การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤติ

  >  การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤติ

การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤติ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2562


ความท้าทาย


การจัดการบริหารความเสี่ยงถือเป็นกลไกสำคัญในการระบุแนวโน้มความเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อองค์กร พร้อมกันนี้ การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและมีมาตรการในการลดความเสี่ยง ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถบรรลุตามเป้าหมายได้ พร้อมทั้งสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

แนวทางการดำเนินงาน


บริษัทกำหนดกรอบนโยบายการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานตามแนวทางการบริหารความเสี่ยงได้ สามารถค้นหาและคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้าที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อการดำเนินการและเป้าหมายองค์กรที่กำหนดไว้ในทุกด้าน รวมทั้งจัดทำแผนควบคุม ติดตาม ปรับปรุงความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ด้วยกลไกการบริหาร การควบคุม และสอบทาน เพื่อกำกับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมไปถึงสามารถปลูกฝังวัฒนธรรมความเสี่ยงภายในองค์กร เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ สร้างความตระหนัก และสร้างการมีส่วนร่วมให้กับพนักงานทุกระดับในการบริหารความเสี่ยงทุกด้านขององค์กร

กรอบการบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤตเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

บริษัทมีการจัดตั้งหน่วยงานบริหารความเสี่ยง (Risk Management Unit) และหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบและข้อบังคับ (Compliance Unit) ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) บริษัทมอบหมายให้ตัวแทนในแต่ละหน่วยงานทำหน้าที่ร่วมเป็นคณะทำงาน พร้อมทั้งสรุปและรายงานผลการปฏิบัติงาน นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัท ปีละ 2 ครั้ง เพื่อสอบทานประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง อาทิ ความเสี่ยงด้านการเงิน  ความเสี่ยงด้านภาษี  ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์  ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับ ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน ความเสี่ยงด้านสังคม ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชัน และความเสี่ยงด้านชื่อเสียง รวมถึงมีการทบทวนและประเมินระบบบริหารความเสี่ยงตามกรอบ COSO ปีละครั้ง โดยในปี 2562 หน่วยงานบริหารความเสี่ยง ได้จัดโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ 1) ความเสี่ยงทั่วไปที่สามารถเกิดขึ้นได้ในการดำเนินงานประจำวัน (Operational risk) 2) ความเสี่ยงที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเงิน (Sustainability risk) และ 3) ความเสี่ยงที่เกิดใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ (Emerging risk) โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ผ่านการประเมินความเสี่ยงประจำปี และอบรม สัมมนาตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ผลักดันในการออกมาตรการและการดำเนินงานตามมาตรการเพื่อลดความเสี่ยง (Risk Champion) ในแต่ละไตรมาส และมีการจัดตั้ง Data Protection Officer ขึ้น เพื่อให้ความรู้ รวมถึงมีกระบวนการควบคุม ภายใน และติดตามความเสี่ยงโดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Risk Champion ซึ่งสามารถสรุปขั้นตอนและผลการดำเนินงานได้ดังนี้

ความเสี่ยงที่เกิดใหม่  (Emerging Risks)

บริษัทมีการทบทวนประเด็นความเสี่ยงและวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกิดใหม่ ที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการพัฒนามาตรการรองรับและสามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงได้ทันท่วงที โดยในปี 2562 มีความเสี่ยงเกิดใหม่ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ (Emerging Risks) 2 ประเภท ดังนี้ ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และความเสี่ยงด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)

พร้อมกันนี้ บริษัท ยังมุ่งดำเนินงานสร้างความตระหนักในการค้นหาความเสี่ยงภายในองค์กรผ่าน “โครงการค้นหาความเสี่ยงขององค์กรอย่างมีส่วนร่วม” เพื่อให้ผู้บริหารจนถึงพนักงานทำการค้นหาความเสี่ยงจากภัยมืด (Black Swan)  ที่อาจทำให้องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย  หรือเกิดความไม่มั่นคง ปลอดภัยต่อองค์กรอย่างยั่งยืน  ภายใต้ประเด็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง 6 ประเด็น ได้แก่ 1) การดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity) 2) กระบวนการทำงาน (Work Process) 3) สินค้าและบริการ (Product and Service) 4) การว่าจ้างหน่วยงานภายนอก (Outsourcing) 5) ความยั่งยืนองค์กร (Corporate Sustainability) 6) กิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในกลุ่ม (Other Activities Related to Companies in The Group) โดยให้ผู้บริหารและพนักงานในองค์กรเข้าร่วมประกวดประเด็นความเสี่ยงผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Platform) คิวอาร์โค้ด (QR Code) ซึ่งสร้างความสะดวกและสามารถสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานได้มากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “การค้นหาและการแก้ไขเพื่อช่วยควบคุมป้องกันและรับมือภัยมืดที่อาจจะเกิดขึ้น”

โครงการที่สำคัญ ปี 2562


โครงการนักค้นหาภัยมืด (Black Swan Award)

วัตถุประสงค์ สร้างความตระหนัก และสร้างการมีส่วนร่วมให้กับพนักงานในการค้นหาความเสี่ยงภายในองค์กร

โครงการที่ให้ผู้บริหารจนถึงพนักงานทำการค้นหาความเสี่ยงจากภัยมืด (Black Swan) ที่อาจทำให้องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย หรือเกิดความไม่มั่นคง ปลอดภัยต่อองค์กรอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “การค้นหาและการแก้ไขเพื่อช่วยควบคุมป้องกันและรับมือภัยมืดที่อาจจะเกิดขึ้น ในประเด็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง 6 ประเด็น” ดังนี้

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

โครงการเตรียมความพร้อมด้าน Cyber Resilience

วัตถุประสงค์  สร้างความตระหนัก และสร้างความรู้ ความเข้าใจในความเสี่ยงด้านการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับผู้บริหารและพนักงาน

ข้อมูลอื่นๆ


การวิเคราะห์ความอ่อนไหว
Business Environment Risk

จากการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีความตระหนักในการพัฒนาโครงการริเริ่มลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ขอบเขตการดำเนินงานที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งโครงการที่เริ่มศึกษาทดลอง โครงการนำร่อง และโครงการที่ประยุกต์ใช้ในการประกอบธุรกิจ ตลอดจนการริเริ่มโครงการความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในการร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า อย่างไรก็ตามภายใต้หลักการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้ทำการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายขั้นสูงด้านความยั่งยืน ในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์หรือการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ตั้งแต่ปี 2573 สืบไป ภายใต้การศึกษาดังกล่าว บริษัทได้จำลองความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไว้ 3 กรณี (ดังแสดงในแผนภาพที่ 1) โดยทุกกรณีมีความเชื่อมโยงกับการเติบโตทางธุรกิจ และกรณีเพิ่มเติมในการจำกัดปริมาณการชดเชยคาร์บอน (Carbon Offsetting) ไว้ที่ 20% ของปริมาณคาดการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินการปกติในปี 2573 สำหรับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคงเหลืออยู่ของทุกกรณี จะถูกนำมาประเมินต้นทุนการชดเชยคาร์บอนตามช่วงราคาการชดเชยคาร์บอน

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงต้นทุนในการเบาเทาผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ ซึ่งบ่งบอกได้ถึงความพยายามที่บริษัทต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมและร่วมบรรเทาประเด็นปัญหาระดับโลกเหล่านี้


แผนภาพที่ 1 แสดงการคาดการณ์ปริมาณการปล่อยก๊าชเรือนกระจกและการชดเชยคาร์บอน

การวิเคราะห์ความอ่อนไหว กรณีคาดการณ์การชดเชยคาร์บอน ปี 2030
ปัจจัยนำเข้า   หน่วย
ราคาคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ 17 ยูโร / หน่วย
อัตราการแลกเปลี่ยน 35 บาท / ยูโร
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกคาดการณ์ (CEF2030) 2,928,129.23 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
เป้าหมายการควบคุมการขยายตัวที่ 4% 2,811,004.06 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลด 10% 2,635,316.31 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
กำหนดการชดเชยที่ 20% ของกรณีคาดการณ์ (CEF2030) 585,625.85 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

Compliance Risk and Operation Risk
การวิเคราะห์ความอ่อนไหว กรณี การเพิ่มขึ้นของเงินเดือนในอนาคต และ อัตราการหมุนเวียนของพนักงาน

Market Risk
การวิเคราะห์ความอ่อนไหว กรณี อัตราการคิดลด

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ —>  รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2562 , รายงานประจำปี 2562

นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง