉลากผลิตภัณฑ์ : แสดงรายละเอียดส่วนประกอบสำคัญ วิธีการใช้และการเก็บรักษาเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคทราบคุณค่าทางโภชนาการหลีกเลี่ยงสารอาหารที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้รวมถึงรักษาหรือคงคุณค่าทางอาหารของผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
  • การให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการอุปโภค บริโภคที่ถูกต้อง และสุขภาวะที่ดี โดยการสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภค โดยใช้ช่องทางสื่อสารต่างๆ ของบริษัท เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ต่างๆ เป็นต้น รวมถึงการแสดงข้อมูลทางโภชนาการและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคบนฉลากของผลิตภัณฑ์ต่างๆ

กิจกรรมและการส่งเสริม

  • การเข้าถึงสุขภาวะที่ดี โดยส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสุขภาวะที่ดี (ร่างกายและจิตใจ)

ในฐานะบริษัทผู้นำในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เราได้มุ่งมั่นทำงานร่วมกับคู่ค้าผลักดันผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและโภชนาการโดยการวางแผนพัฒนาสินค้าบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการแบ่งปันความรู้การขอคำแนะนำเชิงคุณภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้บริษัทมีผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่หลากหลาย โดยบริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนของผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสุขภาพภายใต้กลุ่มสินค้าของบริษัทที่ 10% ของผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด ประกอบกับการดำเนินการโครงการส่งเสริมสุขภาพอื่น ภายใต้ทิศทางของบริษัทที่ต้องการตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของคนไทยเป็นแรงผลักดันให้บริษัทดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ

ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพบริษัทได้เข้าร่วม

“โครงการพัฒนาและส่งเสริมการใช้สัญลักษณ์โภชนาการอย่างง่ายสำหรับเป็นข้อมูลการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์อาหารของผู้บริโภคเพื่อลดการบริโภคน้ำตาล โซเดียม และไขมัน” เพื่อขอการรับรองผลิตภัณฑ์ตามเกณฑ์ “คุณค่าโภชนาการที่ดีกว่า” โดยบริษัทได้มีการดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารรวมถึงการปรับปรุงสูตรการผลิต เพื่อให้เข้ากับเกณฑ์ปริมาณสารอาหารของโครงการฯซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองที่หลากหลาย อาทิ กลุ่มสินค้าข้าวกล่องพร้อมรับประทานที่ได้รับตราสัญลักษณ์ทั้งหมด 3 รายการ (ข้าวไข่เจียวกุ้ง, ข้าวปลาผัดพริกสด,ข้าวกะเพราหมู) นอกจากนี้บริษัทยังร่วมประชาสัมพันธ์และสื่อสารไปยังคู่ค้าธุรกิจเพื่อให้พิจารณาการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขอรับรองผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งจัดรายการส่งเสริมการขายสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองอีกด้วย ผลจากการดำเนินงานส่งผลให้ภาพรวมยอดขายสินค้ากลุ่มนี้เติบโตขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมวดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ขยายตัว 22% ในปี 2560

นอกจากนี้บริษัทได้ริเริ่มโครงการ Healthy Fresh Food ซึ่งส่งเสริมการเข้าถึงอาหารสุขภาพของผู้บริโภค ผ่านการติดตั้งชั้นวางสินค้าเมนูทางเลือกเพื่อสุขภาพซึ่งประกอบไปด้วยสินค้าสลัดสด สินค้าได้รับการรับรองสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ เป็นต้น ประกอบกับการให้ข้อมูลสุขภาพผ่านสัญลักษณ์ QR code เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับข้อมูลที่สำคัญและเพียงพอ

ในการเลือกซื้อสินค้า ในปี 2560 จากการริเริ่มโครงการ Healthy Fresh Food ที่ 3 สาขานำร่อง (โรงพยาบาลสมิติเวช สาขาลุมพินีพาร์คริเวอร์ไซด์ และสาขาอาคารซาแมนธา สุขุมวิท 33) พบว่ายอดขายเพิ่มขึ้นคิดเป็น 10% ของปีฐาน บริษัทมีแผนการขยายขอบเขตการดำเนินงานทั้งจำนวนเมนู และร้านสาขาให้ครอบคลุมต่อไป

นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพและโภชนาการ จึงได้มีการร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ และภาคการศึกษา ดังนี้

ข้าวต้มสำเร็จรูป ที่มีสารอาหารครบถ้วน เพื่อผู้สูงอายุที่สูญเสียฟัน Development of Nutritious Boiled Rice Product for Elderly
เลขที่คำขอ 1703001334
หน่วยงานต้นเรื่องงานวิจัย: บริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด
หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือ: ศูนย์นวัตกรรมและการอ้างอิงด้านอาหารเพื่อโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มถูกเลือกนำมาปรับปรุงเพื่อตอบสนองการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุในอนาคต ทั้งนี้ประชากรผู้สูงอายุมักมีปัญหาด้านสุขภาพฟัน ไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งและเหนียวได้ โดยเฉพาะอาหารจำพวก ผัก ธัญพืช และเนื้อสัตว์จึงส่งผลให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกดิ โรคไม่ตดิ ต่อเรื้อรังต่างๆ ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารข้าวต้มสำเร็จรูปที่มีเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันด้วยการนำผักและชิ้นเนื้อสัตว์มาขึ้นรูปด้วยเทคนิคพิเศษ และมีสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน เช่น ใยอาหาร วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และโฟเลท จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจซึ่งลักษณะเนื้อสัมผัสของชิ้นอาหารในผลิตภัณฑ์ดัง กล่าวยังออกแบบให้ง่ายต่อการบดเคี้ยวเหมาะกับผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มตามจำนวนฟนั ที่สูญเสีย คือ กลุ่มที่สูญเสียฟันหลังบางซี่แต่เหลือฟันมากกว่า20 ซี่ กลุ่มที่สูญเสียฟันหลายซี่จนเหลือฟันไม่ถึง20 ซี่ และกลุ่มที่ไม่มีฟันเลย ใช้เหงือกบดอาหารเท่านั้น นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มสำเร็จรูปยังผ่านการฆ่าเชื้อแบบ Water spray retort เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องได้ยาวนานยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่พัฒนา

ข้าวต้มที่มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และวิตามินเสริม เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีการสูญเสียฟันทั้ง 3 กลุ่ม โดยใช้นวัตกรรมการสร้างชิ้นอาหารให้มีความคงตัวและคงรูปอยู่ได้หลังผ่านกระบวนการให้ความร้อนด้วยเครื่องฆ่าเชื้อ แบบใช้การพ่นน้ำร้อน Water spray retort เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  1. ผลิตภัณฑ์มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีเนื้อสัมผัสเหมาะสมกับผู้สูงอายุ ทั้ง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สูญเสียฟันหลงบางซี่แต่เหลือฟันมากกว่า 20 ซี่ กลุ่มที่สูญเสียฟันหลายซี่จนเหลือฟันไม่ถึง 20 ซี่และกลุ่มที่ไม่มีฟันเลย ใช้เหงือกบดอาหารเท่านั้น
  2. ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มมีปริมาณไขมันต่ำ โซเดียมต่ำ และคลอเรสเตอรอลต่ำ พร้อมมีสารอาหารที่ผู้สูงอายุต้องการ เช่น ใยอาหาร วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และโฟเลท
  3. ชิ้นอาหารในผลิตภัณฑ์ข้าวต้มสามารถทนต่อการฆ่าเชื้อด้วยเครื่อง Water spray retort

การพัฒนาการใช้วัตถุกันเสียจากธรรมชาติเพื่อยืดอายุผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ (Development of Natural Preservative for Extend Shelf Life of Bakery Products)
หน่วยงานต้นเรื่องงานวิจัย: บริษัท ซีพีแรม จำกัด

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ขนมอบ ขนมปัง หรอื เบเกอรี่ชนิดต่างๆ กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่งสิ่งสำคัญที่ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงคือคุณภาพของสินค้า และความปลอดภัยของผู้บริโภคซึ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาจแบ่งออกได้เป็น คุณภาพทางกายภาพ ได้แก่ ขนาด รูปร่าง ตำหนิ น้ำหนักเนื้อ และน้ำหนักสุทธิ ที่จะต้องให้ได้ตามมาตรฐาน และคุณภาพทางจุลินทรีย์ ซึ่งหมายถึงชนิดและปริมาณจุลินทรีย์ ได้แก่ แบคทีเรีย รา ยีสต์ โคลิฟอร์ม หรือจุลินทรีย์ก่อโรคอื่น ๆ ที่ปะปนอยู่ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีผลต่อการเสื่อมเสียของผลิตภัณฑ์ที่อาจนำอันตรายมาสู่ผู้บริโภคได้ ดังนั้นผู้ผลิตหลายรายจึงนิยมใช้

วัตถุกันเสียหลายชนิด เช่น แคลเซียมโพรพิโอเนตหรือโซเดียมเบนโซเอท เพื่อยับยัง้ การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ และทำให้สามารถวางจำหน่ายได้ยาวนานขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามวัตถุกันเสียที่เติมไปหากทำการบริโภคเป็นจำนวนมากอาจทำให้เกิดพิษเฉียบพลัน และอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร ดังนั้นทางบริษัทซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ขนมปัง หรอื เบเกอรี่ชนิดต่างๆ มีปณิธานและความมุ่งมัน่ ที่จะผลิตอาหารที่สะอาดปลอดภัยเพื่อผู้บริโภค จึงได้มีแนวคิดที่จะใช้สารกันเสียที่ผลิตได้จากธรรมชาติ (biopreservative) มาทดแทนการใช้วัตถุกันเสียที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ซึ่งจะช่วยในการลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค

เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่พัฒนา

เทคโนโลยีนี้ได้มุ่งเน้นทำการศึกษาเชื้อราชนิดต่างๆที่เป็นสาเหตุหลักของการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ จากนั้นจึงได้ทำการค้นหาจุลินทรีย์จากธรรมชาติที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารที่มีคุณสมบัติในการสร้างสารยับยั้งและต้านทานการเจริญเติบโตของเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นหาจุลินทรีย์ที่ไม่เป็นตัวก่อโรค ก่อภูมิแพ้ และก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  1. สาร biopreservative ที่ได้จากการศึกษาสามารถนำมาใช้ทดแทนวัตถุกันเสียที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. สาร biopreservative ที่ได้ เป็นสารที่ไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษ และอันตรายต่อผู้บริโภค
  3. สาร biopreservative ที่ได้สามารถช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ได้นานขึ้น ทำให้เป็นการลดต้นทุนในการผลิตได้

การพัฒนาขนมไทยเพื่อสุขภาพจากแป้งที่ผ่านการดัดแปร เพื่อลดปริมาณแป้งย่อยเร็ว (Development of Healthy Thai Desserts from Slow Digestible Modified Starches)
หน่วยงานต้นเรื่องงานวิจัย: บริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด
หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือ: ศูนย์นวัตกรรมและการอ้างอิงด้านอาหารเพื่อโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และสาขาเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

ปัจจุบันขนมไทยได้รับความนิยมในการบริโภคหลากหลายชนิด เช่น ขนมบัวลอย ขนมลอดช่อง ขนมชั้น เป็นต้น ขนมไทยเป็นผลิตภัณฑ์อีกกลุ่มที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค อย่างไรก็ตามองค์ประกอบหลักของขนมไทยนั้นจะประกอบไปด้วย แป้งข้าว น้ำตาลและกะทิ ซึ่งหากบริโภคในปริมาณมากเกินไปอาจเป็นสาเหตุของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวานโรคหัวใจ โรคอ้วน รวมถึงผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ดังนั้น ทางบริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด

จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลทำการวิจัยและพัฒนาขนมไทยสำเร็จรูปจากแป้งดัดแปรที่มี ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหลักเพียงชนิดเดียวที่ส่งผลต่อค่าดัชนีน้ำตาลแต่ยังมีผลมาจากวัตถุดิบอื่นๆ อีกด้วย โดยเฉพาะน้ำตาลและกะทิที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ขนมไทย โดยเมื่อผลิตภัณฑ์ที่มีแป้งดัดแปรเป็นวัตถุดิบหลัก ผ่านกระบวนการปรุงประกอบโดยความร้อนจนสุกพร้อมรับประทานแล้วอาจมีคุณสมบัติ ที่เปลี่ยนแปลงไป

เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่พัฒนา

การดัดแปรแป้งให้มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ได้แป้งย่อยช้าร่วมกับการปรับอัตราส่วนการใช้กะทิจากมะพร้าวซึ่งมีกรดไขมันอิ่มตัวสูงทดแทนน้ำกะทิทั่วไป และใช้สารทดแทนความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งไม่ให้พลังงานในผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  1. ผลิตภัณฑ์ขนมไทยที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เป็นทางเลือกหนึ่งสำ หรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจโรคอ้วน ให้สามารถเลือกรับประทานขนมหวานได้
  2. เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้บริโภคที่รักสุขภาพ
  3. เป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบในการขยายและต่อยอดในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่น ๆ