การจัดการบรรจุภัณฑ์ และของเสียอย่างยั่งยืน

  >  การจัดการบรรจุภัณฑ์ และของเสียอย่างยั่งยืน

การจัดการบรรจุภัณฑ์ และของเสียอย่างยั่งยืน

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายทั้งในรูปแบบร้านค้าปลีกและค้าส่ง ที่มีสินค้าที่หลากหลาย ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค สินค้าทุกชิ้นมีบรรจุภัณฑ์ (Packaging)ทำหน้าที่ปกป้องสินค้าภายในเพื่อไปให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างสมบูรณ์ เมื่อพิจารณาจากปริมาณผลิตภัณฑ์ที่มีการหมุนเวียนในร้าน ในแต่ละวัน บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ก็มีจำนวนมาก บริษัทจึงได้เล็งเห็นว่าการเลือกใช้ และการจัดการกับบรรจุภัณฑ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง บริษัทจึงได้กำหนดกลยุทธ์ Green Packaging ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนของการออกแบบ และการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ โดยคำนึงถึงทุกกระบวนการในวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) ในส่วนที่เราสามารถควบคุมได้โดยตรง ซึ่งคำนึงถึงประเด็นดังต่อไปนี้

  • ประโยชน์ที่ได้รับ
  • ความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและชุมชน
  • สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและมีต้นทุนที่แข่งขันได้
  • การจัดการขยะสามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม และเกิดมูลค่าสูงสุด และ
  • การหาวัสดุที่มาจากแหล่งปลูกทดแทนที่ไม่มีวันหมดไป (Sustainable – managed renewable resources)

ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติ เรื่องการจัดการบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ไว้ดังนี้

  • พัฒนาหรือเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Reduce – Reuse- Recycle (3R) โดยมีเป้าหมายในการลดปริมาณขยะที่เหลือเข้าสู่กระบวนการฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด
  • หาแนวทางในการใช้วัตถุดิบที่มาจากแหล่งปลูกทดแทน (Sustainable – managed renewable resources) สำหรับ
    1.พลาสติกชนิดที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable plastics)
    2.พลาสติกชนิดที่ย่อยสลายไม่ได้ตามธรรมชาติ (Non- Biodegradable bio-based plastics) โดยมีคุณสมบัติเหมือนพลาสติกทั่วไปที่ได้มาจากปิโตรเลียม
    โดยคำนึงถึงคุณสมบัติที่เหมาะสมของบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ ความเหมาะสมในเชิงธุรกิจ การบริหารจัดการขยะโดยมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
  • หาแนวทางในการใช้วัสดุที่ผ่านการรีไซเคิลมาใช้ ในกรณีที่มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม
  • สนับสนุนความคิดริเริ่มของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ หรือผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ ในการใช้เทคโนโลยี และกระบวนการที่ช่วยลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • สนับสนุนความคิดริเริ่ม ในกิจกรรมการลดการใช้บรรจุภัณฑ์
  • สนับสนุนความคิดริเริ่มในการดำเนินการ ระบบการนำกลับ (Take-back system) ของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการ Recycling หรือนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) ตามความเหมาะสม

การดำเนินการภายใต้นโยบายดังกล่าว ก่อให้เกิดการริเริ่มด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์ (Packaging) โดยการมีส่วนร่วมของพนักงาน บริษัทย่อย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน  เพื่อส่งมอบความสุข ความยั่งยืนในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

เป้าหมาย

ประโยชน์ที่ได้รับ

ใน ปี 2561  ลดถุงพลาสติกเฉลี่ย 153.72 ล้านใบ จากทุกโครงการรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสังคม คิดเป็นมูลค่ากว่า  27.67 ล้านบาท

การดำเนินการ

บริษัทได้ทำการประเมินความเสี่ยงและทราบถึงการมีส่วนก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งบนบกและในน้ำจากขยะและวัสดุไม่ใช้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้งและขยะประเภทอื่น ๆ  เพื่อเป็นการช่วยลดผลกระทบบริษัทจึงมีแนวทางในการปฏิบัติเพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนดังนี้

ปรับปรุงกระบวนการจัดการขยะโดยนำหลัก 3 R คือ 1) R-Reduce ลดการใช้และการบริโภคทรัพยากรที่ไม่จำเป็น 2) R-Reuse ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด โดยการนำกลับมาใช้ซ้ำ และ 3) R-Recycle เลือกใช้ทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดปริมาณขยะ และลดการปล่อยของเสียสู่สภาพแวดล้อม

โครงการระบบการนำกลับของบรรจุภัณฑ์

บริษัทวางแผนพัฒนาระบบการนำกลับของบรรจุภัณฑ์โดยให้มีการนำถุงหูหิ้วจากร้านเซเว่นอีเลฟเว่นกลับมาใช้แทนถุงใหม่ โดยมีเป้าหมายการนำกลับมาใช้ใหม่ 814,639 ใบต่อปี และมีแผนอนาคต โดยเริ่มในปี 2562 ศึกษาและดำเนินการทดลองนำกระดาษและพลาสติกที่ใช้สนับสนุนในกระบวนการทางธุรกิจมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เป็นวัสดุที่สามารถใช้งานในร้านได้

โครงการยกเลิกใช้วัสดุ PVC ในบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ตราสินค้า CP ALL

การยกเลิกการใช้วัสดุ PVC ในบรรจุภัณฑ์ของสินค้าที่ใช้ตราสินค้า CP ALL สำหรับสินค้า PB Food ปี 2561 มีการดำเนินงานไปแล้วร้อยละ 77 (สินค้า 14 ชนิดจากทั้งหมด 18 ชนิด) โดยเป้าหมายในปี 2561 เท่ากับ ร้อยละ 72

การยกเลิกใช้วัสดุ PVC ในบรรจุภัณฑ์ของสินค้าที่ใช้ตราสินค้า CP ALL สำหรับสินค้า PB Non – Food ปี 2561 มีแผนดำเนินงาน จำนวน 11 รายการ

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลดปริมาณการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำในสินค้าน้ำดื่มทั้งหมดที่วางขายภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ภายในปี 2561 ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้พลาสติกไปได้กว่า 187 ตันต่อปี และกำลังขยายขอบเขตของโครงการไปยังสินค้าอื่นๆ และเพิ่มการบ่งชี้สัญลักษณ์รีไซเคิลบนบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าที่ใช้ตราสินค้า CP ALL

โครงการด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

จากความสำคัญทั้งในด้านการจัดการขยะและการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ บริษัทได้จัดตั้งโครงการความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม บนพื้นที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการปลูกจิตสำนึกและสร้างแนวปฏิบัติในการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ตามแผนการดำเนินงานดังนี้

โครงการเจตนารมณ์ในการ ลด- เลิกใช้ถุงพลาสติก

ล่าสุดด้วยความคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพจากการใช้วัสดุพลาสติก บริษัทเข้าใจถึงบทบาทสำคัญที่สามารถช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมได้ จึงใช้โอกาสอันดีในช่วงเช้าของวันที่ 7 เดือน 11 ที่ผ่านมาประกาศเจตนารมณ์ของบริษัทในการลด-เลิกใช้ถุงพลาสติก โดยงานประกาศเจตนารมณ์ ได้จัดขึ้นบริเวณหน้าตึกยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ ถนนสีลม

ในงานประกาศเจตนารมณ์นี้ บริษัทยังร่วมมือกับซูเปอร์สตาร์ตูน บอดี้สแลม ในการจัดตั้งโครงการ “ลดวันละถุง คุณทำได้” ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 7 เดือน 12 ปี 2561 เพื่อรณรงค์สนับสนุนให้คนในสังคมได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติก โดยเมื่อมีการปฏิเสธการรับถุงพลาสติกจากร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 1 ครั้งพนักงานจะบันทึกข้อมูลในระบบเพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน 0.20 บาทต่อถุง และบริจาคเงินให้แก่โรงพยาบาลศิริราชในการซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ให้กับอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา

ก่อนหน้าการดำเนินโครงการดังกล่าว บริษัทได้พัฒนาโครงการหลายโครงการในการรณรงค์เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกของสังคม เช่น “โครงการปฏิเสธถุง ได้แต้ม” โดยเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าโดยไม่รับถุงพลาสติกและชำระค่าสินค้าผ่านบัตร7 Value Card จะได้รับ 10 แต้มเพิ่มทันที “โครงการปฏิเสธถุงได้บุญ” เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าในร้านสาขาที่เข้าร่วมโครงการโดยไม่รับถุงพลาสติกเท่ากับเป็นการทำบุญ 0.20 บาท ให้กับมูลนิธิต่าง ๆ เช่น มูลนิธิรามาธิบดี “โครงการใช้ถุงผ้า บอกลาถุงพลาสติก” และโครงการลดการใช้ถุงพลาสติกในสถานศึกษา โดยบริษัทมีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ 30 เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย ในการลดการใช้ถุงพลาสติกในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่อยู่ในมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งในปี 2561 บริษัทสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกจากโครงการในการรณรงค์เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกของสังคม 85.96 ล้านใบ นอกจากนี้ยังได้ขยายพื้นที่การรณรงค์ไปยังพื้นที่ มหาวิทยาลัยนอกเครือข่ายอื่น ๆ โรงพยาบาล และเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญด้วยกิจกรรม “รักษ์อันดามัน ร่วมใจลดใช้ถุงพลาสติก” ด้วยความร่วมมือกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มูลนิธิโลกสีเขียว เครือเจริญโภคภัณฑ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักอุทยานแห่งชาติบนเกาะต่าง ๆ โดยเกาะที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ เกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่ เกาะหลีเป๊ะ เกาะพีพี รวมทั้งเกาะเต่าและเกาะเสม็ด ที่อยู่ฝั่งอ่าวไทยอีกด้วย

โครงการอื่น ๆ

นอกจากโครงการเพื่อจัดการบรรจุภัณฑ์ โครงการลดถุงแล้ว บริษัทยังพัฒนาโครงการจัดการของเสียต่าง ๆ เช่น กากตะกอนที่โรงงานของ บริษัท ซีพีแรม จำกัด และกำลังพัฒนาไปยังโรงงานที่ลาดหลุมแก้วและชลบุรี เพื่อบรรลุเป้าหมาย Zero Waste to Landfill นอกเหนือจากโครงการดังกล่าวยังมีโครงการผลิต Biogas จากของเสียเพื่อผลิตพลังงานมาใช้ในโรงงาน โครงการนำเศษอาหารจากโรงงานผลิตอาหารไปเลี้ยงสัตว์โครงการขายขยะประเภทพลาสติก และนำพลาสติกบางส่วนไปหลอมใหม่

ผลการดำเนินการด้านความยั่งยืน

หมายเหตุ

N/A หมายถึง ไม่มีข้อมูล หรือไม่สามารถเก็บข้อมูลได้

ปริมาณของเสียทั้งหมด คือ ผลรวมของของเสียอันตรายและของเสียที่ไม่อันตราย

ของเสียอันตราย หมายถึง สิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสีย ซึ่งมีการปนเปื้อนสารอันตรายได้แก่ วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟ วัตถุออกซิไดซ์ วัตถุมีพิษ วัตถุที่ทำให้เกิดโรค วัตถุกัมมันตรังสี วัตถุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม วัตถุกัดกร่อน วัตถุที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง วัตถุอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์สินหรือสิ่งแวดล้อม หรือมีคุณสมบัติเป็นอันตราย (คำนิยามของของเสียอันตรายให้เป็นไปตามคำนิยามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย)

ของเสียไม่อันตราย หมายถึง ของเสียที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นอันตราย เช่น ของเสียจากกระบวนการผลิต เศษไม้พาเลท อุปกรณ์สำนักงาน เป็นต้น