อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

  >  อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

 

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”)  ตระหนักดีว่า ส่วนหนึ่งของการสร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นกับพนักงานผู้ซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัว  คือการที่องค์กรมีผลดำเนินการด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัยที่ดี บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพ และจัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี  เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน  มุ่งหวังความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน  ลูกค้ารวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือพื้นที่ดำเนินการของบริษัท  เนื่องจากไม่มีสิ่งใดที่มีค่าจะมาทดแทนหรือชดเชยความสูญเสียที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ได้ 

บริษัทยึดมั่นการดำเนินการตามกฎหมายเป็นพื้นฐาน พร้อมทั้งมีแนวปฏิบัติอย่างเท่าเทียมสำหรับผ้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อาทิ ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา ผู้รับจ้างช่วง  และชุมชน เป็นต้น  พร้อมทั้งมุ่งมั่นต่อยอดด้วยการพัฒนาและประยุกต์ใช้มาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง 

บริษัทเป็นกิจการที่ดำเนินงานได้ด้วยกำลังคนเป็นหลัก โดยมีเครื่องจักรและเทคโนโลยีต่าง ๆ สนับสนุน และมีกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความหลากหลายเป็นอย่างมาก  ซึ่งการที่ต้องพึ่งพากำลังคนเป็นหลักนี้ ทำให้ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของบุคลากรทุกท่าน รวมถึงผู้รับเหมาเป็นความท้าทายของบริษัทเป็นอย่างยิ่งที่จะดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยและส่งเสริมคุณภาพชีวิตได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง 

มาตรการการจัดการ

เนื่องจากบริษัทเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการดำเนินธุรกิจหลากหลาย เพื่อให้การจัดการอาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน  รวมถึงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิผล บริษัทจึงบูรณาการแนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติที่เทียบเท่าระดับสากลด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อม ในการทำงานที่ดี รวมถึงการปฏิบัติต่อบุคลากรผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วยความเท่าเทียม     ผนวกเข้ากับการดำเนินธุรกิจ กำหนดกิจกรรมแผนงาน ตัวชี้วัดที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ บริบทและความเสี่ยงของธุรกิจแต่ละประเภทอย่างจำเพาะเจาะจง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิผลทางด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย การสร้างเสริมคุณภาพชีวิต ปลูกฝังทัศนคติ มุมมอง ความตระหนักด้านความปลอดภัยและการจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง   เพื่อตอบสนองเป้าหมายหลัก คือ จำนวนกรณีอุบัติเหตุและอุบัติเหตุยานยนต์ร้ายแรงถึงเสียชีวิตในงานของบุคลากรเป็นศูนย์  โดยมีมาตรการดังนี้

การพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเทียบเท่าระดับสากล

สืบเนื่องจากนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่บริษัทได้ประกาศไว้ในปี 2560 ซึ่งมีการกำหนดขอบเขตการดำเนินการและส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานดังภาพ กระบวนการบริหารเพื่อประเด็นสำคัญนี้ได้รับการติดตามดูแลรวมทั้งก่อให้เกิดกิจกรรมที่มีการดำเนินการ ในปี 2561 บริษัทยังคงนำแนวทางการดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานหรือ Safety Health Environmental Standard (SHE Standard) ที่ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2560 มาประยุกต์ใช้

อย่างไรก็ตาม บริษัทเล็งเห็นว่าโครงสร้างคณะกรรมการและคณะทำงานในปีที่ผ่านมา ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเพื่อให้เข้ากับการดำเนินงานที่มีความหลากหลายของบริษัทในปี 2561 บริษัทจึงมีการปรับปรุงโครงสร้างคณะทำงานหลัก ที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการติดตามดูแลการปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยแต่งตั้งและกำหนดบทบาทของคณะกรรมการและคณะทำงานตามพื้นที่และลักษณะการดำเนินงานของกิจการต่าง ๆ  ตามแผนผังที่แสดง

คณะกรรมการและคณะทำงานชุดดังกล่าว ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในเดือน สิงหาคม 2561 และมีการกำหนดนโยบายและเป้าหมายที่สอดคล้องกับบริบทและลักษณะการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของแต่ละคณะซึ่งครอบคลุมการทำงานของพนักงานร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมดในบริษัท และยังรวมถึงผู้รับเหมาที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่าอีกด้วย

บูรณาการระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ

  • กำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง ทำธุรกิจตามประเภทการดำเนินงานในกลุ่มบริษัททั้งหมด
  • การควบคุมกระบวนการทำงานและดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานของแต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ฝุ่นละออง และความเข้มข้นแสงสว่างในพื้นที่ทำงาน เป็นต้น

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

  • ดำเนินโครงการ “ วัฒนธรรมความปลอดภัย” กับพนักงานทุกระดับ รวมถึงคู่ค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นที่ การลดพฤติกรรมความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยการ ลด ละ เลิก พฤติกรรมเสี่ยง ดูแลตนเอง และห่วงใย ใส่ใจดูแลเพื่อนร่วมงานด้วยความปลอดภัย
  • การฝึกอบรมหลักสูตรการขับขี่เชิงป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ (Defensive Driving) เป็นหลักสูตรเพิ่มทักษะในการขับขี่และทดสอบสมรรถนะผู้ขับขี่ให้มีความปลอดภัย
  • กิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัย ในช่วงก่อนวันหยุดยาวเทศกาล เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในการขับขี่ของพนักงาน

สร้างเสริมสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

เวลาการทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible working hours)

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้พนักงานประสบความสำเร็จในการทำงานและในชีวิตส่วนตัว โดยผสาน “งานกับชีวิต” เข้าด้วยกันได้อย่างสมดุล (Work Life Balance) บริษัท จึงเห็นสมควรให้มีการกำหนดนโยบายเวลาการทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Time) เพื่อเป็นทางเลือกให้พนักงานเลือกใช้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และกิจกรรมที่แตกต่างกันตามรูปแบบการใช้ชีวิตส่วนตัว (Diversify Workforce) พนักงานสามารถเลือกช่วงเวลาการทำงานได้ทุกๆ 6 เดือน ดังนี้

ช่วงเวลาที่ 1: 08.00 – 17.30
ช่วงเวลาที่ 2: 08.30 – 18.00
ช่วงเวลาที่ 3: 09.00 – 18.30
ช่วงเวลาที่ 4: 09.30 – 19.00

โครงการนี้เริ่มมีผลอย่างเป็นทางการ ในเดือนตุลาคม ปี 2561 กับพนักงานประจำสายสำนักงานจำนวน 3,779 ราย โดยมีพนักงานเข้าร่วมโครงการ 819 ราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 21 ของจำนวนพนักงานสายสำนักงานทั้งหมด

สถานที่ทำงานแบบยืดหยุ่น

เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาการเดินทางของพนักงาน และเป็นทีมงานที่ทำงานอย่างมีความสุข บริษัทจึงทดลองการทำงานในรูปแบบ “Work from Any Where” (ส่วนหนึ่งของโครงการ Flexible Work Arrangement) กับหน่วยงานที่มีความพร้อมและความสมัครใจที่จะให้พนักงานในหน่วยงานตนเองทดลองทำงานจากสถานที่อื่นๆ  รวมถึงที่บ้านและที่พักอาศัยไม่เกินสัปดาห์ละ 1 วัน โดยต้องไม่ส่งผลกระทบต่องานการทดลองนี้เพื่อประเมินความพร้อมในด้านต่างๆ เช่น ความพร้อมด้านการสื่อสาร ทั้งหัวหน้าและพนักงาน ระบบและเครื่องมืออุปกรณ์การทำงานท และผลกระทบอื่นๆ ที่อาจมี ก่อนการพิจารณาขยายผลดำเนินการทั่วทั้งบริษัทต่อไป

ขณะนี้โครงการยังอยู่ในช่วงทดลอง  ช่วงที่ 2 โดยครอบคลุมพนักงานจำนวน 1,704 ราย จากทั้งหมด 2,999 ราย ซึ่งผลการดำเนินโครงการทดลองช่วงแรกพบว่าพนักงานมีความพึงพอใจกับการดำเนินโครงการมากถึงร้อยละ 89  ซึ่งบริษัทมีแผนจะพิจารณาประกาศดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการต่อไป

โครงการทดลองปฏิบัติงานรูปแบบ Smart Office

เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาการเดินทางของพนักงาน และเป็นทีมงานที่ทำงานอย่างมีความสุข บริษัทจึงทดลองการทำงานในรูปแบบ “Smart Office” (ส่วนหนึ่งของโครงการ Flexible Work Arrangement)  กับหน่วยงานที่มีความพร้อมและความสมัครใจที่จะให้พนักงานในหน่วยงานตนเองทดลองทำงานจากที่บ้านได้โดยการตกลงร่วมกันระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา  รวมถึงมีการปรับ LAY OUT ของหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการใหม่เป็นพื้นที่ Time Sharing

สิ่งอำนวยความสะดวกและการดูแลเด็ก (Childcare facilities or contributions)

มุมคุณแม่ (Mothers ’corner)

  • จัด “มุมนมแม่”  สนับสนุนให้สถานที่ทำงานจัดปัจจัยที่เอื้อให้พนักงานเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างต่อเนื่อง

หลักสูตรสำหรับเด็ก (Children Class)

  • โครงการดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย ภาคฤดูร้อน สำหรับบุตรหลานพนักงาน กลุ่มธุรกิจการตลาด และเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมให้บุตรหลานพนักงานสามารถสืบสานศิลปะวัฒนธรรมไทย ด้านดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ในแขนงต่างๆ และแบ่งเบาภาระหน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตรหลานและคลายความกังวัลของพนักงาน ผู้บริหารที่ไม่คนดูแลช่วงปิดภาคเรียน พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถในงานสำคัญของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และซีพี ออลล์ รวมถึงบริษัทในกลุ่ม

  • ค่ายธรรมะเยาวชน จัดโดยบริษัท ซีพี แรม “ CPRAM Wisdom Junior ” โดยเด็กๆ จะได้เรียนรู้ธรรมะผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ เดินจงกรม สวดมนต์ทำวัตรเช้า กิจกรรมศิลปะจรรโลงใจ วางกระดุมอย่างมีสมาธิให้ออกมาเป็นภาพต่างๆ และยังมีกิจกรรมอีกมากมาย รวมทั้งยังมีกิจกรรม เพนท์กระเป๋าเห็นจิต เกิดจากพลังแห่งความรักและเมตตา ซึ่งจะมอบให้แก่คุณตาคุณยายที่บ้านบางแคอีกด้วย

 

การจัดการภาวะความเครียด

บริษัทมีการดำเนินการจัดอบรมให้กับพนักงานเพื่อเป็นการจัดการความเครียด โดยมีหลักสูตรทุกๆ ระดับของพนักงานสร้างสติ สมาธิ ปัญญา ระดับบริหาร กับ Wisdom Exploration ผู้บริหารระดับฝ่ายขึ้นไป และ Store Business Partner เข้าร่วมกิจกรรม นั่งสมาธิ เดินจงกรม โยคะธรรมะ เรียนรู้หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเกิดความสงบในจิตใจ เสริมสร้างสติสมาธิในการทำงาน สามารถนำไปปรับใช้ในการบริหารงานทีมงานอย่างมีความสุข

ฝึกสติกับการพัฒนาประสิทธิภาพงาน

การทำงานในปัจจุบันที่ต้องอาศัยความรวดเร็วถูกต้องและให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายนั้น ผู้ปฏิบัติจะต้องมีสติ เป็นเครื่องกำกับให้ทำงานด้วยใจจดใจจ่อ มีสมาธิ รู้เท่าทันอารมณ์ หรือสิ่งที่มากระทบ จึงจะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีสุขภาพจิตที่ดี การเรียนรู้และฝึกฝนการใช้สติของตนเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพนักงาน ที่จะทำให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข ประสบความสำเร็จทั้งด้านการดำเนินชีวิต และการทำงาน รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดสุขภาพจิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

การปรับการยศาสตร์กับการทำงาน (Ergonomic workplace)

ลักษณะท่าทางในการทำงานทั้งภายในหรือภายนอกสถานประกอบกิจการ การทำงานในหน่วยงานในอริยาบทที่ฝืนธรมชาติ เช่น การนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์ การยกของ เป็นต้น ซึ่งท่าทางในการทำงานที่เหมาะสมตามหลักการยศาสตร์มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำงาน หากไม่มีการปรับเปลี่ยนท่าทางให้เหมาะสมตามหลักการยศาสตร์ อาจมีความเสี่ยงทำให้ปวดเมื่อยบริเวณอวัยวะที่ใช้งานได้ รวมถึงมีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบโครงสร้างกล้ามเนื้อ กระดูกและนิ้วล็อค หากมีการทำงานในท่าทางซ้ำๆ ทุกวัน ด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสม นอกจากนั้นอาจเกิดอันตรายที่เกิดขึ้นทางด้านจิตใต เช่น ความเบื่อหน่าย ความเครียด เป็นผลทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และมีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน เนื่องจากมีโรคประจำตัว และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของหน่วยงานได้ ฉะนั้นปัญหาด้านการยศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการแก้ไขหรือหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น  ในปี 2561 บริษัทจัดหาอุปกรณ์สำนักงานที่เอื้อต่อลักษณะท่าทางการทำงาน เช่น เก้าอี้สำนักงาน โต๊ะสำนักงานที่ถูกหลักการยศาสตร์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย ความเมื่อยล้าจากการนั่ง การใช้คอมพิวเตอร์ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม รวมไปถึงนำระบบการทำงานอัตโนมัติมาช่วยให้การทำงานของผู้ปฏิบัติงานสะดวกมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่เกิดจากท่าทางการทำงานที่ไม่ถูกต้อง หรือการทำงานด้วยท่าทางซ้ำ ๆ  ของผู้ปฏิบัติงาน และยังพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์และสถานีงานที่จะขจัดความเสี่ยงจากท่าทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การก้ม การงอ การเคลื่อนย้ายน้ำหนักที่มากเกินไปโดยศูนย์กระจายสินค้ามีการวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก่อนเริ่มงาน และโรงงาน ซีพี แรม  ได้นำกิจกรรม One Point Lessonหรือ OPL ที่แทรกการเรียนรู้ วิธีและท่าทางการทำงานที่ปลอดภัยเข้าไปกับการเริ่มงานใหม่ เช่น การเรียนรู้และแสดงท่าทางที่ถูกต้องในการทำงานแต่ละประเภท ที่โรงงานซีพีแรม ชลบุรี ลาดกระบังและลาดหลุมแก้ว แล้วจะขยายผลต่อไปให้ครบทุกพื้นที่ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวบริษัทอยู่ระหว่างการสำรวจความคิดเห็น/ความพึงพอใจเพื่อการปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพต่อไป และสายสำนักงานได้ดำเนินโครงการป้องกันปัญหาออฟฟิศซินโดรมในพนักงานสำนักงาน การให้ความรู้ การประเมินการยศาสตร์เบื้องต้น โดยใช้แบบประเมินความรู้สึกผู้ปฏิบัติงาน (Body Discomfort) และการประเมินกลุ่มเป้าหมายโดยใช้แบบประเมิน ROSA เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วย และความสูญเสียลง

สร้างเสริมสุขภาพ

  • มุมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการออกกำลังกาย

โครงการนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบุคคลากรในองค์กร สามารถอออกกำลังกายได้ทุกวัน โดยเน้นให้เจ้าหน้าที่ได้ออกกำลังกายร่วมกัน โดยมีเครื่องออกกำลังกายอำนวยความสะดวกอย่างมีมาตรฐาน และสะอาด สามารถออกกำลังกายได้ทุกเพศ ทุกวัย เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ และส่งเสริมให้บุคลากรในองค์กรมีสุขภาพแข็งแรงและจิตใจที่ดี สนใจและใส่ใจในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  • กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ “โครงการ FIT & FIRM TO SLIM”

วิถีชีวิต นั่งๆ นอนๆ ขาดกิจกรรมทางกาย ประวัติความอ้วนในครอบครัว อายุมากขึ้น รวมทั้งการสูบบุหรี่ ทำให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินส่งผลกระทบได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผลกระทบระยะสั้น ได้แก่ ความกระฉับกระแฉงและความแข็งแรงลดลง ความวิตกกังวลเกี่ยวกับรูปร่าง ทำให้สูญเสียความภูมิใจในรูปร่าง ส่วนผลกระทบในระยะยาว ทางด้านร่างกายคือความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง โรคนิ่วในถุงน้ำดีโรคกระดูกและข้ออักเสบ ภาวะไขมันในเลือดสูง ตามนโยบาย 1000 Attendance (Zero Sick leave) (1-Team, 0-Zero accident , 0 – Zero Sick leave, 0- Zero Absence) เน้นไม่มีการลาป่วย โดยกำหนดมาตรการป้องกันการเจ็บป่วย แนะนำรูปแบบการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง สามารถทำงานได้ตามปกติ มีสุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพจิตที่เข้มแข็ง จึงได้จัดทำโครงการ FIT & FIRM TO SLIM เพื่อเชิญชวนพนักงานที่สนใจในการดูแลสุขภาพและออกกำลังกาย เข้าร่วมกิจกรรมตามความสมัครใจ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพบาบาล ลดสถิติการลาป่วยของพนักงาน และตอบสนองต่อนโยบาย

  • ชั่งน้ำหนักแรกเริ่มของทุกคน เพื่อประเมินระดับค่า BMI

  • คัดแยกและแบ่งกลุ่มตามค่าระดับ BMI เพื่อเกิดแรงจูงใจในการแข่งขันลดน้ำหนักมากยิ่งขึ้น จึงกำหนดให้จับเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แล้วนำน้ำหนักมารวมกัน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์กลุ่ม โดยเริ่มโครงการที่สมาชิก 47 คน 16 กลุ่ม (น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน จัดเป็น 2 กลุ่ม, อ้วนระดับ 1 จัดเป็น 5 กลุ่ม,อ้วนระดับ 2 จัดเป็น 7 กลุ่ม, อ้วนระดับ 3 จัดเป็น 2 กลุ่ม)
  • จัดอบรมให้ความรู้ด้านโภชนาการอาหารให้กับพนักงานที่มีค่า BMI เกินมาตรฐาน โดยแพทย์ประจำบริษัท (ฝึกการคำนวณแคลอรี่อาหารแต่ละประเภท, การคำนวณเป้าน้ำหนักที่ต้องการ, ท่าทางในชีวิตประจำวันที่ช่วยลดน้ำหนัก)

  • ส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย (จัดสรรอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายหลังเลิกงานและระหว่างวัน ที่มาปฏิบัติงาน ให้พนักงานทุกท่าน ตามความประสงค์ผู้เข้าร่วมแข่งขันโดยจัดเป็นอุปกรณ์ที่สะดวก และเหมาะสมกับการจัดเก็บในพื้นที่ (ดัมเบล,เชือกกระโดด,เครื่องซิทอัพ,มือจับวิดพื้น, เครื่อง SIT FIT, เครื่องฝึกแรงบีบมือ, เสื่อโยคะ, จานทวิส)

  • จัดแข่งขันเพื่อสุขภาพ คณะทำงานทำการชั่งน้ำหนักของพนักงานทุกคนที่เข้าร่วมโครงการ ทุกวันศุกร์ (กรณีน้ำหนักเพิ่ม ปรับขีดละ 1 บาท, กรณีน้ำหนักลด ปรับขีดละ 1 บาท, กลุ่มที่ลดน้ำหนักได้ % สูงสุดในระยะ 3 ต่อเนื่อง รับรางวัล)

  • โครงการ Exercise for office staff บริษัทมอบเป็นสวัสดิการด้านการส่งเสริมสุขภาพให้กับพนักงาน โดยจัดกิจกรรมออกกำลังกายในพื้นที่สำนักงานเป็นประจำทุกวันและมีรูปแบบกิจกรรมหลากหลายตามความสนใจของพนักงาน เช่น หฐโยคะ ZUMBA PILOXING

ผลดำเนินการด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย  และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ผลดำเนินการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทมีการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และเพื่อเฝ้าระวังปัญหามลพิษหรือปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงาน และชุมชนโดยรอบ รวมทั้งเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขได้อย่างทันท่วงที โดยผลการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน สายศูนย์กระจายสินค้า บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด(มหาชน) และบริษัท ซีพีแรม จำกัด ครอบคลุม การตรวจวัดความร้อน  ความเข้มแสงสว่าง  เสียง ฝุ่นละออง  คุณภาพน้ำทิ้ง

บรรยากาศตัวอย่างการตรวจสภาพแวดล้อมในการทำงาน

การตรวจวัดฝุ่นละอองรวมหรือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 100 ไมครอนตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2547 เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศทั่วไป

การตรวจวัดสภาพอากาศ (ฝุ่น) เฉพาะส่วนบุคคลมาตรฐานตามคณะกรรมการบริหารงานความปลอดภัย และสุขภาพอนามัยการประกอบอาชีพ (Occupational Safety and Health Administration ; OSHA)

ภาพตัวอย่างการตรวจความเข้มแสงสว่าง ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2549

ภาพตัวอย่างการตรวจเสียงในการทำงาน ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2549