การจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างยั่งยืน

การจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2564


ความเสี่ยงและโอกาส


โครงสร้างพื้นฐานเรื่องการจัดขยะพลาสติกสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งอาจส่งผลไปยังกระบวนการจัดการขยะที่ไม่ถูกต้องและนำไปสู่การปลดปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม จากผลการศึกษาพบว่าอัตราการรีไซเคิลขยะพลาสติกในประเทศที่กำลังพัฒนา มีอัตราการรีไซเคิลค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศขนาดกลางที่พัฒนาแล้ว นอกจากนี้ กระบวนการดำเนินธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมยังเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดขยะพลาสติก โดยเฉพาะการดำเนินธูรกิจด้านการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในรูปแบบร้านค้าปลีกและค้าส่ง เนื่องจากสินค้าทุกประเภททั้งสินค้าอุปกโภคและบริโภคจำเป็นจะต้องมีบรรจุภัณฑ์ห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ ซึ่งบางประเภทไม่สามารถย่อยสลายหรือนำมาใช้ประโยชน์อื่นได้ และยังก่อให้เกิดขยะพลาสติกได้ ทั้งนี้ การบริหารจัดการนวัตกรรมและกระบวนการบริหารจัดการขยะพลาสติกในภาคอุตสาหกรรมจึงเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อลดมลพิษทางบกลดผลกระทบในระบบนิเวศ และทรัพยากรทางทะเลที่อาจส่งผลกระทบอย่างเป็นวงกว้างได้

สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยื


ผลการดำเนินงานเทียบเป้าหมาย


เป้าหมายปี 2573

ร้อยละ 100

บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่อยู่ในการควบคุมของบริษัท (Private Brand) ต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำมาใช้ใหม่ หรือสามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ สำหรับริษัทที่มีการดำเนินงานในประเทศไทย ภายในปี 2568 สำหรับบริษัทที่มีการดำเนินงานในต่างประเทศ ภายในปี 2573

สรุปผลการดำเนินงาน ปี 2564

ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมด (ตัน) จำแนกตามประเภท

ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก
ทั้งหมด (ตัน)

ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก
เฉลี่ยต่อสาขา (ตัน)

สัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก
(ตัน) จำแนกตามประเภท

การจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติก

1) การออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม*

ปริมาณน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ที่นำมาใช้ซ้ำได้ (ตัน)

ปริมาณน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล (ตัน)

ปริมาณน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ (ตัน)

ปริมาณน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (ตัน)


2) การลดใช้บรรจุภัณฑ์หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เกินจำเป็น*

ปริมาณลดใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (ตัน)

ปริมาณลดใช้พลาสติกจากการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (ตัน)


3) การนำขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาใช้ใหม่*

ปริมาณการนำขยะบรรจุภัณฑ์มาแปรใช้ใหม่ (ตัน)

หมายเหตุ : ร้อยละเทียบกับปริมาณการใช้พลาสติกของแต่ละปี

บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่พลาสติก

ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่พลาสติกแยกตามประเภท

  ปริมาณน้ำหนักที่ใช้ทั้งหมด (ตัน) นำมาใช้ใหม่และหรือได้รับการรับรอง (ร้อยละ)
  ไม้ กระดาษ

5,335.40

86.58

  โลหะ (เหล็ก อลูมิเนียม)

28.74

100

  แก้ว

1,062.11

100

แนวทางการดำเนินงาน


บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ให้ความสำคัญในการเลือกใช้และจัดการบรรจุภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการจัดการขยะพลาสติกได้อย่างเหมาะสมในองค์กร ตลอดจนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ บริษัทกำหนดนโยบายบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน อาทิ การออกแบบและการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ในการควบคุมของบริษัท (Private Brand) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) การนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ซ้ำ หรือการนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วนำมาใช้ใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้และจัดการบรรจุภัณฑ์ของสินค้าอุปโภคและบริโภคภายในร้าน 7-Eleven ให้ถูกต้องและเหมาะสม โดยมุ่งตอบสนองเป้าหมายหลักในการป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตลอดวรจรชีวิตของผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้ผู้บริโภคเลือกสั่งสินค้าในรูปแบบเดลิเวอร์รี่มากขึ้นส่งผลให้ปริมาณขยะหรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ บริษัทจึงดำเนินงานด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยมุ่งบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ตรวจติดตามและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากขยะบรรจุภัณฑ์ขององค์กรให้น้อยที่สุด

บริษัทมุ่งลดปริมาณขยะพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่ส่งเข้ากระบวนการฝังกลบให้น้อยที่สุด โดยส่งเสริมการจัดการขยะภายใต้แนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่นำมาใช้กับสินค้าที่อยู่ในการควบคุมของบริษัท (Private Brand) ซึ่งจะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable) นำมาใช้ใหม่ (Recycle) หรือสามารถย่อยสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable) (โดยกลุ่มนี้จะเลือกใช้เท่าที่จำเป็นให้เหมาะสมกับพื้นที่และความพร้อมในการจัดการขยะ) ผ่านแนวคิด “ลด ละ เลิก” โดยดำเนินการภายใต้ 3 แนวทางหลัก ดังนี้

ทั้งนี้ ในปี 2564 บริษัทดำเนินโครงการด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายตามมาตรการลดพลาสติกอย่างเป็นระบบ โดยมีโครงการที่โดดเด่น ดังนี้

โปรแกรมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผ่านแนวคิด “ลด และทดแทน” การใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์


โครงการต่อเนื่องฟิล์มปิดผนึกพิมพ์ลายสำหรับบรรจุภัณฑ์กลุ่มอาหารไทยแช่เย็น

บริษัท ซีพีแรม จำกัด พัฒนานวัตกรรมฟิล์มลามิเนตสำหรับบรรจุภัณฑ์กลุ่มอาหารแช่เย็นทำให้เนื้อฟิล์ม มีความใสมากขึ้นมองเห็นสินค้าชัดเจน สามารถพิมพ์ลายลงบนฟิล์มแทนการใช้สติกเกอร์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเพิ่มความสวยงาม ทนความร้อน กักเก็บเอกลักษณ์กลิ่นความหอมของแต่ละเมนู และผู้บริโภคสามารถเปิดรับประทานได้ง่าย โดยนำหลักการ 3Rs (Reduce Reuse and Recycle) มาเป็นแนวปฏิบัติ ลดปริมาณการใช้พลาสติกในทุกกระบวนผลิตสินค้า โดยในปี 2564 บริษัทขยายผลไปยังเมนูใหม่ 4 เมนู ได้แก่ ข้าวกระเพราไก่ไข่ดาว ข้าวพิแนงหมูไข่เจียว ข้าวผัดปู และผัดซีอิ๊วหมู






โปรแกรมเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • กล่องแซนด์วิชอบร้อนจากกระดาษที่ได้รับการรับรองจาก Program for Endorsement of Forest Certification Scheme (PEFC)
  • ทดแทนพลาสติกหุ้มหลอด ด้วยกระดาษที่ได้รับการรับรองจาก Forest Stewardship Council (FSC)
  • กระดาษใบเสร็จร้าน 7-Eleven ที่ได้รับการรับรองจาก Forest Stewardship Council (FSC)

  • แก้วรักษ์โลก ผลิตจากกระดาษเคลือบพอลิบิวทิลียนซัคซิเนต (PBS : Polybutylene Succinate) สำหรับเครื่องดื่มร้อน เย็นในร้าน 7-Eleven สาขาพื้นที่เกาะ สถานที่และสำนักงาน จำนวน 870 สาขา
  • ทดแทนพลาสติกคนกาแฟ ด้วยไม้คนกาแฟสลายตัวได้ทางชีวภาพ
  • ไม้เสียบลูกชิ้นสลายตัวได้ทางชีวภาพ

  • วัสดุสิ้นเปลืองในร้าน 7-Eleven ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล อาทิ ถุงขยะ ถุงหูหิ้ว พาเลทวางน้ำดื่ม
  • ถุงขยะที่ใช้ในสำนักงาน และศูนย์กระจายสินค้า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
  • กล่องกระดาษลูกฟูกผลิตจากกระดาษรีไซเคิล บริษัท ซีพีแรม จำกัด

โครงการต่อเนื่องรวมพลังคนไทย เลิกใช้ถุงพลาสติก

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก โดยร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการงดใช้ถุงพลาสติก พร้อมประกาศเจตนารมย์เลิกใช้ถุงพลาสติก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคา 2564 เป็นต้นมา รวมทั้งริเริ่มแคมเปญรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงส่วนตัวมาใช้บริการที่ร้าน 7-Eleven ส่งผลให้ในปี 2564 ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ สามารถลดใช้ถุงพลาสติกได้ 4,140 ล้านใบ นอกจากประสบความสำเร็จในการกตะตุ้นลูกค้สให้ความร่วมมือในการไม่รับถุงพลาสติกอย่างต่อเนื่อง บริษํทยังดำเนินโครงการลดใช้พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ได้แก่ ช้อน หลอด แก้ว ในปี 2564 สามารถลดใช้พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ได้ 1,519 ล้านชิ้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบ สร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน สัคม และประเทศ พร้อมส่งต่อให้คนรุ่นหลังสืบไป

โครงการ “ถังคัดแยกขยะ”

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จัดให้มีโครงการ “ถังคัดแยกขยะ” รณรงค์ให้คนไทยช่วยกันคัดแยกขยะพลาสติก เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างยั่งยืน ในปี 2564 บริษัทวางถังคัดแยกขยะบริเวณด้านหน้าร้าน 7-Eleven จำนวน 12ฅ247 สาขาทั่วประเทศ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับ 7 มหาวิทยาลัย และเพจลุงซาเล้งกับขยะที่หายไปผลักดันโครงการนวัตกรรมที่เกิดจากไอเดียของคนรุ่นใหม่นำไปสู่การรณรงค์ให้เกิดการแยกขยะที่ถูกต้องต่อยอด สู่โครงการ “ถังขยะอัจฉริยะ” (Circular Bin) สำหรับใช้บนแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน “กรีนทูเก็ท” (Green2Get) เปลี่ยนถังขยะหน้าร้าน 7-Eleven เป็นถังขยะอัจฉริยะ (Circular Bin) กว่า 40 แห่ง ใน 7 มหาวิทยาลัยพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล โดยทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันกรีนทูเก็ท (Green2Get Application) ผู้ใช้สแกนบาร์โค้ดสินค้าใดๆ บริเวณหน้าถังขยะ แอปพลิเคชันจะบอกวิธีการคัดแยกและถังที่ควรทิ้งให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้ขยะพลาสติกเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างมีประสิทธิภาพ





โครงการ Zero Waste to Landfill

บริษัท ซีพีแรม จำกัด โรงงานลาดกระบัง มีแนวคิดในการบริหารจัดการขยะและวัสดุเหลือใช้กลุ่มพลาสติกและกลุ่มขยะอื่นๆ ขยะกลุ่มพลาสติกมีการดำเนินการ 2 แนวทาง ดังนี้ 1.กลุ่มขยะพลาสติกปนเปื้อนน้อย จะถูกนำเข้าไปสู่กระบวนการล้างปั่นแห้ง และหลอมเป็นเม็ดพลาสติกใหม่ 2.กลุ่มขยะพลาสติกปนเปื้อนมากที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการล้างได้ จะถูกพัฒนาเป็นวัตถุดิบเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel : RDF) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานสะอาด ซึ่งทั้ง 2 แนวทาง เป็นการนำขยะและวัสดุเหลือใช้ไปใช้ประโยชน์ตามศักยภาพของขยะกลุ่มพลาสติกเพื่อทดแทนการกำจัดด้วยกระบวนการฝังกลบ

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ



เปลี่ยนขวดน้ำพลาสติกเป็นชุด PPE เพื่อบุคลากรทางการแพทย์

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท อินโดราคา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เปิดจุดรับบริจากขวดน้ำพลาสติกประเภท PET จากพนักงาน นำร่องที่ศูนย์จำหน่ายสินค้า แม็คโคร 5 สาขา ได้แก่ สาขานครปฐม สาขาศาลายา สาขาเพชรเกษตร สาขาบางบอน และสาขาจรัญสนิทวงศ์ เพื่อส่งมอบให้บริษัท อินโดรามาฯ นำไปรีไซเคิลเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ร้อยละ 100 และนำไปตัดเย็บเป็นชุด PPE เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ในช่วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยขวดน้ำพลาสติก PET ขนาด 600 มิลลิลิตร จำนวน 18 ขวด สามารถรีไซเคิลเป็นเส้นใยในการผลิตชุด PPE ได้จำนวน 1 ชุด เทียบเท่ากับการประหยัดพลังงานจากการเปิดไฟเป็นเวลานาน 54 ชั่วโมง


โครงการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์นวัตกรรม

ชื่อโครงการ : การพัฒนาบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่สำหรับบรรจุสินค้าแซนวิชอบร้อนเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว

งบวิจัยและพัฒนา : Packaging Development  200,000 บาท ( ไม่รวมค่าใช้จ่ายจากคู่ค้า)

ผู้ร่วมพัฒนา : ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ 4 ราย ได้แก่ Trisan Printing, Narai superbag, Synergy Pak, HLM00,000 บาท (ไม่รวมค่าใช้จ่ายจากคู่ค้า)

ระยะเวลาในการดำเนินการ : เฟส 1 : พฤษภาคม 2563 – พฤษภาคม 2564, เฟส 2 : กรกฎาคม 2564- ปัจจุบัน

แนวคิดการพัฒนา : ปัจจุบันสินค้กลุ่มแซนวิชอบร้อน หลังจากอุ่นร้อนที่ร้านแล้วจะส่งมอบให้ลูกค้าโดยบรรจุลงในกล่องแซนวิชอบร้อนและใส่ลงในถุงพลาสติกชั้นนอกอีกชั้น ทีมพัฒนามีแนวคิดที่จะออกแบบวัสดุและรูปแบบของบรรจุภัณฑ์เพื่อรองรับการส่งมอบให้ลูกค้าโดยไม่ต้องใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วชั้นนอก เพื่อลดการใช้พลาสติกที่เป็น Single use ตามแนวนโยบายของ CPALL โดยมีแนวคิดของการพัฒนาครอบคลุม 4 ด้านได้แก่

  • ด้านสินค้า ต้องมีคุณลักษณะและคุณภาพเหมือนเดิม
  • ด้านลูกค้าทั้งลูกค้าภายใน (operation) และลูกค้าภายนอก (Consumer) ต้องยอมรับการใช้งาน
  • ด้านสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาใหม่ต้องสามารถ Recycle ได้ และเป็นวัสดุที่ได้รับการรับรองว่ามาจากแหล่งป่าปลูกทดแทน (Sustainably – managed renewable resources)
  • ด้านเศรษฐศาสตร์ ต้องไม่กระทบกับต้นทุนโดยรวมของสินค้า ทำให้บริษัทยังคงจำหน่ายสินค้าในราคาเดิมที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุน-ผลกำไรของบริษัท

กระบวนการพัฒนา :

ความพยายามครั้งที่ 1 : ใช้วัสดุเดิม ปรับปรุงรูปแบบกล่องให้สามารถถือได้โดยมีความแข็งแรงที่เหมาะสม

ผลจากการทดลองใช้งาน 10 ร้านสาขา

  • มุมมองพนักงาน : ไม่สะดวกในการใช้งานใช้เวลาในการขึ้นรูปกล่องนานขึ้น
  • มุมมองลูกค้า : ถือไม่สะดวก กังวลเรื่องของความสะอาดและการเกิด contaminate จากสภาวะภายนอก จากการไม่มีถุงหูหิ้ว

ความพยายามครั้งที่ 2 : พัฒนารูปแบบบรรจุภัณ์และเลือกใช้ที่มีคุณสมบัติในการระบายความชื้นที่เหมาะสมและกันการซึมของไขมันได้ดีเพื่อจะได้ไม่ต้องเจาะรูเพื่อระบายอากาศและความชื้น  โดยออกแบบรูปแบบซองสามารถพับถือได้

ผลจากการทดลองใช้งาน 110 สาขาทั่วประเทศ

พนักงานหน้าร้าน และลูกค้ายอมรับการใช้งานถุงดังกล่าว

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

  • คุณลักษณะของสินค้า (Test &Texture) หลังการส่งมอบดีกว่ากว่าหรือเทียบเท่าการใช้บรรจุภัณฑ์แบบเดิมร่วมกับการใช้ถุงหูหิ้ว
  • สามารถปกป้องสินค้าจากการปนเปื้อนจากสภาวะภายนอก
  • ลดปริมาณการใช้พลาสติกจากการลดการลดการใช้ถุงหูหิ้วแบบ Single use ได้ประมาณ 250 ตัน/ปี
  • ลดการใช้กระดาษจากการเปลี่ยนชนิดของกระดาษ ประมาณ 500 ตัน/ปี
  • ใช้กระดาษที่มาจากแหล่งที่ได้รับการ Certified ว่ามาจากแหล่งป่าปลูกทดแทน (Sustainably – managed renewable resources)  และสามารถเข้าสู่กระบวนการ Recycle ได้
  • ไม่กระทบต่อต้นทุนโดยรวมของสินค้า

นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

นโยบายด้านบรรจุภัณฑ์ ดาวน์โหลด