การจัดการห่วงโซ่อุปทาน

ส่งมอบความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2563

ความเสี่ยงและโอกาส


การบริหารห่วงโซ่อุปทานเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานธุรกิจของ องค์กรที่จะช่วยขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันและการดำเนินงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งลดความเสี่ยง ในการดำเนินงานธุรกิจ ดังนั้น บริษัทจึงมีเป้าหมายในการสนับสนุนและ ส่งเสริมศักยภาพในการดำเนินงานธุรกิจร่วมกับคู่ค้าทุกกลุ่มให้เติบโตอย่าง ยั่งยืน โดยบูรณาการประเด็นด้านความยั่งยืนทั้งด้านการกำกับดูแล สังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ามาบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อ พัฒนาองค์กรและคู่ค้าให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

แนวทางการดำเนินงาน


การบริหารห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงประเด็นด้าน ความยั่งยืนสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดชะงักของธุรกิจที่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดทั้ง ห่วงโซ่อุปทาน รวมไปถึงภาพลักษณ์ขององค์กร การดำเนินงานเพื่อ บริหารจัดการความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการเกิดผลกระทบต่อการบริหาร ห่วงโซ่อุปทานจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกับ คู่ค้าทุกกลุ่ม ดำเนินการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานภายใต้นโยบาย ด้านการจัดหาอย่างยั่งยืน รวมถึงคู่มือจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติ สำหรับคู่ค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาระบบการบริหาร ห่วงโซ่คุณค่าให้เกิดประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

กระบวนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนสำหรับคู่ค้า

บริษัทส่งเสริมให้คู่ค้าธุรกิจปฏิบัติตาม 16 หัวข้อตาม คู่มือจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า โดยครอบคลุมถึงคู่ค้าธุรกิจทุกประเภทและทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และได้สื่อสารไปยังคู่ค้าธุรกิจทุกกลุ่ม  โดยบริษัทมีกระบวนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนสำหรับคู่ค้า 4 ขั้นตอน ดังนี้

สรรหาและคัดเลือกคู่ค้าที่มีศักยภาพ

บริษัทมุ่งนำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนผนวกเข้าไปในทุกระบวนการ ของการบริหารห่วงโซ่อุปทาน โดยกำหนดเกณฑ์ในการประเมิน ศักยภาพและคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นคู่ค้ารายใหม่ รวมทั้งมีการชี้แจง ให้คู่ค้ารับทราบถึงนโยบายและความคาดหวังขององค์กรในการบริหาร ห่วงโซ่อุปทาน โดยเกณฑ์การประเมินดังกล่าวจะครอบคลุมปัจจัยสำคัญ ต่าง ๆ อาทิ ด้านคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ความสามารถในการส่งมอบ การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ระบบบริหารคุณภาพ ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การตรวจประเมินการจ้างแรงงาน และ การดูแลความปลอดภัยของพนักงาน รวมถึงอิสระในการสมาคม

ประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า

ปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารห่วงโซ่อุปทาน คือการประเมินความเสี่ยง โดยเบื้องต้นหน่วยงานจัดซื้อได้ประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสำหรับคู่ค้าผ่านระบบ Risk Base Due Diligence และมีการพัฒนาระบบงานให้คู่ค้าทั้งรายเดิมและรายใหม่ทำแบบประเมินตนเองสำหรับคู่ค้า ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้คู่ค้าสามารถทราบถึงระดับความเสี่ยงเบื้องต้นได้รวดเร็วและแม่นยำ ในปี 2563 มีคู่ค้ารายใหม่ที่เข้าร่วมการอบรม และทำแบบประเมินตนเองสำหรับคู่ค้า คิดเป็นร้อยละ 100 นอกจากนี้ เพื่อให้คู่ค้าตระหนักถึงความสำคัญ และเสริมสร้างความเข้าใจให้คู่ค้าสามารถทำแบบประเมินตนเองได้อย่างถูกต้อง รวมถึงเพื่อปรับการสื่อสารให้เข้ากับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ตอบสนองช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทจึงได้พัฒนาสื่อการให้ความรู้ ความเข้าใจกับคู่ค้าผ่านระบบออนไลน์ พร้อมทั้งมีการพัฒนาเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงให้มีความเหมาะสมสำหรับคู่ค้าที่มีมูลค่าทางธุรกิจร่วมกับบริษัทในแต่ละระดับ โดยมีแผนขยายผลการดำเนินงานในปี 2564

ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักย์ภาพของคู่ค้า

บริษัทมุ่งดำเนินงานด้านการส่งเสริมการสร้างความผูกพันและรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้ามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการส่งเสริมความรู้และยกระดับคุณภาพชีวิตที่หลากหลาย ตลอดจนจัดให้มีการประชุมคู่ค้า เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ระหว่างคู่ค้ากับบริษัท ตลอดจนวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน

สร้างความผูกพันและรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้า

บริษัทมุ่งดำเนินงานด้านการส่งเสริมการสร้างความผูกพันและรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้ามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการส่งเสริมความรู้และยกระดับคุณภาพชีวิตที่หลากหลาย ตลอดจนจัดให้มีการประชุมคู่ค้า เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ระหว่างคู่ค้ากับบริษัท ตลอดจนวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน

โครงการที่สำคัญ ปี 2563


โครงการประเมินความเสี่ยงคู่ค้าด้านความยั่งยืน

วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินความเสี่ยงคู่ค้าด้านความยั่งยืน (ESG Risk Assessment) สำหรับคู่ค้าตามลักษณะของการประกอบธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรม สำหรับคู่ค้ารายเดิม (Existing Supplier) และคู่ค้ารายใหม่ (New Supplier)

บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Risk Assessment) โดยในปี 2563 บริษัท กำหนดให้ดำเนินการ

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • สามารถระบุคู่ค้าลำดับที่ 1 ที่มีความเสี่ยงสูงด้านความยั่งยืนสะสม 3 ปี  จำนวน 141 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.13
  • ตรวจประเมินและเข้าเยี่ยมในพื้นที่ปฏิบัติงานของคู่ค้าด้านความยั่งยืน ทั้งคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 1 และคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีผลการดำเนินงาน ดังนี้
  • ผลการเข้าตรวจพื้นที่ปฏิบัติงานของคู่ค้าของคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 1 และคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูงพบประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ได้แก่ เรื่องความสามารถในการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ (Law and Regulation Compliance) อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน (Occupational Health and Safety) และสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ บริษัทได้ดำเนินการส่งเสริมคู่ค้าให้มีการจัดทำมาตรการในการจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้า ร้อยละ 100  ของคู่ค้าที่พบประเด็นความเสี่ยงจากการตรวจประเมินและเข้าเยี่ยมในพื้นที่ปฏิบัติงานแบบเชิงรุก  มีมาตรการจัดการความเสี่ยงที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 1 ปี  ดังนี้
ประเด็นที่พบจากการตรวจประเมินด้านความยั่งยืน (ESG)
Detail Mitagation Plan
มิติด้านสิ่งแวดล้อม
การจัดการสิ่งแวดล้อม
– การจัดการสิ่งปฏิกูลตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม – แจ้งขึ้นทะเบียนต่อกระทรวงอุตสาหกรรม และจัดทำใบขออนุญาตต่าง ๆ ตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม (สก 1,2,3)
– การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายกำหนด – จัดทำแบบประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและกำหนดมาตรฐานการแก้ไข
มิติด้านสังคม
การจัดการแรงงาน และสิทธิมนุษยชน
– การกำหนดวันหยุด วันลา ตามกฎหมาย – แก้ไขคู่มือการปฏิบัติงานให้สอดตามกฎหมาย และสื่อสารให้พนักงานรับทราบ
– จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ ในสถานกระกอบการ – ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ
การจ่ายค่าจ้าง ค่าตอบแทน
– การหักค่าตอบแทน ตามกฎหมายแรงงาน – แก้ไขข้อกำหนดการหักค่าจ้าง ให้สอดคล้องตามกฎหมาย
ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
– จัดอบรม “อบรมดับเพลิงและซ้อมหนีไฟ” ให้กับพนักงาน – จัดทำแผนการอบรมประจำปี และทำสรุปรายงานการจัดอบรม
– จัดอบรม “อบรมซ้อมสารเคมีรั่วไหล” ให้กับพนักงาน – จัดทำแผนการอบรมประจำปี และทำสรุปรายงานการจัดอบรม
– จัดอบรม “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้าและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร – จัดทำแผนการอบรมประจำปี ให้กับพนักงาน
– การตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน – จัดทำแผนการตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานประจำปี โดยหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง
– วิเคราะห์ผลการตรวจสอบ และปรับปรุงแก้ไขให้ถูกดต้องตามข้อกฎหมาย
– การตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ในการทำงาน และอุปกรณ์เกี่ยวกับการระงับเหตุ รวมถึงการทำป้ายบ่งชี้ต่างๆ – จัดทำแผนการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ทั้งอุปกรณ์การทำงานและระงับเหตุพร้อมทำป้ายบ่งชี้
มิติด้านบรรษัทภิบาล
การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ
– ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการ – แต่งตั้งผู้รับผิดชอบ
– จัดทำทะเบียนกฎหมาย และติดตามการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายต่าง ๆ
– การขึ้นทะเบียน บุคลากรหรือหน่วยงานด้านความปลอดภัยในระดับบริหาร หัวหน้างาน เป็นต้น – แต่งตั้งบุคลากรในระดับต่าง ๆ และส่งไปอบรม พร้อมทั้งแจ้งขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

  • บริษัทติดตามผลความคืบหน้าของการดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ทั้งในรูปแบบ Desktop Review และ Onsite Review ตามความคาดหวังด้านความยั่งยืน จากผลการตรวจประเมินและเข้าเยี่ยมในพื้นที่ปฏิบัติงานของคู่ค้าซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 24 ประเด็น  จากคู่ค้าธุรกิจจำนวน 15 ราย  ทั้งนี้ คู่ค้าที่สามารถปรับปรุงผลดำเนินการด้านความยั่งยืน คิดเป็นร้อยละ 100 อย่างไรก็ตาม บริษัทมุ่งเน้นการใช้ผลประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้าในเชิงการส่งเสริมให้คู่ค้าสามารถพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

โครงการลำไยปันสุข คืนสุขสู่ชุมชน

โครงการ 7-11 เคียงข้างเกษตรกรไทย บริษัทมองเห็นโอกาสในการส่งเสริมให้สินค้าเกษตรได้เข้าถึงลูกค้าได้สะดวกมากขึ้น โดยส่งเสริมให้ใช้นวัตกรรมด้านวิทยาการ หลังการเก็บเกี่ยวมาออกแบบการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และประสบความสําเร็จอย่างมากจากโมเดลกล้วยหอมทอง ในปีที่ผ่านมา บริษัทจึงได้ขยายผลการดำเนินงานไปสู่คู่ค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ผักสด ผลไม้สดตามฤดูกาล ผักสลัด ผลไม้ตัดแต่ง และผักพร้อมปรุง โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ

  • ผลักดันให้โรงงานผลิตได้ตามมาตรฐานการผลิตที่ดี (GMP) มีการนานวัตกรรมด้านการเกษตรอุตสาหกรรมจากเครือข่ายภาครัฐและเอกชนมาพัฒนาและประยุกต์ใช้ในการปลูก การผลิต หรือการแปรรูป
  • ร่วมพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในแนวชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

ข้อมูลอื่นๆ


การสื่อสารและสร้างความเข้าใจเรื่องความยั่งยืน

การระบุกลุ่มคู่ค้า และวิเคราะห์มูลค่าการซื้อ

บริษัทระบุกลุ่มคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 1 โดยใช้เกณฑ์พิจารณา:

  1. คู่ค้าที่มีมูลค่าการจ่ายสูง
  2. คู่ค้าที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์
  3. คู่ค้าที่มีน้อยราย หรือ ไม่สามารถทดแทนได้

สามารถดูตัวอย่างการวิเคราะห์มูลค่าการซื้อของคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 1 เพิ่มเติมได้ที่ —> ตัวอย่างการวิเคราะห์มูลค่าการซื้อของ ซีพี ออลล์ (ในนามผู้บริหารร้านสะดาวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น และเซเว่นอีเลฟเว่น ดีลิเวอรี่

การบูรณาการ ESG ในกลยุทธ์การจัดการห่วงโซ่อุปทาน

ดัชนีวัดความสำเร็จการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

ผลการดำเนินงานเทียบเป้าหมาย

ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย
2566
ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563
1. ร้อยละของคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 1 ได้รับการตรวจประเมินด้านความยั่งยืน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ 52 100 100 100
2. ร้อยละของ SME ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น (การเติบโตของรายได้, เพิ่มประสิทธิภาพในมิติต่าง ๆ เช่น การเงิน การพัษนาผลิตภัณฑ์, การพัฒนาบรรจุภัณฑ์, การขนส่ง, การพัฒนาอย่างยั่งยืน ฯลฯ 4 9 10.67 15
3. บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่นำมาบรรจุสินค้าที่อยู่ในการควบคุมของบริษัท (Private Brand) จะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable) หรือนำมาใช้ใหม่ (Recyclable) หรือสามารถย่อยสลายได้ (Compostable) 88.13 86.04 86.16 100

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ —>  รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปี 2563

นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวไปยังลิงก์
นโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืนดาวน์โหลด
คู่มือจริยธรรม และแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้าดาวน์โหลด