การบริหารผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพและโภชนาการ

  >  การบริหารผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพและโภชนาการ

คัดสรรอาหารปลอดภัย  ห่วงใยสุขภาพผู้บริโภค

ความปลอดภัยของอาหารและคุณค่าทางสารอาหารได้ถูกจัดเป็นหนึ่งในประเด็นที่สำคัญลำดับแรก ๆ ในหลักการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทย่อย (“บริษัท”)
ด้วยสินค้าหลักของบริษัทเป็นสินค้าประเภทอาหารและตระหนักว่าบริษัทมีศักยภาพในการมีช่วยในการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมผ่านการพัฒนาและคัดเลือกสินค้าและวัตถุดิบที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางสารอาหาร บริษัทจึงมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความเป็นอยู่  สุขภาพและสุขภาวะที่ดีของสังคม

จากกระแสความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพและโภชนาการ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในสภาวะที่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีการแข่งขันสูง
ถือเป็นความท้าทายของบริษัทในการนำเสนอและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเป็นหนึ่งในทางเลือกด้านสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค เพื่อตอบสนองความต้องการ และความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

เพื่อเป็นองค์กรที่ช่วยให้สุขภาพและสุขภาวะของคนในสังคมดีขึ้น และลดการใช้ทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการบริโภคซึ่งสามารถป้องกันได้ จึงส่งเสริมให้มีทางเลือกของสินค้าที่เน้นคุณค่าทางอาหารและโภชนาการให้กับสังคม บริษัทได้มุ่งมั่นในการผลิตและคิดค้นสินค้าใหม่ที่มีคุณค่าทางสารอาหาร เพื่อผู้บริโภค นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งเกณฑ์สินค้าเพื่อสุขภาพ (Health Product) สำหรับทั้งสินค้าร่วมพัฒนาและสินค้าทั่วไปชนิดใหม่ที่จะนำมาจำหน่ายโดยตั้งเป้าหมาย

แนวปฏิบัติ

เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีสุขโภชนาการที่ดีเหมาะสมกับผู้บริโภคตลอดจนส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพและถูกหลักโภชนาการบริษัทจึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ ดังนี้

ผลิตภัณฑ์

  • กลุ่มอาหารสดอนามัย : ให้ความสำคัญกับหารผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสดอนามัย คุณภาพสูงโดยกระบวนการดำเนินงานสอดคล้องตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับ มาตรฐานของประเทศไทยและประเทศคู่ค้า หรือเหนือกว่าที่กำหนด
  • กลุ่มอาหารพร้อมทานและเครื่องดื่ม : ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายที่เหมาะสม และหรือผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โดยยึดหลักมาตรฐายตามกฎหมายของประเทศไทย และประเทศที่บริษัทมีการดำเนินธุรกิจหรือลงทุนอย่างเคร่งครัด รวมถึงข้อกำหนดของลูกค้าซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมายของประเทศนั้นๆ ทั้งนี้จะมีการกำหนดพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายที่ครบถ้วน และมีปริมาณเหมาะสมต่อการบริโภคในแต่ละมื้อ

การเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสาร

  • ฉลากผลิตภัณฑ์ : แสดงรายละเอียดส่วนประกอบสำคัญ วิธีการใช้และการเก็บรักษาเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคทราบคุณค่าทางโภชนาการหลีกเลี่ยงสารอาหารที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้รวมถึงรักษาหรือคงคุณค่าทางอาหารของผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
  • การให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการอุปโภค บริโภคที่ถูกต้อง และสุขภาวะที่ดี โดยการสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภค โดยใช้ช่องทางสื่อสารต่างๆ ของบริษัท เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ต่างๆ เป็นต้น รวมถึงการแสดงข้อมูลทางโภชนาการและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคบนฉลากของผลิตภัณฑ์ต่างๆ

กิจกรรมและการส่งเสริม

  • การเข้าถึงสุขภาวะที่ดี โดยส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสุขภาวะที่ดี (ร่างกายและจิตใจ)

การแสดงฉลากโภชนาการ

บริษัทดำเนินการแสดงฉลากโภชนาการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 374) เรื่อง อาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ และค่าพลังงงาน น้ำตาล   ไขมัน  และโซเดียม แบบจีดีเอ (Guideline Daily Amounts; GDA)  บนฉลากอาหารเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค และสนับสนุนการป้องกันปัญหาด้านโภชนาการ โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่ และสินค้าที่ได้รับการปรับปรุง ที่เป็นไปตามกฎหมายครบ 100%  และดำเนินการมากกว่ากฎหมายกำหนดกว่า 22%

โครงการ Meal for Care

จากการจัดพัฒนาโครงการ Meal For Care เพื่อช่วยพัฒนากลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและสูตรการผลิตสินค้าทั่วไปให้มีคุณค่าทางโภชนาการที่มากขึ้น และมีปริมาณพลังงาน โซเดียม ไขมัน และน้ำตาลที่เหมาะสมต่อมื้ออาหาร และปรับปรุงสินค้าให้มีปริมาณโซเดียมลดลง และมีความเหมาะสมต่อมื้อ โดยมีเกณฑ์พัฒนาสินค้า Health Products ดังนี้

  1. อ้างอิงเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับ 182 เรื่อง ฉลากโภชนาการ ว่าด้วยเกณฑ์การลดโซเดียม น้ำตาล พลังงาน เป็นต้น
  2. เกณฑ์ทางเลือกสุขภาพ Healthier Choice ของมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยเรื่อง การควบคุมสารอาหารในเกณฑ์ที่เหมาะสม 8 หมวด ได้แก่ โซเดียม พลังงาน น้ำตาล ไขมัน เกลือแร่ ไฟเบอร์ เหล็ก เพื่อให้การรับประทานอาหารต่อมื้อเหมาะสม
  3. พัฒนาสินค้าให้มีปริมาณโซเดียมไม่เกินร้อยละ 33 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันต่อถาด
  4. พัฒนาสินค้าให้มีปริมาณโซเดียมต่อถาดลดลงจากเดิม และอยู่ในเกณฑ์ที่ลูกค้ายอมรับได้ เนื่องมาจากสินค้าโซเดียมสูงด้วย based Raw-material หรือ พื้นฐานอาหาร โดยลดปริมาณโซเดียมลงให้ได้น้อยที่สุดเท่าที่ลูกค้ายอมรับรสชาติได้

โดยสินค้าอาหารที่เป็นสินค้าอาหารสุขภาพ จะต้องผ่านเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 ข้อ ดังต่อไปนี้

โครงการกินดี อยู่ดี มีสุข

เพื่อร่วมสร้างสุขภาพที่ดีส่งถึงมือลูกค้า โครงการกินดี อยู่ดี มีสุข ได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนในการส่งมอบคุณค่าทางโภชนาการให้กับประชาชน โดยมีการจัดหมวดหมู่ของสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพในร้านให้เด่นยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มการรับรู้ให้กับสังคม โดยมีการพัฒนาและเพิ่มสินค้าชนิดใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพิ่มช่องทางการขายออนไลน์และพัฒนาระบบในการชำระเงินให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทได้ทดลองกับร้านค้าสาขาประชาอุทิศ 17 (ยอดทอง) โดยตั้งเป้ายอดขายสินค้ากลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ 6,000 บาท ต่อร้านต่อวัน

โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์

เพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม บริษัทได้ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าอาหารชนิดพิเศษ เช่น ผู้ป่วยและผู้สูงอายุ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยให้กลุ่มคนดังกล่าวได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น ข้าวต้มสำหรับผู้สูญเสียฟัน ด้วยการขึ้นรูปผักและเนื้อสัตว์ใหม่ด้วยเทคนิคพิเศษ ทำให้มีเนื้อสัมผัสเหมาะสมซึ่งยังคงคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน และกำลังพัฒนาสินค้าขนมไทยที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำซึ่งเป็นทางเลือกของผู้ป่วยเบาหวาน  โรคหัวใจ  โรคอ้วน หรือสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เป็นต้น

 

การพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการ

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพและโภชนาการ จึงได้มีการร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ และภาคการศึกษา ดังนี้

ข้าวต้มสำเร็จรูป ที่มีสารอาหารครบถ้วน เพื่อผู้สูงอายุที่สูญเสียฟัน Development of Nutritious Boiled Rice Product for Elderly

เลขที่คำขอ 1703001334

หน่วยงานต้นเรื่องงานวิจัย: บริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด

หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือ: ศูนย์นวัตกรรมและการอ้างอิงด้านอาหารเพื่อโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มถูกเลือกนำมาปรับปรุงเพื่อตอบสนองการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุในอนาคต ทั้งนี้ประชากรผู้สูงอายุมักมีปัญหาด้านสุขภาพฟัน ไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งและเหนียวได้ โดยเฉพาะอาหารจำพวก ผัก ธัญพืช และเนื้อสัตว์จึงส่งผลให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกดิ โรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารข้าวต้มสำเร็จรูปที่มีเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันด้วยการนำผักและชิ้นเนื้อสัตว์มาขึ้นรูปด้วยเทคนิคพิเศษ และมีสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน เช่น ใยอาหาร วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และโฟเลท จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจซึ่งลักษณะเนื้อสัมผัสของชิ้นอาหารในผลิตภัณฑ์ดัง กล่าวยังออกแบบให้ง่ายต่อการบดเคี้ยวเหมาะกับผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มตามจำนวนฟนั ที่สูญเสีย คือ กลุ่มที่สูญเสียฟันหลังบางซี่แต่เหลือฟันมากกว่า20 ซี่ กลุ่มที่สูญเสียฟันหลายซี่จนเหลือฟันไม่ถึง20 ซี่ และกลุ่มที่ไม่มีฟันเลย ใช้เหงือกบดอาหารเท่านั้น นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มสำเร็จรูปยังผ่านการฆ่าเชื้อแบบ Water spray retort เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องได้ยาวนานยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่พัฒนา

ข้าวต้มที่มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และวิตามินเสริม เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีการสูญเสียฟันทั้ง 3 กลุ่ม โดยใช้นวัตกรรมการสร้างชิ้นอาหารให้มีความคงตัวและคงรูปอยู่ได้หลังผ่านกระบวนการให้ความร้อนด้วยเครื่องฆ่าเชื้อ แบบใช้การพ่นน้ำร้อน Water spray retort เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  1. ผลิตภัณฑ์มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีเนื้อสัมผัสเหมาะสมกับผู้สูงอายุ ทั้ง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สูญเสียฟันหลงบางซี่แต่เหลือฟันมากกว่า 20 ซี่ กลุ่มที่สูญเสียฟันหลายซี่จนเหลือฟันไม่ถึง 20 ซี่และกลุ่มที่ไม่มีฟันเลย ใช้เหงือกบดอาหารเท่านั้น
  2. ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มมีปริมาณไขมันต่ำ โซเดียมต่ำ และคลอเรสเตอรอลต่ำ พร้อมมีสารอาหารที่ผู้สูงอายุต้องการ เช่น ใยอาหาร วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และโฟเลท
  3. ชิ้นอาหารในผลิตภัณฑ์ข้าวต้มสามารถทนต่อการฆ่าเชื้อด้วยเครื่อง Water spray retort

การพัฒนาการใช้วัตถุกันเสียจากธรรมชาติเพื่อยืดอายุผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ (Development of Natural Preservative for Extend Shelf Life of Bakery Products) หน่วยงานต้นเรื่องงานวิจัย: บริษัท ซีพีแรม จำกัด

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ขนมอบ ขนมปัง หรอื เบเกอรี่ชนิดต่างๆ กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่งสิ่งสำคัญที่ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงคือคุณภาพของสินค้า และความปลอดภัยของผู้บริโภคซึ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาจแบ่งออกได้เป็น คุณภาพทางกายภาพ ได้แก่ ขนาด รูปร่าง ตำหนิ น้ำหนักเนื้อ และน้ำหนักสุทธิ ที่จะต้องให้ได้ตามมาตรฐาน และคุณภาพทางจุลินทรีย์ ซึ่งหมายถึงชนิดและปริมาณจุลินทรีย์ ได้แก่ แบคทีเรีย รา ยีสต์ โคลิฟอร์ม หรือจุลินทรีย์ก่อโรคอื่น ๆ ที่ปะปนอยู่ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีผลต่อการเสื่อมเสียของผลิตภัณฑ์ที่อาจนำอันตรายมาสู่ผู้บริโภคได้ ดังนั้นผู้ผลิตหลายรายจึงนิยมใช้

วัตถุกันเสียหลายชนิด เช่น แคลเซียมโพรพิโอเนตหรือโซเดียมเบนโซเอท เพื่อยับยัง้ การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ และทำให้สามารถวางจำหน่ายได้ยาวนานขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามวัตถุกันเสียที่เติมไปหากทำการบริโภคเป็นจำนวนมากอาจทำให้เกิดพิษเฉียบพลัน และอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร ดังนั้นทางบริษัทซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ขนมปัง หรอื เบเกอรี่ชนิดต่าง ๆ มีปณิธานและความมุ่งมั่น ที่จะผลิตอาหารที่สะอาดปลอดภัยเพื่อผู้บริโภค จึงได้มีแนวคิดที่จะใช้สารกันเสียที่ผลิตได้จากธรรมชาติ (bio preservative) มาทดแทนการใช้วัตถุกันเสียที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ซึ่งจะช่วยในการลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค

เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่พัฒนา

เทคโนโลยีนี้ได้มุ่งเน้นทำการศึกษาเชื้อราชนิดต่างๆที่เป็นสาเหตุหลักของการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ จากนั้นจึงได้ทำการค้นหาจุลินทรีย์จากธรรมชาติที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารที่มีคุณสมบัติในการสร้างสารยับยั้งและต้านทานการเจริญเติบโตของเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นหาจุลินทรีย์ที่ไม่เป็นตัวก่อโรค ก่อภูมิแพ้ และก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  1. สาร bio preservative ที่ได้จากการศึกษาสามารถนำมาใช้ทดแทนวัตถุกันเสียที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. สาร bio preservative ที่ได้ เป็นสารที่ไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษ และอันตรายต่อผู้บริโภค
  3. สาร bio preservative ที่ได้สามารถช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ได้นานขึ้น ทำให้เป็นการลดต้นทุนในการผลิตได้

การพัฒนาขนมไทยเพื่อสุขภาพจากแป้งที่ผ่านการดัดแปร เพื่อลดปริมาณแป้งย่อยเร็ว (Development of Healthy Thai Desserts from Slow Digestible Modified Starches)
หน่วยงานต้นเรื่องงานวิจัย: บริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด

หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือ: ศูนย์นวัตกรรมและการอ้างอิงด้านอาหารเพื่อโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และสาขาเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

ปัจจุบันขนมไทยได้รับความนิยมในการบริโภคหลากหลายชนิด เช่น ขนมบัวลอย ขนมลอดช่อง ขนมชั้น เป็นต้น ขนมไทยเป็นผลิตภัณฑ์อีกกลุ่มที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค อย่างไรก็ตามองค์ประกอบหลักของขนมไทยนั้นจะประกอบไปด้วย แป้งข้าว น้ำตาลและกะทิ ซึ่งหากบริโภคในปริมาณมากเกินไปอาจเป็นสาเหตุของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวานโรคหัวใจ โรคอ้วน รวมถึงผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ดังนั้น ทางบริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด

จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลทำการวิจัยและพัฒนาขนมไทยสำเร็จรูปจากแป้งดัดแปรที่มี ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหลักเพียงชนิดเดียวที่ส่งผลต่อค่าดัชนีน้ำตาลแต่ยังมีผลมาจากวัตถุดิบอื่นๆ อีกด้วย โดยเฉพาะน้ำตาลและกะทิที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ขนมไทย โดยเมื่อผลิตภัณฑ์ที่มีแป้งดัดแปรเป็นวัตถุดิบหลัก ผ่านกระบวนการปรุงประกอบโดยความร้อนจนสุกพร้อมรับประทานแล้วอาจมีคุณสมบัติ ที่เปลี่ยนแปลงไป

เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่พัฒนา

การดัดแปรแป้งให้มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ได้แป้งย่อยช้าร่วมกับการปรับอัตราส่วนการใช้กะทิจากมะพร้าวซึ่งมีกรดไขมันอิ่มตัวสูงทดแทนน้ำกะทิทั่วไป และใช้สารทดแทนความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งไม่ให้พลังงานในผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  1. ผลิตภัณฑ์ขนมไทยที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เป็นทางเลือกหนึ่งสำ หรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจโรคอ้วน ให้สามารถเลือกรับประทานขนมหวานได้
  2. เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้บริโภคที่รักสุขภาพ
  3. เป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบในการขยายและต่อยอดในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่น ๆ

วิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าส่วนคัดทิ้งจากต้นกะเพรา

เนื่องจากกะเพราเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคนิยมบริโภคเป็นอันดับต้นๆ ของบริษัท ทาให้มีความต้องการใช้ใบกะเพราเป็นปริมาณมหาศาล อย่างไรก็ตาม ในขบวนการคัดใบกะเพราจะมีส่วนคัดทิ้ง คือ ส่วนของดอก ก้าน และลาต้นเป็นจานวนมาก 500 กิโลกรัมต่อการผลิตแต่ละวัน ซึ่งนับเป็นขยะเน่าเสียที่ส่งผลเสียต่อสภาวะแวดล้อมของสังคม ดังนั้นทางบริษัทจึงมีแนวความคิดที่จะนาส่วนคัดทิ้งดังกล่าวมาทาให้มีมูลค่าเพิ่มเป็นธุรกิจใหม่ของบริษัท ได้แก่

วิจัยสารให้กลิ่นและสารออกฤทธิ์ทางยาในการลดไขมัน ป้องกัน เซลล์ตับ ฆ่าเซลล์มะเร็งจากส่วนคัดทิ้งกะเพรา

บทบาทในการเป็นสารให้กลิ่นจากน้ามันหอมระเหย

การสกัดน้ามันหอมระเหยจากส่วนต่างๆ ของกะเพราโดยปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ เพื่อนามาใช้ในกระบวนการควบคุมคุณภาพข้าวผัดกะเพราหมูให้ยังคงรักษากลิ่นด้วยเทคนิคการเก็บรักษากลิ่น

บทบาทในการเป็นสารออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

ร่วมกันวิจัยกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพื่อหาสารสกัดที่มีศักยภาพของส่วนคัดทิ้งของกะเพรา และผลการศึกษาฤทธิ์ลดระดับไขมันลดไขมัน ปกป้องเซลล์ตับ ฆ่าเซลล์มะเร็ง เพื่อเพิ่มมูลค่าของส่วนคัดทิ้งให้กับ บริษัท ซีพีแรม จำกัด

สินค้าจากวัตถุดิบที่ปราศจากไขมันทรานส์ (trans fat)

สินค้า Healthy Fresh Food

บริษัทได้ดำเนินโครงการ Healthy Fresh Food มาตั้งแต่ปี 2560 โดยการส่งเสริมการเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพให้กับผู้บริโภค ด้วยการติดตั้งชั้นวางสินค้าเมนูเพื่อสุขภาพ ซึ่งประกอบด้วยสินค้าหลักคือ สลัดผักสด โดยถือเป็นการเพิ่มกลุ่มสินค้า และพัฒนาสินค้าที่มีประโยชน์แก่ผู้บริโภค ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 500 สาขา โดยยอดขายในปี 2561 เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัวจากปีฐานและมีแผนที่จะขยายสาขาอีก 1,000 สาขา ในปี 2562 ต่อไป

จากการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ข้างต้น บริษัทได้รับรางวัลองค์กรดีเด่นในปี  2561 ด้านสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ลดโซเดียม) และองค์กรดีเด่นด้านการช่วยสนับสนุนการลดบริโภคโซเดียม จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และมีสัดส่วนยอดขายที่สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจสุขภาพของสังคมดังนี้

อาหารปลอดภัย

ในการสร้างความเชื่อมั่นทางด้านความปลอดภัยของอาหารให้กับผู้บริโภค บริษัทได้มีวิธีการคัดเลือกวัตถุดิบและสินค้าจากคู่ค้าอย่างเข้มงวด ในส่วนของการผลิตของบริษัท ซีพี แรม จำกัด นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว บริษัทได้พัฒนาระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองมาตรฐาน HACCP และ GMP ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวได้นำมาใช้กับคู่ค้าที่เกี่ยวข้องอีกด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่า ร้อยละ 100 ของสินค้าที่ผลิตโดยบริษัท ซีพี แรม จำกัด มีความปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐาน HACCP และ GMP

นอกเหนือจากการคัดเลือกและการผลิตแล้ว บริษัทยังได้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อดูแลในเรื่องอาหารปลอดภัย ดังนี้

  • หน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานระบบร้านคุณภาพ (QSSI) มีหน้าที่ตรวจสอบการจัดการของร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทั้งในด้านการบริการและการจัดการคุณภาพสินค้า ที่ร้านสาขา เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ในขั้นตอนการทำงานของหน่วยงานดังกล่าวได้มีการตรวจสอบร้านสาขาทุกร้านทุกเดือน
  • หน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพสินค้า QA ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักพัฒนาและประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์(RQD) มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของสินค้าการบริหารการจัดการคุณภาพร้านสาขา โดยข้อมูลจากการร้องเรียน การสุ่มตรวจ ระเบียบข้อบังคับกฎหมาย โดยจะมีการเลือกร้านสาขาสุ่มตรวจสอบจากปัจจัยดังกล่าว เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงมาตรฐานให้กับผู้เกี่ยวข้องได้นำไปปฏิบัติ อย่างต่อเนื่อง

กระบวนการจัดการข้อร้องเรียนและการเรียกคืนสินค้า
บริษัทได้พัฒนาระบบและขั้นตอนการเรียกคืนสินค้าที่เกิดจากข้อร้องเรียนอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพส่งไปถึงมือของผู้บริโภค หน่วยงาน RQD ซึ่งทำงานร่วมกับ Call Service เพื่อดูแลและตรวจสอบข้อร้องเรียน หลังจากที่ได้รับข้อร้องเรียนแล้วและพิจารณาแล้วว่าเห็นสมควรเรียกคืนสินค้า จึงได้มีการแจ้งให้ทุกร้านสาขาทราบในการเก็บสินค้าลงทันทีและให้มีการรายงานกลับมาที่หน่วยงาน RQD นอกจากนี้ยังได้ใช้ข้อร้องเรียนไปตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานจัดซื้อและอื่นๆ ตามชนิดของสินค้าและมีการตรวจสอบไปจนถึงคู่ค้า